เรายังคงคำแนะนำซื้อ TRUE และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 10 บาท จากเดิม 9 บาท เพื่อสะท้อนถึงงบลงทุน (capex) ที่ลดลงจากการเป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าบริษัทจะประเมินเป้าหมายมูลค่า synergy ในเชิงบวก แต่ยังต้องแบกรับผลขาดทุนมากกว่าที่เราคาดไว้จากการบันทึกต้นทุนในการรวมกิจการในช่วงปี 2023-24 ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการของเราลง และคาดว่า TRUE จะยังมีผลขาดทุนในปี 2023 และ 2024 ก่อนที่จะพลิกเป็นกำไรในปี 2025TRUE จัดงาน capital day เมื่อวานนี้ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทและมูลค่าของ synergy หลังการควบรวมกับ DTAC ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดเฝ้ารออยู่ ถึงแม้บริษัทจะเปิดเผยว่ามูลค่า synergy จะสูงถึง 2.
50 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเราที่ 6 หมื่นล้านบาทถึง 4 เท่า แต่บริษัทยังจะมีผลขาดทุนสุทธิต่อไปอีกในปีนี้ และปีหน้าจากการบันทึกต้นทุนของการรวมกิจการ ซึ่งน่าจะมากกว่าต้นทุนที่ประหยัดได้จากมูลค่าของ synergy โดยบริษัทคาดว่าจะพลิกเป็นกำไรสุทธิได้ในปี 2025 ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ได้จากงานนี้ได้แก่ บริษัทประเมินมูลค่า synergy ไว้ที่ 2.50 แสนล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสเงินสดที่เกิดจากมูลค่าของ synergy ในช่วงปี 2023-30 บวกด้วย terminal value 40% ของมูลค่า synergy จะมาจากส่วนของการดำเนินงาน อย่างเช่น การประหยัดต้นทุน และการ upsell/cross sell ส่วนอีก 60% จะมาจากงบลงทุน ที่ประหยัดไปได้ การจะประหยัดต้นทุนโครงข่าย และ capex ต้องมีการ นำโครงข่ายใหม่ “single grid” ซึ่งต้นทุนในการรวมธุรกิจและการดำเนินการด้านโครงข่ายจะถูกบันทึกในช่วงปี 2023-24 โดยบริษัทคาดว่าต้นทุนในส่วนนี้จะมากกว่าอานิสงส์จากต้นทุนที่ประหยัดได้ ซึ่งจะทำให้ TRUE ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2023-24จากเป้าของบริษัท ต้นทุนการรวมธุรกิจในปีนี้จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 4 พันล้านบาทในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าที่เราประเมินเอาไว้ ดังนั้น เราจึงปรับลดปรับลดประมาณการปี 2023 ลงเป็นขาดทุนสุทธิ 6.9 พันล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 5 พันล้านบาท และปรับลดประมาณการปี 2024 เป็นขาดทุนสุทธิ 5 พันล้านบาทจากที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1.9 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการปี 2025 เอาไว้เท่าเดิม เพราะคาดว่าจะเห็นผลจากต้นทุนที่ประหยัดได้จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้านโครงข่ายที่ลดลง และ SG&A ที่ลดลง นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้นอีก 10% เป็น 4.4 พันล้านบาท จาก 4 .0 พันล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาที่ลลดงตาม capex ที่ลดลงเรายังคงคำแนะนำซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 10 บาท จากเดิม 9 บาท เพราะเรารวมมูลค่า synergy ไว้ในราคาเป้าหมายเพียงครึ่งเดียว แต่ยังไม่ได้รวมอีกครึ่งที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ SG&A ที่ลดลง ทั้งนี้ การบีบ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากเกินไปและเร็วเกินไปจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
หุ้นไทยแกว่ง 1,515-1,530 จุด แรงหนุน ราคาน้ำมัน-window dressing ปิดงบ Q3บล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว 1,515-1,530 จุด แรงหนุนราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงหลังรัสเซียระงับส่งออกน้ำมันทั่วโลก-การทำ Window dressing
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี ADVANC - โมเมนตัมกำไรจะดีต่อเนื่องใน 3Q23Fเรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ADVANC โดยยังคงคาดว่า ARPU จะเพิ่มขึ้นใน 3Q23 จากสภาวะการแข่งขันที่ผ่อนลายลง เราคาดว่าอานิสงส์จากค่า Ft และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง รวมถึงการคุมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดได้ดี
Read more »
หุ้นไทย 1,500 จุด แนวรับสำคัญ เผชิญฟันด์โฟลว์ไหลออก-ราคาน้ำมันอ่อนตัวบล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,500 จุด ตามความกังวล FED ปรับขึ้นและคงดอกเบี้ยระดับสูง
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี M - 3Q23F: อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจะหนุนกำไรจากธุรกิจหลัก yoyเราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะอยู่ที่ 445 ล้านบาทใน 3Q23 เพิ่มขึ้น 8% yoy เนื่องจาก 1) same-store-sales growth (SSSG) อยู่ที่ 2% และ 2) อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น 1ppt yoy เพราะต้นทุนลดลง
Read more »
หุ้นไทยอ่อนตัวแนวรับ 1,485-1,490 จุด ตั้งสติก่อนสตาร์ต ระวังแรงขายลดเสี่ยงบล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,485-1,490 จุด กังวล FED ปรับขึ้นและคงดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ-ความเสี่ยง Shutdown
Read more »
