เราคาดคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% ใน 1H25 เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% เมื่อวันที่ 18 กันยายนเป็นการสิ้นสุดอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี REIT , PROPERTY AND INFRA FUND หุ้นที่ได้ประโยชน์จากปรับลดอัตราดอกเบี้ย เราคาดคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.
5% ใน 1H25 เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% เมื่อวันที่ 18 กันยายนเป็นการสิ้นสุดอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ราคา REIT ปรับขึ้น 19.3% ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ในรายงานนี้ เราตั้งสมมติฐานว่าประเทศไทยจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หุ้น REIT หลายกองจะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายลดลงและจ่ายเป็นเงินปันผล ใน REIT ที่มีมูลค่าตลาด 3-5 พันล้านบาท ผู้ได้รับประโยชน์หลักคือ ALLY, BOFFICE, PROSPECT, INETREIT และ TPRIMEคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ในการประชุมวันที่ 16 ตุลาคม และ 18 ธันวาคม เพราะเศรษฐกิจไทยเติบโตเร่งขึ้น 2.3%y-o-y ใน 2Q24 หลังจากที่เติบโตเพียง 1.6% ใน 1Q24 ด้าน Krungsri Research คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตเร่งขึ้นราว 3% y-o-y ในครึ่งปีหลัง ทำให้ทั้งปี 2024 ขยายตัว 2.4% ภาคการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยยังเผชิญความไม่แน่นอน ประกอบกับธนาคารกลางสำคัญ ได้เริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว เราเชื่อว่า ธปท. จะปรับลดดอกเบี้ยสองครั้ง ๆ ละ 0.25% ใน 1H25 ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงเป็น 2.00% ภายในกลาง 2025หากรวมเงินปันผล ราคา REIT เพิ่มขึ้น 19.3% ใน 2.5 เดือนที่ผ่านมา สนับสนุนจากการสิ้นสุดของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดย Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง .05% เมื่อวานนี้ และ REIT มีการซื้อขายที่ valuation ถูก โดยเฉลี่ยเพียง 0.7 เท่า P/NAV REIT ที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ GVREIT, DIF, SPRIME, 3BBIF, LHHOTEL, BOFFICE, CPCCG, TFFIF, B-WORK และ CPNREIT แม้ว่าราคาจะปรับตัวขึ้น แต่ REIT บางหุ้นยังคงน่าสนใจ โดยให้ผลตอบแทนที่แท้จริงมากกว่า 5% ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนในอาคารสำนักงาน อาจเป็นเพราะราคา REIT ลดลงมากจากอุปทานล้นตลาดโดยเฉพาะในอาคารสำนักงานย่านศูนย์กลางธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ทันทีจากอัตราดอกเบี้ยขาลง คือ REIT ที่มี LTV สูงและมีเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เราสมมติฐานว่าอัตราดอกเบี้ยลดลง 1% และดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ทั้งหมดจะจ่ายเป็นเงินปันผลเพิ่มเติม REIT ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ALLY , BOFFICE PROSPECT , INETREIT และ TPRIME
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี SJWD ค่อยๆ ฟื้นตัวใน 2H24Fมอง Neutral จาก Analyst Meeting โดยบริษัทฯ ประเมินรายได้และกำไร 2H24F กลับเข้าสู่ Seasonality ของ Logistics ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในกลุ่ม Coldchain ตาม Occupancy rate และส่วนแบ่งกำไรซึ่งคาดยังคงเติบโตดีต่อเนื่องจากธุรกิจที่เข้าไปร่วมลงทุน
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี CPNREIT- REIT ค้าปลีกใหญ่ที่สุดของไทยCPNREIT เป็น REIT ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งลงทุนในสินทรัพย์สิทธิการเช่า 12 รายการ (อายุคงเหลือเฉลี่ย 30 ปี) ในกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญๆ ซึ่งทำให้มีการกระจายความเสี่ยงได้ดี (ประเภทสินทรัพย์ สถานที่ตั้ง โครงสร้างรายได้ ผู้เช่าหลากหลาย...
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BCP ธุรกิจทรัพยากรฯ และโรงกลั่นฯ หนุนหลักโตระยะยาวมอง slightly positive ต่อข้อมูลแผนธุรกิจระยะยาวของ BCP ที่เป้า aggressive สะท้อนโอกาส upside ของ inorganic growth คาดความคืบหน้าอยู่ในช่วง 1H25 โดยบริษัทคงเป้า EBITDA 2030 อยู่ในระดับสูง 1 แสนลบ.
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BCPG ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากการรวมโครงการใหม่ๆเรามีมุมมองบวกจาก BCPG Opportunity Day เมื่อวานนี้ จากความคืบหน้าในโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่และมีแหล่งเงินทุนรองรับเพียงพอรวมถึงสำหรับการลงทุนในอนาคต เราคงคำแนะนำ 'Trading Buy' สำหรับ BCPG
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี TRUETRUE เป็นหุ้น Laggard play เมื่อเทียบกับ ADVANC โดยปัจจุบันซื้อขายที่ส่วนลด 14% เมื่อเทียบกับ ADVANC อิงจาก EV/EBITDA ในปี 2567 ถ้า TRUE สามารถซื้อขายที่ EV/EBITDA ระดับเดียวกับ ADVANC หมายความว่า ราคา TRUE จะอยู่ที่ 14.
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี SCGP ยังมีโอกาสในสภาวะการแข่งขันสูงมอง Positive ในภาพระยะยาวของแผนกลยุทธ์ปี 2025-30 ของ SCGP ที่วางการขยาย EBITDA เชิงรุกเป็น 3-3.3 หมื่นลบ. เติบโตจากทั้งการขยายแบบ organic และ M&P ซึ่งหากทำได้ตามเป้าจะเป็น upside ต่อประมาณการ EBITDA ของเราราว 23-36% และระยะสั้นอาจมี catalyst บวก
Read more »
