TRUE เป็นหุ้น Laggard play เมื่อเทียบกับ ADVANC โดยปัจจุบันซื้อขายที่ส่วนลด 14% เมื่อเทียบกับ ADVANC อิงจาก EV/EBITDA ในปี 2567 ถ้า TRUE สามารถซื้อขายที่ EV/EBITDA ระดับเดียวกับ ADVANC หมายความว่า ราคา TRUE จะอยู่ที่ 14.
TRUE เป็นหุ้น Laggard play เมื่อเทียบกับ ADVANC โดยปัจจุบันซื้อขายที่ส่วนลด 14% เมื่อเทียบกับ ADVANC อิงจาก EV/EBITDA ในปี 2567 ถ้า TRUE สามารถซื้อขายที่ EV/EBITDA ระดับเดียวกับ ADVANC หมายความว่า ราคา TRUE จะอยู่ที่ 14.
5 บาท หรือ upside 35% จากระดับปัจจุบัน แต่เราไม่ได้มองแค่ TRUE สมควรซื้อขายเท่า ADVANC แต่ควรซื้อขายที่ระดับพรีเมียม เนื่องจาก EBITDA สามารถโตได้มากกว่า ADVANC ทั้งปีนี้และปีหน้า กำลังอยู่ในช่วงลดภาระหนี้หลังจากกลับมากำไรในปีนี้และ FCF ปรับตัวดีขึ้น การลดหนี้จะช่วยเพิ่ม EPS และทำให้ TRUE ซื้อขายที่ EV/EBITDA ถูกกว่า ADVANC กรณีที่ดีที่สุดหาก TRUE ลดหนี้ให้เท่ากับ ADVANC จะทำให้ EV/EBITDA ลดลงเหลือเพียง 6 เท่า คงคำแนะนำซื้อด้วยราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นเป็น 13.2 บาท จากการอิงมูลค่าเป้าหมายสิ้นปี 2568 แทนปี 2567การลดหนี้จะกลายเป็นธีมหลักของ TRUE ในปี 2568 โดย ณ สิ้น 2Q24 TRUE มีหนี้สินอยู่ประมาณ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็น 2 เท่าของ ADVANC แต่การที่ TRUE กลับมากำไรตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567 และ EBITDA และ FCF กำลังเพิ่มขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าขั้นตอนต่อไปคือการลดหนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของงบดุลและผลักดันกำไรในอนาคต จากการที่เราประเมินว่า TRUE จะสร้างกระแสเงินสดอิสระ ประมาณ 6-8 หมื่นล้านบาทต่อปี ในปี 2567-2568 หากใช้กระแสเงินสดอิสระทั้งหมดเพื่อชำระหนี้ จะใช้เวลา 2.5 ปีในการลดหนี้ให้เท่ากับระดับหนี้ของ ADVANC ที่ราว 2 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงประมาณ 5 พันล้านบาทต่อปี ซึ่งจะคิดเป็นเกือบ 50% ของ EPS ในปี 2568-2569แม้ว่ากำไรในไตรมาส 3 ปี 2567 มีแนวโน้มลดลงตามผลของฤดูกาล แต่คาดว่ากำไรจะยังคงปรับตัวดีขึ้นทั้งแบบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส EBITDA จะยังคงได้รับการสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการลดต้นทุนได้ต่อเนื่อง เราคาดการณ์ว่า EBITDA จะเติบโต 12% ในปี 2567 และ 9% ในปี 2568 เรายังคงคาดการณ์ว่ากำไรหลักจะถึง 7.9 พันล้านบาทในปี 2567 และเพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนจากต้นทุนการประมูลสัมปทานคลื่น 2.3GHz ที่ต่ำลง และการลดหนี้แม้ราคาหุ้น TRUE จะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 100% ตั้งแต่ต้นปี แต่เราประเมินว่าราคาปัจจุบันยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ 8.3 เท่าของ EV/EBITDA ในปี 2567 เทียบกับการเติบโตของ EBITDA ที่ระดับ 12% ในปี 2567 และ 9% ในปี 2568
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี KCG อัตรากำไรขั้นต้นขับเคลื่อนกำไรเราเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้น 7% เป็น 13 บาท และคงคำแนะนำซื้อ เนื่องจากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นสำหรับปี FY24F ซึ่งอาจดีขึ้น yoy แทนที่จะทรงตัวตามคำแนะนำของฝ่ายบริหารก่อนหน้านี้
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี Tourism Sector มูลค่าหุ้นน่าสนใจ สะท้อนการเติบโตแบบปกติแล้วเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงแรม จาก i) คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรทั้ง yoy และ hoh ใน 2H24F โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในประเทศไทยและยุโรป
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี WARRIX ราคาสะท้อนมูลค่าแล้วมอง Neutral ต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยบริษัทยัง maintain guidance อัตราการเติบโตของยอดขายและกำไรไว้ที่กรอบ 20%y-y Tone down ลงมาเล็กน้อยจากกรอบเดิม (20-30% y-y) แม้คาดยอดขายเติบโตใกล้เคียงเป้าบริษัทฯ
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BCPG ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากการรวมโครงการใหม่ๆเรามีมุมมองบวกจาก BCPG Opportunity Day เมื่อวานนี้ จากความคืบหน้าในโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่และมีแหล่งเงินทุนรองรับเพียงพอรวมถึงสำหรับการลงทุนในอนาคต เราคงคำแนะนำ 'Trading Buy' สำหรับ BCPG
Read more »
KH Academy ผนึก 5 โบรกเกอร์ชั้นนำ เปิดคอร์ส Prep for Investment Analyst รุ่น 2 ปั้นบุคลากรคนรุ่นใหม่ ป้อนสายงานนักวิเคราะห์การลงทุนKH Academy ผนึกกำลัง 5 บล.ชั้นนำของไทย ได้แก่ บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี KBANK การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์กับ BAMเรามีมุมมอง slightly positive ต่อการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์กับ BAM เพราะ BAM มีประสบการณ์ด้านบริหารหนี้เสีย และติดตามหนี้
Read more »
