หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า “ทำไมหมูแพง?” ตามหลักเศรษฐศาสตร์เกษตรจะมีคำอธิบายได้ดีในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติของตลาด หากแต่เป็น “วัฏจักรปกติ” ของการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ 2 วัฏจักรหลักที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้ 1.
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า “ทำไมหมูแพง?” ตามหลักเศรษฐศาสตร์เกษตรจะมีคำอธิบายได้ดีในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติของตลาด หากแต่เป็น “วัฏจักรปกติ” ของการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ 2 วัฏจักรหลักที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงจัด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและพฤติกรรมของสุกร สุกรที่เลี้ยงในสภาพอากาศร้อนมักจะกินอาหารน้อยลง โตช้าลง ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถจับหมูขายได้ตามเวลาที่กำหนด ต้องเลี้ยงต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้น้ำหนักตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น และปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดลดลง ราคาหมูจึงปรับตัวสูงขึ้น เป็นกลไกพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานในตลาดที่เราเห็นกันทุกปีช่วงนี้การเลี้ยงสุกรในประเทศไทย โดยทั่วไปต้องเผชิญกับวัฏจักรเศรษฐกิจที่ผันผวนยาวนาน ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ต้องขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพราะเมื่อราคาดีก็จะแห่เลี้ยงกันจนผลผลิตเกินความต้องการ ก่อนจะได้กำไรในปีที่ตลาดขาดแคลนสุกร โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และโรค ASF เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องลงทุนมากขึ้นในการดูแลสุขภาพสัตว์ด้านปัจจัยการป้องกันโรคระบาดตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้นส่งผลให้ช่วงเวลาการขาดทุนยืดยาวขึ้น แต่ระยะเวลาที่มีกำไรยังคงเท่าเดิม เหล่านี้ คือสาเหตุที่เราเห็นเกษตรกรจำนวนมากทยอยเลิกเลี้ยงหมูเมื่อขาดทุนหนัก ทำให้ปริมาณสุกรในระบบลดลง เมื่อถึงจุดที่ตลาดขาดแคลน ราคาก็จะพุ่งสูง กระตุ้นให้ผู้เลี้ยงกลับมาเลี้ยงอีกครั้ง ส่งผลให้หมูล้นตลาดในปีถัดไป ราคาก็ตกต่ำ กลับไปสู่วงจรขาดทุนอีกหน เมื่อเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มต่อกิโลกรัมในภูมิภาคอาเซียน ราคาในประเทศไทยอยู่ที่ 88 บาท ขณะที่สูงสุด คือ มาเลเซีย 125 บาท รองลงมา คือ เมียนมา 104 บาท เวียดนาม 98 บาท กัมพูชา 94 บาท และลาว 85 บาท ตามลำดับ เห็นได้ว่าราคาหมูของไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งนี้ภาครัฐและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ร่วมมือกันเพื่อรักษาสมดุลอุปสงค์-อุปทาน เพื่อให้การผลิตใกล้เคียงกับการบริโภคให้ราคาไม่สูงมากจนผู้บริโภคชะลอการซื้อ และไม่ต่ำเกินไปจนผู้เลี้ยงขาดทุน ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ปลดทั้งลูกหมูขุนและแม่พันธุ์สุกร เพื่อลดผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด สำหรับผู้บริโภค หากมีความเข้าใจในบริบท และ “ภาพรวม” ของการผลิตสุกรในประเทศ ราคาหมูที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ใช่การเอาเปรียบผู้บริโภค แต่เป็นผลจากปัจจัยธรรมชาติและกลไกตลาดที่หมุนเวียนเป็นประจำทุกปี เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน อากาศเย็นลง สุกรจะโตเร็วขึ้น การผลิตดีขึ้น ปริมาณหมูเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ราคาก็จะลดลง เป็นวัฏจักรตามธรรมชาติอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น หมูที่ผลิตในประเทศไทยได้มาตรฐานระดับสากล ปลอดภัยจากสารต้องห้ามและยาปฏิชีวนะตกค้าง เป็นโปรตีนคุณภาพดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาหมูตกต่ำ ขอให้ผู้บริโภคช่วยกันบริโภคเนื้อหมูเพิ่มขึ้น เพื่อพยุงเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในประเทศไม่ให้ล่มสลาย เพราะถ้าผู้เลี้ยงหมูหมดกำลังใจและเลิกเลี้ยงกันหมด วันหนึ่งข้างหน้าเราอาจต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างถาวรและควบคุมมาตรฐานด้านสุขอนามัยได้ยาก ขอเพียงเกษตรกรอยู่ได้ ผู้บริโภคได้อาหารดี ราคายุติธรรม คือ เป้าหมายร่วมกันของทุกคน.
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า “ทำไมหมูแพง?” ตามหลักเศรษฐศาสตร์เกษตรจะมีคำอธิบายได้ดีในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติของตลาด หากแต่เป็น “วัฏจักรปกติ” ของการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ 2 วัฏจักรหลักที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงจัด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและพฤติกรรมของสุกร สุกรที่เลี้ยงในสภาพอากาศร้อนมักจะกินอาหารน้อยลง โตช้าลง ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถจับหมูขายได้ตามเวลาที่กำหนด ต้องเลี้ยงต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้น้ำหนักตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น และปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดลดลง ราคาหมูจึงปรับตัวสูงขึ้น เป็นกลไกพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานในตลาดที่เราเห็นกันทุกปีช่วงนี้การเลี้ยงสุกรในประเทศไทย โดยทั่วไปต้องเผชิญกับวัฏจักรเศรษฐกิจที่ผันผวนยาวนาน ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ต้องขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพราะเมื่อราคาดีก็จะแห่เลี้ยงกันจนผลผลิตเกินความต้องการ ก่อนจะได้กำไรในปีที่ตลาดขาดแคลนสุกร โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และโรค ASF เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องลงทุนมากขึ้นในการดูแลสุขภาพสัตว์ด้านปัจจัยการป้องกันโรคระบาดตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้นส่งผลให้ช่วงเวลาการขาดทุนยืดยาวขึ้น แต่ระยะเวลาที่มีกำไรยังคงเท่าเดิม เหล่านี้ คือสาเหตุที่เราเห็นเกษตรกรจำนวนมากทยอยเลิกเลี้ยงหมูเมื่อขาดทุนหนัก ทำให้ปริมาณสุกรในระบบลดลง เมื่อถึงจุดที่ตลาดขาดแคลน ราคาก็จะพุ่งสูง กระตุ้นให้ผู้เลี้ยงกลับมาเลี้ยงอีกครั้ง ส่งผลให้หมูล้นตลาดในปีถัดไป ราคาก็ตกต่ำ กลับไปสู่วงจรขาดทุนอีกหน เมื่อเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มต่อกิโลกรัมในภูมิภาคอาเซียน ราคาในประเทศไทยอยู่ที่ 88 บาท ขณะที่สูงสุด คือ มาเลเซีย 125 บาท รองลงมา คือ เมียนมา 104 บาท เวียดนาม 98 บาท กัมพูชา 94 บาท และลาว 85 บาท ตามลำดับ เห็นได้ว่าราคาหมูของไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งนี้ภาครัฐและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ร่วมมือกันเพื่อรักษาสมดุลอุปสงค์-อุปทาน เพื่อให้การผลิตใกล้เคียงกับการบริโภคให้ราคาไม่สูงมากจนผู้บริโภคชะลอการซื้อ และไม่ต่ำเกินไปจนผู้เลี้ยงขาดทุน ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ปลดทั้งลูกหมูขุนและแม่พันธุ์สุกร เพื่อลดผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด สำหรับผู้บริโภค หากมีความเข้าใจในบริบท และ “ภาพรวม” ของการผลิตสุกรในประเทศ ราคาหมูที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ใช่การเอาเปรียบผู้บริโภค แต่เป็นผลจากปัจจัยธรรมชาติและกลไกตลาดที่หมุนเวียนเป็นประจำทุกปี เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน อากาศเย็นลง สุกรจะโตเร็วขึ้น การผลิตดีขึ้น ปริมาณหมูเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ราคาก็จะลดลง เป็นวัฏจักรตามธรรมชาติอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น หมูที่ผลิตในประเทศไทยได้มาตรฐานระดับสากล ปลอดภัยจากสารต้องห้ามและยาปฏิชีวนะตกค้าง เป็นโปรตีนคุณภาพดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาหมูตกต่ำ ขอให้ผู้บริโภคช่วยกันบริโภคเนื้อหมูเพิ่มขึ้น เพื่อพยุงเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในประเทศไม่ให้ล่มสลาย เพราะถ้าผู้เลี้ยงหมูหมดกำลังใจและเลิกเลี้ยงกันหมด วันหนึ่งข้างหน้าเราอาจต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างถาวรและควบคุมมาตรฐานด้านสุขอนามัยได้ยาก ขอเพียงเกษตรกรอยู่ได้ ผู้บริโภคได้อาหารดี ราคายุติธรรม คือ เป้าหมายร่วมกันของทุกคน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ศูนย์ฯจิตอาสาพระราชทาน ให้บริการ รถจยย. 7 จุด พิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานให้บริการจิตอาสารถจักรยานยนต์ วันที่ 13 ตุลาคม 2565 จำนวน 7 จุด ดังนี้ กลุ่มแรก พาประชาชนบริเวณรอบอุทยานฯ เข้าจุดคัดกรองและตรวจ ATK ดังนี้
Read more »
3 ผลิตภัณฑ์สุขภาพช่วยถนอมดวงตาไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันมีผลกระทบกับสุขภาพของดวงตา ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและเสื่อมก่อนวัยได้ง่าย ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาไม่ได้พบแค่ในคนสูงอายุ แต่กลับพบมากขึ้นในทุกช่วงวัย ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของดวงตาจึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจ วันนี้เราจึงมีวิธีในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อถนอมดวงตาและวิธีปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพตา ดังนี้ 1.คอนแทคเลนส์ (เลนส์สัมผัส) มีทั้งใส่เพื่อแก้ไขปัญหาสายตา รักษาความผิดปกติทางตา และเพื่อความสวยงาม โดยสามารถเลือกใช้ได้อย่างปลอดภัย ดังนี้ - ตรวจสอบวัน เดือน ปีที่หมดอายุ อย่าฝืนใช้หากหมดอายุ - เลือกคอนแทคเลนส์ที่ผ่านการอนุมัติจาก อย.
Read more »
สศค.กังวลนโยบายประชานิยมใช้เงินเกินงบ หวั่นกู้เกินตัวกลายเป็นภาระลูกหลาน-ลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองต่างๆออกนโยบายหาเสียงและมีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากว่า มาตรการต่างๆคงไม่สามารถดำเนินการภายใต้งบประมาณปี 2566 ได้ทัน และหากมีความต้องการใช้งบประมาณก็จะเหลือช่องว่างให้ใช้ได้อยู่อีกไม่มาก เช่น งบกลางกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมีอยู่ 9.24 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2567 อยู่ที่ 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งในความเห็นของกระทรวงการคลังยังสามารถนำมาใช้ แต่ที่ผ่านมา การใช้งบส่วนนี้ จะใช้กับภัยพิบัติ หรือความเสียหายที่ไม่อาจคาดเดาได้เท่านั้น รวมถึงความจำเป็นของการใช้งบในอนาคตอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยเมื่อมีการจั
Read more »
6 ราศี ดวงโชคลาภ เดือนกันยายน มาแรงที่ 1 ดังนี้6 ราศี ดวงมาแรงที่ 1 เช็กดวงชะตา 12 ราศี ดวงเดือนนี้จะเป็นอย่างไร การเงิน โชคลาภ อยู่ในระดับที่ดีหรือไม่ พบ 6 ราศี ดวงโชคลาภ เดือนกันยายน มาแรงที่ 1 ดังนี้ ได้แก่ ราศี...
Read more »
คุยกันวันใหม่ : พรุ่งนี้ที่ดีกว่ากับสวัสดิภาพของช้างไทยช้างไทยในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้จากข่าวที่นำช้างออกมาใช้เป็นเครื่องการทำมาหากิน ซึ่งมีอยู่ 1 องค์กรที่เขาใ...
Read more »
ซิลเวอร์บูลเล็ต 0.50 ของเฟด ไม่ใช่ ‘ของขวัญ’ แต่เป็น ‘ไพ่ตาย’อย่าเพิ่งวางใจเพราะการลดดอกเบี้ยของ FED ครั้งนี้อาจจะ ไม่ใช่ “ของขวัญ”หากแต่เป็น “ไพ่ตาย”เหตุผลแรกตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมีความคลุมเคลือมาก เป้าหมายของ FED ในปัจจุบัน คือ การควบคุมเงินเฟ้อให้เติบโตอยู่ในระดับราว 2% yoy และ อัตราการว่างงานสหรัฐที่ระดับ 4%
Read more »
