รายงานเผย AI agents ทำธุรกรรมบนบล็อกเชน 140 ล้านครั้งใน 9 เดือน และขับเคลื่อนธุรกรรม Agentic Payments กว่า 90% ด้วยบอท AI ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการบล็อกเชนและบทบาทสำคัญของ Stablecoin, กระเป๋าเงินคริปโต และระบบยืนยันตัวตนบนบล็อกเชนในการรองรับการชำระเงินที่เริ่มต้นโดย AI
ข้อมูลจากรายงานเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2569 เปิดเผยว่า AI agents ได้ทำธุรกรรมบน บล็อกเชน รวมกันถึง 140 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 9 เดือน ขณะที่รายงานของ Binance Research ชี้ให้เห็นว่ากว่า 90% ของปริมาณเงินในระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ Agentic Payments ” ถูกขับเคลื่อนโดยบอท AI ในปีที่ผ่านมา ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่าอะไร? เกมบนเครือข่าย บล็อกเชน เปลี่ยนไปแล้ว และโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin มูลค่ามหาศาลที่กำลังถูกสร้างขึ้นทั่วโลกอาจไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อนักเทรดรายย่อยอย่างเราอีกต่อไปเหตุผลที่ AI agents หันมาใช้ Stablecoin นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง พวกมันไม่ใช่มนุษย์ จึงไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารแบบดั้งเดิมได้ ไม่สามารถผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนแบบ KYC ที่ออกแบบมาสำหรับคน และไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ Circle เคยสาธิตให้เห็นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ว่า AI agents สามารถดำเนินการและชำระเงินได้อย่างอิสระโดยใช้ USDC และชี้ให้เห็นว่าวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิมจะไม่เพียงพอสำหรับการชำระเงินที่เริ่มต้นโดย AI นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2569 ว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทรนด์ AI Agent อาจไม่ใช่เหรียญ AI meme coin อย่างที่หลายคนคิด แต่จะเป็น Stablecoin , กระเป๋าเงินคริปโต และระบบยืนยันตัวตนบน บล็อกเชน นั่นหมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานต่างหากที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม ไม่ใช่โทเคนที่ผูกกับกระแสเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 B2C2 ผู้ให้บริการสภาพคล่องคริปโตในเครือ SBI Holdings ได้ประกาศกำหนดให้ Solana เป็นเครือข่ายหลักในการชำระ Stablecoin สำหรับลูกค้าสถาบัน Thomas Restout ซีอีโอของ B2C2 Group ระบุว่า Solana ได้สร้างสถานะที่แข็งแกร่งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ เนื่องจากให้ทั้งความเร็ว ความน่าเชื่อถือ และการรองรับปริมาณธุรกรรมขนาดใหญ่ที่ลูกค้าสถาบันต้องการ ตัวเลขยืนยันได้ชัด ปริมาณการซื้อขาย Stablecoin ของ Solana แตะ 6.
5 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของสถิติรายเดือนก่อนหน้า มูลค่าตลาด Stablecoin บน Solana เพิ่มขึ้นจากประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์เป็น 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดย USDC ครองส่วนแบ่งราว 70% ของ Stablecoin ทั้งหมดบน Solana คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.26 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แซงหน้า ที่สำคัญคือ Solana ไม่ได้มีแค่ B2C2 เป็นผู้เลือก ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 ยักษ์ใหญ่อย่าง Visa, Mastercard, PayPal, Western Union และ Worldpay ล้วนรวม Solana เข้ากับระบบของตนแล้ว Visa เริ่มใช้ Solana ในการชำระเงิน USDC สำหรับธนาคารสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ด้วยความสามารถในการประมวลผล 5,500-7,200 ธุรกรรมต่อวินาที และหลังจากรวมซอฟต์แวร์ Firedancer เข้ากับเครือข่ายหลัก Solana แสดงศักยภาพรองรับได้มากกว่า 100,000 ธุรกรรมต่อวินาทีในการทดสอบ ซึ่งสูงกว่า Visa อย่างมาก คำถามคือ ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ใช้ทางด่วนนี้มากที่สุด? เมื่อ AI agents สามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ Solana สามารถรองรับปริมาณมหาศาลในราคาต่ำ คำตอบน่าจะชัดเจนข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดอาจเป็นตัวเลขปริมาณธุรกรรม Stablecoin ทั้งระบบในปี 2568 ที่แตะ 33 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Visa รวมกับ Mastercard อยู่ที่ 24.8 ล้านล้านดอลลาร์ Stablecoin แซงยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินของโลกไปเรียบร้อย แต่ลองถามตัวเองว่า คุณเคยจ่ายค่าข้าวด้วย USDC ไหม? ซื้อของออนไลน์ด้วย USDT บ่อยแค่ไหน? ถ้าคำตอบคือ “แทบไม่เคย” แล้วปริมาณธุรกรรมมหาศาลเหล่านี้มาจากไหน? คำตอบส่วนหนึ่งคือสถาบันการเงิน แต่อีกส่วนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วคือ AI agents ที่ทำธุรกรรมระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร จำนวนกระเป๋าเงินที่ใช้ Stablecoin เพิ่มขึ้นกว่า 53% ในรอบ 12 เดือน จาก 19.6 ล้านเป็น 30 ล้านราย ณ เดือนพฤษภาคม 2568 และ AI agents ไม่ได้ใช้แค่กระเป๋าเงินเดียว พวกมันสร้างกระเป๋าเงินใหม่ได้อัตโนมัติ โอนเงินระหว่างกัน จ่ายค่าบริการ API สร้างสัญญาฝากทรัพย์ และจัดการงบประมาณ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีมนุษย์เกี่ยวข้อง Base เครือข่าย Layer 2 ของ Ethereum โดย Coinbase ก็เพิ่งเปิดเผยกลยุทธ์ปี 2569 ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่าง AI กับตลาดบนเครือข่าย ดังที่เห็นในกราฟิกด้านล่างซึ่งแสดงเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ ตลาดสินทรัพย์ 24 ชั่วโมง 7 วัน, การชำระเงินด้วย Stablecoin ที่เร็วและถูก, และระบบนิเวศที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับนักพัฒนาและ AI agents สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวเลขธุรกรรมคือกรอบกฎหมายที่กำลังถูกผลักดันอย่างเร่งด่วนทั่วโลก ซึ่งเมื่อมองลึกลงไป จะเห็นว่าถูกออกแบบมาให้รองรับเศรษฐกิจอัตโนมัติของเครื่องจักรไม่แพ้การใช้งานของมนุษย์ ในสหรัฐฯ กฎหมาย GENIUS Act ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ได้สร้างกรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมสำหรับ Stablecoin กำหนดให้มีการหนุนด้วยเงินดอลลาร์หรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำในอัตราส่วน 1:1 กฎหมายนี้ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริง มันเป็นการสร้าง “มาตรฐาน” ที่ทำให้ AI agents สามารถใช้ Stablecoin ได้อย่างมั่นใจ เพราะรู้ว่าค่าเงินจะคงที่ ไม่ถูกหลอก และมีกฎระเบียบรองรับ ที่ฮ่องกง พระราชบัญญัติ Stablecoin มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 กำหนดให้มีระบบใบอนุญาตสำหรับผู้ออก Stablecoin และบังคับให้มีเงินสำรอง 100% แต่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 มีรายงานว่าการออกใบอนุญาตชุดแรกถูกเลื่อนออกไป แม้ว่าหน่วยงานการเงินฮ่องกง จะยืนยันว่ากำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่น่าสังเกตคือฮ่องกงยังได้สรุปการบังคับใช้กฎ Basel crypto ซึ่งกำหนดน้ำหนักความเสี่ยงสูงถึง 1,250% สำหรับสินทรัพย์โทเคนบนบล็อกเชนแบบไม่ได้รับอนุญาตในมือธนาคาร ทำไมฮ่องกงถึงระมัดระวังขนาดนี้? หนึ่งในเหตุผลที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือ เมื่อ AI agents เข้ามาเป็นผู้ใช้รายใหญ่ ความเสี่ยงเชิงระบบจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เครื่องจักรไม่มีอารมณ์ แต่ถ้าตั้งโปรแกรมผิด หรือเกิด bug ในอัลกอริทึม ธุรกรรมอัตโนมัตินับล้านรายการอาจพังทลายได้ในพริบตา การเลื่อนใบอนุญาตอาจไม่ใช่ความล่าช้า แต่เป็นความระมัดระวังต่อโลกใหม่ที่ผู้กำกับดูแลยังเข้าใจไม่หมดต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง “Altcoin Season” ที่แท้จริงอาจไม่ใช่การที่เหรียญเล็กพุ่งขึ้นตาม Bitcoin อีกต่อไป แต่เป็นการที่ AI agents หมุนเวียนสภาพคล่องไปมาระหว่าง Stablecoin, DeFi protocol และสินทรัพย์โทเคนต่างๆ ในอัตราที่มนุษย์ไม่สามารถตามทัน สิ่งที่เรามองเห็นเป็น “ปริมาณการเทรดที่เพิ่มขึ้น” อาจเป็นแค่ร่องรอยของเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง Ethereum ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ข้อมูลจาก Token Terminal แสดงให้เห็นว่า ณ ต้นเดือนมกราคม 2569 Ethereum ถือครองสินทรัพย์โทเคนมากกว่า 65% และประมวลผลสินทรัพย์โทเคนมากกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 BlackRock ยังวางตำแหน่ง Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการชำระบัญชีบนเครือข่าย Standard Chartered คาดการณ์ว่าตลาดสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกโทเคนจะสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2571 โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบน Ethereum การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนไทยอย่างไร? ประการแรก ปริมาณการเทรดที่คุณเห็นบนเครือข่ายอาจไม่ได้สะท้อนความต้องการของมนุษย์อีกต่อไป การวิเคราะห์ on-chain ที่เคยใช้ได้ผลอาจต้องปรับเปลี่ยน เพราะ “เจ้ามือ” ยุคใหม่ไม่ใช่คนที่ถือกระเป๋าเงินใหญ่ แต่เป็นกลุ่ม AI agents ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ประการที่สอง Stablecoin กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในระบบนิเวศคริปโต ไม่ใช่เพราะมนุษย์ต้องการที่พักพิงจากความผันผวน แต่เพราะมันเป็น “เลือด” ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจเครื่องจักร ตลาด DeFi ทั่วโลกมีมูลค่า 7.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 4.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2575 การเติบโตส่วนใหญ่นี้จะถูกขับเคลื่อนโดยธุรกรรมอัตโนมัติผมไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อทำให้ใครตกใจ แต่เขียนเพราะรู้สึกว่ามุมมองนี้ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย เราใช้เวลาทั้งวันไล่ดูว่า Altcoin Season Index ขยับหรือยัง BTC Dominance ลดหรือเปล่า แต่ไม่เคยถามตัวเองว่า “ใครกันแน่ที่กำลังเทรดอยู่บนเครือข่ายเหล่านี้?” ตัวเลข 140 ล้านธุรกรรมใน 9 เดือนจาก AI agents เป็นตัวเลขที่ใหญ่มาก แต่ผมยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่ามนุษย์ “กลายเป็นส่วนน้อย” แล้ว เพราะข้อมูลที่เปรียบเทียบธุรกรรม AI กับธุรกรรมมนุษย์ทั้งหมดยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ทิศทางนั้นชัดเจน สัดส่วนของ AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมันจะไม่ช้าลง สิ่งที่ผมมองว่าน่าจับตาที่สุดคือการที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง SBI/B2C2 เลือก Solana สำหรับการชำระ Stablecoin ระดับสถาบัน ประกอบกับกฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐฯ และการเลื่อนใบอนุญาต Stablecoin ของฮ่องกง ทุกอย่างชี้ไปทางเดียวกัน โลกกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้ทั้งมนุษย์และเครื่องจักรใช้ได้ แต่ AI agents จะเป็นฝ่ายที่ใช้ประโยชน์จากมันได้เร็วกว่าและมากกว่า
AI Agents Stablecoin บล็อกเชน Agentic Payments Solana
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เปิด 3 รากฐานสำคัญ เตรียมข้อมูลรับยุค Agentic AI อินไซต์จากผู้บริหาร AWSเปิด 3 รากฐาน เตรียมข้อมูลรับยุค Agentic AI อินไซต์จาก วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, AWS จากงาน ' AI Revolution SHIFT 2026' Shaking The Global Economy เขย่าโลก พลิกธุรกิจ
Read more »
เปิด 3 รากฐานสำคัญ เตรียมพร้อมรับยุค Agentic AI: อินไซต์จาก AWSผู้บริหาร AWS ประเทศไทย ชี้ 3 รากฐานสำคัญที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับยุค Agentic AI เน้นสถาปัตยกรรมข้อมูลแบบเปิด, Vector Database และความปลอดภัย
Read more »
กูรูเอไอเตือน! ธุรกิจไทยสะเทือน เตรียมรับมือ Agentic AIโลกธุรกิจสะเทือน! Dr.Andreas Weigend เตือนรับมือ Agentic AI ที่จ่อแทนที่ผู้บริหาร ชี้ทางรอดธุรกิจไทยต้องเร่งกำหนด 'Objective Function' ให้ชัดเจนก่อนสายเกิน
Read more »
SCBX เปิดเกมรุก AI ปั้น 'Agentic AI' จัดธุรกรรมอัตโนมัติครบวงจร จบในคำสั่งเดียวSCBX ชี้เทรนด์ใหม่ Agentic AI ไม่ใช่แค่แชตบอต แต่เป็นผู้ช่วยที่สามารถจัดการธุรกรรมทางการเงินแทนลูกค้าได้ครบวงจร เช่น สั่งจองบริการและจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นในคำสั่งเดียว
Read more »
HUAWEI Cloud เปิดตัว MaaS ในไทย ดัน Agentic AI ยกระดับองค์กรสู่ยุคอัจฉริยะAgentic AI คือ AI ที่ทำงานและวางแผนเองได้ HUAWEI Cloud เปิด MaaS ในไทยพร้อม GLM-5 และแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับองค์กร
Read more »
AI Agent ตัวแรกที่ทำกำไรเกือบพันล้าน ปั่นตลาดคริปโตจนรวยเละสรุปข่าว AI ในโลกคริปโตไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมช่วยดูกราฟอีกต่อไป แต่วิวัฒนาการเป็น 'AI Agents' ที่มีกระเป๋าเงิน มีเงินทุน และกดทำธุรกรรมเองได้ 24
Read more »
