ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.24 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.09 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบ 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ 33.24 บาท/ ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.09 บาท/ ดอลลาร์ มองกรอบ 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.10-33.40 บาท/ ดอลลาร์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up หลังเงิน ดอลลาร์ รีบาวด์สูงขึ้น ตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงแรงขายทำกำไรสถานะ Short USD ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ซึ่งกดดันให้ เงินเยนญี่ปุ่น และเงินยูโร พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ทั้งนี้ แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังราคาทองคำทยอยปรับตัวสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน สหรัฐฯ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กลับมาร้อนแรงขึ้น บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้น สหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของ สหรัฐฯ และแนวโน้มการแทรกแซงการทำงานของ เฟด โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดแสดงความต้องการให้ เฟด ลดดอกเบี้ย ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด ดิ่งลง -2.
36%ในส่วนตลาดบอนด์ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่ความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ที่ยังคงถูกสั่นคลอน จากความกังวลผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และปัจจัยล่าสุด อย่าง ความเสี่ยงการเข้าแทรกแซงเฟด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นปัจจัยที่กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีจังหวะรีบาวด์สูงขึ้น สู่ระดับ 4.40% อนึ่ง เราคงมองว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่ เพียงแต่ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยรีบาวด์แข็งค่าขึ้นบ้าง สอดคล้องกับจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการขายทำกำไรสถานะ Short USD ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ซึ่งส่งผลให้ เงินเยนญี่ปุ่น และบรรดาสกุลเงินหลักอย่าง เงินยูโร ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ทว่า การรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ก็เป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดยังขาดความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์รีบาวด์ขึ้นสู่โซน 98.4 จุด ในส่วนของราคาทองคำ บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กลับมาร้อนแรงขึ้น ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ ปรับตัวสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ สู่โซน 3,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด และธนาคารกลางยุโรป เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงที่การดำเนินงานของเฟด อาจถูกแทรกแซงจากการเมืองสหรัฐฯ ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดล่าสุด ยังคงประเมินว่า เฟดมีโอกาส 73% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยราว 4 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน ECB มีโอกาสราว 55% ที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ในปีนี้ และนอกเหนือจากถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลักดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลประกอบการของหุ้นเทคฯ ใหญ่ สหรัฐฯ อย่าง Tesla สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม และมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideways Up หลังเงินดอลลาร์มีจังหวะรีบาวด์ขึ้นมาบ้าง ตามการปรับสถานะ Short USD ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ขณะเดียวกัน เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หากราคาทองคำเผชิญแรงขายมากขึ้น หลังทำจุดสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดปิดรับความเสี่ยง ซึ่งราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงพอสมควร พร้อมกับตลาดหุ้นทั่วโลก นอกจากนี้ เรามีความกังวลว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ราคาทองคำ กับเงินบาทอาจเปลี่ยนแปลงไป จากพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาด เพราะหากผู้เล่นในตลาดเริ่มไล่ราคาซื้อทองคำ อาจจะด้วยสาเหตุที่ทยอยขายทำกำไรไปช่วงก่อนหน้าแล้ว กอปรกับความกังวลว่าราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้นต่อ ก็อาจทำให้ ในจังหวะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เงินบาทก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่า ในช่วงนี้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าไม่ยาก จากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ อีกทั้ง บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ก็อาจยิ่งกดดันให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนทยอยขายสินทรัพย์ไทย อย่าง หุ้นไทย เพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ เราประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยโซนแนวต้านจะติดอยู่แถว 33.30-33.40 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนรวรับยังคงอยู่ในช่วง 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
ค่าเงินบาทวันนี้ ดอลลาร์ ธนาคารกรุงไทย สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เฟด ค่าเงิน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลง' อยู่ที่ 33.98 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.98 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.81 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.85-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 34.01 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 34.01 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดอยู่ที่ระดับ 33.90-34.10 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง' 33.83 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.83 บาท/ดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 34.01 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 33.83 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้น' 33.12 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.12 บาท/ดอลลาร์ 'แข็งค่าขึ้น' จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.23 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบ 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้น' 33.27 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.27 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.44 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์
Read more »
