ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.27 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.44 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ 33.27 บาท/ ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.44 บาท/ ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.00-33.65 บาท/ ดอลลาร์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง แม้ว่า เงินบาทจะแกว่งตัวในกรอบ Sideways ในช่วงวันศุกร์ เนื่องจากเป็นวันหยุดของตลาดการเงินฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องในวันหยุด Good Friday ทว่า เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ในช่วงเช้าวันจันทร์ หลังความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงกดดันความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาดต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ส่งผลให้เงิน ดอลลาร์ ทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการทยอยเพิ่มสถานะ Short USD ของผู้เล่นในตลาด นอกจากนี้ ราคาทองคำก็สามารถทยอยปรับตัวสูงขึ้น เข้าใกล้จุดสูงสุดก่อนหน้า หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้น สู่ระดับแข็งค่าสุดในรอบเกินครึ่งปี ตามการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของราคาทองคำ และแรงซื้อบอนด์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ส่วนเงิน ดอลลาร์ ยังคงทยอยอ่อนค่าลง สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรจับตารายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศ เศรษฐกิจ หลัก พร้อมรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ เดือนเมษายน รวมถึงรายงานสรุปภาวะ เศรษฐกิจ จากบรรดาเฟดสาขาต่างๆ เพื่อประเมินแนวโน้ม เศรษฐกิจ สหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของรัฐบาล Trump 2.
0 พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Tesla และ Alphabet ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ ▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินทิศทางนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางยุโรป และ ธนาคารกลางอังกฤษ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ของยูโรโซนและอังกฤษ ยอดค้าปลีก ของอังกฤษ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี พร้อมทั้งรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า ECB อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้ง ส่วน BOE มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 3-4 ครั้ง ในปีนี้ ▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น ในเดือนเมษายน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI ของกรุงโตเกียว เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยล่าสุด ความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ทำให้ผู้เล่นในตลาดคาดว่า BOJ มีโอกาสราว 41% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ในส่วนของนโยบายการเงิน เราคาดว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.75% เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินรูเปียะห์ และรอประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า เดือนมีนาคม เพื่อประเมินว่า ยอดการส่งออกของไทย เริ่มเผชิญผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด หลังในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดการส่งออกเร่งตัวขึ้นและขยายตัวได้เกิน +10%y/y ตามการเร่งนำเข้าสินค้า จากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ นอกเหนือจากรายงานข้อมูลดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เราประเมินว่า การแข็งค่าของเงินบาทมีแนวโน้มชะลอตัวลงบ้าง ทำให้เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยในสัปดาห์ 21-25 เมษายน นั้น เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติที่อาจสูงราว 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด หลังราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรพอสมควร ซึ่งหากราคาทองคำย่อตัวลง เข้าสู่ช่วงการพักฐาน ก็อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้ ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับมายังอยู่ในแนวโน้มการอ่อนค่าได้อีกครั้ง หากสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาทยังอยู่ในช่วง 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่แถว 33.50 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทอาจชะลอลง โดยเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ทว่า ยังคงต้องจับตาทิศทางเงินหยวนจีนและราคาทองคำ อย่างใกล้ชิด ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังมีความผันผวนอยู่ ซึ่งจะขึ้นกับบรรยากาศในตลาดการเงิน โดยต้องรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนไทยด้วยเช่นกัน ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์ขึ้นบ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทยอยออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ ใหญ่ ที่ออกมาสดใส อาจช่วยหนุนการรีบาวด์ของเงินดอลลาร์ได้ เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.35 บาท/ดอลลาร์
เงินบาท เงินบาทวันนี้ ดอลลาร์ ธนาคารกรุงไทย เศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าเล็กน้อย ที่ระดับ 33.89 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าเล็กน้อย ที่ระดับ 33.89 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75 - 34.00 บาท/ดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลง' อยู่ที่ 33.98 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.98 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.81 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.85-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่า ที่ระดับ 33.98 บาทต่อดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่า ที่ระดับ 33.98 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.85 - 34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง' 33.83 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.83 บาท/ดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้น' 33.12 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.12 บาท/ดอลลาร์ 'แข็งค่าขึ้น' จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.23 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบ 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเช้านี้ 21 เม.ย. เปิดตลาด แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 33.27 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้ 21 เม.ย. เปิดตลาด แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 33.27 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.15-33.35 บาท/ดอลลาร์
Read more »
