ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลง' อยู่ที่ 33.98 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาท News

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลง' อยู่ที่ 33.98 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทวันนี้บาทอ่อนค่าเงินบาทอ่อนค่า
  • 📰 NationTV22
  • ⏱ Reading Time:
  • 263 sec. here
  • 14 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 137%
  • Publisher: 59%

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.98 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.81 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.85-34.05 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.98 บาท/ ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.81 บาทต่อ ดอลลาร์ มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.85-34.05 บาท/ ดอลลาร์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 34.

00 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น หนุนโดยรายงานข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนมีนาคม ของสหรัฐฯ ที่โดยรวมออกมาดีกว่าข้อมูลดังกล่าวจากฝั่งยุโรป นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากภาวะเปิดรับความเสี่ยง ของตลาดการเงินสหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ จากท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจดำเนินนโยบายการค้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยภาพดังกล่าวได้หนุนเงินดอลลาร์ ผ่านการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงทะลุโซน 150 เยนต่อดอลลาร์ และนอกเหนือจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ เงินบาทก็ถูกกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงราว -30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ของราคาทองคำ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงแถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาด และการรีบาวด์ขึ้นบ้างของราคาทองคำบรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง มากขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการค้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ลงบ้าง นอกจากนี้ รายงานดัชนี PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.3 จุด ดีกว่าคาด ก็มีส่วนหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.76% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ย่อตัวลง -0.13% แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะเริ่มคลายกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ลงบ้าง ทว่าความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็ยังสูงอยู่ ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อาทิ Rio Tinto +1.5% ตามการปรับตัวขึ้นของราคาแร่โลหะ อย่าง ทองแดง และการปรับคำแนะนำลงทุน เป็น “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” ของบรรดานักวิเคราะห์ ในส่วนตลาดบอนด์ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และรายงานข้อมูลดัชนี PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟด 3 ครั้ง ในปีนี้ เหลือ 47% ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่โซน 4.34% ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่ ตราบใดที่เฟดยังมีแนวโน้มเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อยตาม Dot Plot ล่าสุด ทำให้เราแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นได้ ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หนุนโดยรายงานดัชนี PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด และภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ซึ่งทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็กดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุโซน 150 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่โซน 104.4 จุด ในส่วนของราคาทองคำ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ที่หนุนให้ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ได้กดดันให้ ราคาทองคำ ปรับตัวลดลง สู่โซน 3,040 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะรีบาวด์ขึ้นบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงต้องการถือทองคำอยู่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนีและยูโรโซน ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ โดย IFO ในเดือนมีนาคม ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า แนวโน้มการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มงบประมาณด้านการทหารของทั้งเยอรมนี จะช่วยหนุนให้บรรดาผู้เล่นในตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของเยอรมนีมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอาจปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 86.8 จุด ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลตลาดบ้านของสหรัฐฯ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่ เดือนกุมภาพันธ์ พร้อมจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าลงของเงินบาท มีกำลังมากขึ้น สอดคล้องกับการพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็เริ่มย่อตัวลงและเสี่ยงเข้าสู่ช่วงการพักฐานในระยะสั้น ทำให้ เราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงได้บ้าง และควรจับตาอย่างใกล้ชิด ว่า เงินบาทจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจนหรือไม่ เพราะการอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าว หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following จะสะท้อนว่า เงินบาทได้กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทก็อาจยังไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องชัดเจน หากราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้ หรือ อย่างน้อยแกว่งตัว Sideways นอกจากนี้ เงินบาทรวมถึงบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย ก็อาจได้รับอานิสงส์บ้าง จากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ลงบ้าง ซึ่งอาจสะท้อนผ่านการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชีย โดยในฝั่งตลาดทุนไทย ก็อาจเห็นแรงซื้อหุ้นไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติกลับมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ หากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี ที่จะรับรู้ในช่วงราว 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจช่วยพยุงเงินยูโร ได้บ้าง และอาจพอช่วยชะลออการอ่อนค่าลงของเงินบาท โดยเฉพาะแถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเราคาดว่า บรรดาผู้เล่นในตลาด อย่าง ฝั่งผู้ส่งออก ต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ในช่วงดังกล่าวพอสมควร ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

NationTV22 /  🏆 35. in TH

ค่าเงินบาทวันนี้ บาทอ่อนค่า เงินบาทอ่อนค่า ธนาคารกรุงไทย ดอลลาร์ เฟด เศรษฐกิจ ตลาดการเงิน

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.55 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.55 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.55 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ที่ 33.30-33.85 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 34.08 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 34.08 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 34.08 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.90-34.25 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงเล็กน้อย' 33.72 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงเล็กน้อย' 33.72 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.72 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อน 33.64 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.45-34.00 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 33.91 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 33.91 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลง” ที่ระดับ 33.91 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.00 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงเล็กน้อย' 33.67 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงเล็กน้อย' 33.67 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.67 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากปิดสัปดาห์ก่อน 33.64 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.35-34.10 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง' 33.73 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง' 33.73 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.73 บาท/ดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 33.65-33.85 บาท/ดอลลาร์
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:03:09