9 กูรู ชี้ ท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญการแข่งขันดุเดือด-ภาพลักษณ์ติดลบ จีนไม่กลับมาง่ายๆ ต้องเร่งสร้าง 'Soft Infrastructure' อุดช่องโหว่ความปลอดภัย-เปิดใจ Gen ใหม่
ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เร่งแก้ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและสร้างสิ่งดึงดูดใจใหม่ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ต้องยกระดับจุดแข็งเดิมอย่าง Wellness tourism และ Soft Power พร้อมใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ตรงเป้าหมายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเข้าถึงนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มไทยกำลังเผชิญกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการสูญเสียความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมักถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ตลาดกว้าง แทนที่จะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้ต้องพยายามตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกประเภทพร้อมกัน แต่ในปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวของไทยกลับเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ เพราะข้อมูลจากปี 2025 ระบุว่า ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียปี 2024 และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในปี 2025 ขณะที่เวียดนามก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนได้มากกว่าไทยในเวลานี้ ปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบคือการขาดแคลนตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับไทย สาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงคือ "การรับรู้ด้านความปลอดภัย" ซึ่งเป็นประเด็นที่เฉพาะเจาะจงสำหรับนักท่องเที่ยวจีน แตกต่างจากนักท่องเที่ยวระยะยาวจากยุโรป อีกประเด็นที่สำคัญคือ "ภาพลักษณ์" ของประเทศไทย ศุภกาญจน์ นักสร้างคอนเทนต์ด้านการท่องเที่ยว แจ้งว่าภาพลักษณ์ของไทยในสายตาชาวต่างชาติ นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ยังมีความเกี่ยวข้องกับ "การท่องเที่ยวทางเพศ" ซึ่งมักจะถูกพูดถึงเมื่อมีการกล่าวถึงภูเก็ตหรือพัทยา อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงมีความสนุกสนานกับธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย และในโซเชียลมีเดียก็ยังมีการแชร์ประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับความเป็นมิตรและความปลอดภัยของคนไทย อีกหนึ่งความท้าทายคือการที่การท่องเที่ยวไทยถูกมองว่าเป็น "จุดหมายปลายทางสำหรับคนรุ่นเก่า" จากมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่างชาติ กลุ่มนี้ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่ต้องการเดินตามรอยพ่อแม่ และต้องการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคลได้ การฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศนับเป็นเรื่องที่ต้องรีบทำในระยะสั้น นายกสมาคมโรงแรมไทย ได้กล่าวว่าปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญคือ “ปัญหาความไว้วางใจ” มากกว่าความปลอดภัยทางกายภาพ ดังนั้นการสร้างความเชื่อมั่นนี้จึงต้องทำอย่างจริงจัง ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพ สุวิตา จรัญวงศ์ ได้เน้นว่า นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ เช่น ระบบรถไฟหรือ 5G แล้ว ประเทศไทยยังต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนใน "โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐาน" เนื่องจากการที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดๆ และการควบคุมข่าวสารโดยกลุ่มอาชญากร ซึ่งต้องการให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศได้อย่างเป็นระบบ ในยุคปัจจุบัน การสื่อสารต้องใช้ "สื่อเฉพาะเจาะจง" จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันในการแก้ปัญหาที่มาจากตลาดจีน เช่น ปัญหาด้านความปลอดภัย และตลาดยุโรปที่มีปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนการเดินทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เริ่มใช้กลยุทธ์นี้แล้ว โดยมีการสร้างตราประทับ “Safe Travel Stamp” ร่วมกับการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนเพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เน้นความปลอดภัย รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มเฉพาะของจีน เช่น เสี่ยวหงชู เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z วิทยากรหลายท่านเห็นตรงกันว่า หากประเทศไทยต้องการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง และที่สนใจการท่องเที่ยวแบบ FIT มากขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแข็งอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านระบบรถไฟ เทียนประสิทธิ์เสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรพัฒนาระบบรถไฟที่เชื่อมต่อโดยตรงจากจีน และยังต้องเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียน เนื่องจากหลายเมืองในจีนประสบความสำเร็จจากการมีระบบรถไฟ นายกสมาคมสปาไทยก็เห็นด้วย โดยกล่าวว่าการเดินทางด้วยรถไฟจะทำให้ผู้คนมีโอกาสเห็นทิวทัศน์ของประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่าง แต่ศุภกาญจน์ก็ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลควรควบคุม “ราคาตั๋วรถไฟ” ให้ต่ำกว่าตั๋วเครื่องบินเหมือนกับที่จีนทำ เพื่อส่งเสริมการใช้ระบบรางตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นจุดแข็งที่ประเทศไทยควรใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณค่า สุนัย วชิรวราการ เปิดเผยว่า แม้การเดินทางเพื่อสุขภาพจะมีสัดส่วนเพียง 7.
8% ของการเดินทางทั้งหมด แต่รายได้จากตลาดนี้กลับสูงถึง 18% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก อย่างไรก็ตาม สุนัยเสนอให้มีการ “นิยามใหม่” เกี่ยวกับคำว่า Wellness และสปา โดยไม่จำกัดอยู่ที่การนวดแผนไทยเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีการสร้าง “เมกะโปรเจกต์ด้านเวลเนส” ที่เน้นสิ่งอำนวยความสะดวก คล้ายกับการสร้างธีมปาร์คเวลเนสในรูปแบบไทย โดยให้ความสำคัญกับ 3 แนวโน้มการเติบโตที่สูงที่สุดในโลก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ, สาธารณสุข/การแพทย์เฉพาะทาง และสุขภาวะทางจิต นอกจากนี้ สุนัยยังเน้นถึงจุดเด่นของ Soft Power ที่ไทยมีอยู่แล้ว โดยในปี 2005 การจัดอันดับดัชนี Soft Power ของโลกพบว่า “อาหารไทย” ติดอันดับที่ 6 และ “ความเป็นมิตร/รอยยิ้มไทย” อยู่ในอันดับที่ 4 สิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งที่ควรนำมาใช้ในการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ ผ่านแคมเปญ “Do you love Thailand?” เพื่อเอาชนะความกลัวด้วยความรัก อีกจุดที่สำคัญสำหรับตลาดระยะไกลและ MICE คือ ความยั่งยืน มาริสากล่าวว่าความต้องการด้านความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องผิวเผิน แต่เป็นความจริง โดยเฉพาะในภาค MICE และองค์กรข้ามชาติ รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณในการให้ใบรับรองสีเขียวแก่ผู้ประกอบการ SME และโรงแรม เพื่อลดการพึ่งพาหน่วยงานรับรองระหว่างประเทศ และยังควรส่งเสริม “การท่องเที่ยวฟื้นฟู” ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติพร้อมกับการท่องเที่ยว สิ่งที่น่ากังวลคือ ความไม่สอดคล้องกันในนโยบายและการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มาริสาได้แนะนำว่าหน่วยงานทุกภาคส่วน เช่น BOI, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงสิ่งแวดล้อม ควรจะมารวมตัวกันเพื่อสร้าง "แผนงานเชิงกลยุทธ์" หรือ "Roadmap" เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน เมื่อได้มีการถามถึง "หนึ่งการกระทำ" ที่สำคัญที่สุดที่ไทยควรทำเพื่อกลับมาทวงคืนตำแหน่งผู้นำการท่องเที่ยวในอาเซียนภายในปี 2026 คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ชี้ไปที่เรื่องของ "ความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย" ชาย เอี่ยมศิริได้เน้นย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด" และหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงและความปลอดภัยควรต้องทำงานอย่างจริงจัง โดยเขาบอกว่า หากดำเนินการอย่างจริงจัง ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เทียนประสิทธิ์ยังได้เสริมว่า ต้องแสดงถึง "ความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง" ในการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยและอาชญากรรม พร้อมทั้งสื่อสารให้คนทั่วโลกรับรู้ ในส่วนของการตลาดนั้น สุนัยได้เสนอให้ใช้ "ปฏิทินเทศกาล" ของไทยทั้งหมดในการสร้างเรื่องราวและจัดเป็น "ประเทศแห่งการเฉลิมฉลอง" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในแต่ละเทศกาล ขณะที่มาริสาได้เน้นถึงความสำคัญของการสร้างแรงจูงใจและมาตรการกระตุ้นการเดินทาง สำหรับตลาดภายในประเทศ เพื่อรับมือกับช่วงโลว์ซีซั่นในปีหน้า ดร. บุรณิน ได้สรุปว่า ประเทศไทยควรพัฒนาแคมเปญ "Thailand is your destination" ที่สะท้อนถึงความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย สุดท้ายนี้ วิทยากรทุกคนมีความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งในด้านทรัพย์สินที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ โดยเฉพาะ "น้ำใจ" และ "รอยยิ้ม" ที่เป็นเอกลักษณ์ หากสามารถแก้ไขปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและมีระบบ พร้อมทั้งพัฒนาเนื้อหาใหม่ๆ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ไทยจะสามารถกลับมาเป็นผู้นำและเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมูลค่าสูงสำหรับคนไทยทุกคนได้ สถานการณ์นี้เหมือนนาฬิกาทรายที่กำลังจะหมดลง ดังนั้นการลงมือทำในวันนี้จึงถือเป็น "Last Call" สำหรับอนาคตการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของไทย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
อย่าให้เอาจริง ! Exynos 2600 ทำ Benchmark ใหม่ เทียบระดับชิป Apple M5 สูงกว่า SD 8 Elite Gen 5 แบบชัดเจนอย่าให้เอาจริง ! Exynos 2600 ทำ Benchmark ใหม่ เทียบระดับชิป Apple M5 สูงกว่า SD 8 Elite Gen 5 แบบชัดเจน - Android News บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
vivo X300 Ultra เตรียมเปิดตัว: กล้อง 200MP สองตัว, Snapdragon 8 Elite Gen 5 และหน้าจอ 2Kข่าวหลุด vivo X300 Ultra เผยสเปคสุดล้ำ: กล้อง 200MP สองตัว, ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5, จอ 2K และเตรียมบุกตลาดโลก
Read more »
เรือธงขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 ครอง 5 อันดับแรก สมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงสุด เดือนตุลาคม 2025RedMagic 11 Pro+ ที่ใช้ศักยภาพจากชิปเซต Snapdragon 8 Elite Gen 5 สามารถครองอันดับที่ 1 ด้วยผลทดสอบ 4,132,403 คะแนน
Read more »
หุ้น CK บวก 4.20% คาดไตรมาส3/68 กำไร New High จ่อรับงานทางด่วน Double Deckหุ้น CK ปรับตัวขึ้น 4.20% มาอยู่ที่ราคา 14.90 บาท ในการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 5 พ.ย.
Read more »
BEM ยึดสัมปทานทางด่วนเพิ่ม 22 ปี แลกสร้าง Double Deck 3.5 หมื่นล้านBEM ประกาศธุรกิจทางด่วน - รถไฟฟ้ากำไรโตต่อเนื่อง คาดผลประกอบการ Q3 ปี 2568 จะทำ New High พร้อมเดินหน้ารับขยายสัมปทานทางด่วน 22 ปี 5 เดือน และสร้าง Double Deck หนุนนโยบายปรับค่าผ่านทางเหลือไม่เกิน 50 บาท คาดชงเข้า ครม. ลงนามสัญญา ธ.ค.นี้
Read more »
กูรูฟันธงทางรอด 'New Gen' ถอดรหัสยุทธศาสตร์เปลี่ยนท่องเที่ยวไทย ต้องมีอะไรใหม่?9 กูรู ชี้ ท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญการแข่งขันดุเดือด-ภาพลักษณ์ติดลบ จีนไม่กลับมาง่ายๆ ต้องเร่งสร้าง 'Soft Infrastructure' อุดช่องโหว่ความปลอดภัย-เปิดใจ Gen ใหม่
Read more »
