‘อนุทิน’รับโจทย์‘บาทแข็ง สกัดผลกระทบ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว’

เศรษฐกิจ News

‘อนุทิน’รับโจทย์‘บาทแข็ง สกัดผลกระทบ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว’
อนุทินกรุงเทพธุรกิจบาทแข็ง
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 153 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 79%
  • Publisher: 63%

“อนุทิน”ย้ำนโยบายเร่งด่วน แก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจระยะสั้น ยืนยันไม่มีมีแผนเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในเร็วๆ นี้ สั่งทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ลุยถก ส.อ.ท.

ขณะนี้รอให้บริหารราชการแผ่นดินได้ก่อน ซึ่งยืนยันว่าพร้อมดำเนินการทันที ส่วนในรายละเอียด โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งนั้นจะให้นายเอกนิติ เป็นผู้ชี้แจงต่อประชาชน โดยเมื่อดำเนินการเข้ามาบริหารประเทศเต็มตัวจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้เร็วที่สุด” นาย อนุทิน กล่าวประธาน ส.

อ.ท.กล่าวว่า ส.อ.ท.เสนอแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรม 5 เรื่องระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย 1. การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐและสงครามการค้าที่ยังต้องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะในรายละเอียดเรื่อง Local Content ว่าจะใช้มาตรฐานใด และอุตสาหกรรมใดที่ทำได้ และอุตสาหกรรมใดที่ทำไม่ได้ รวมถึงจะมีมาตรการเยียวยาอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยถูกสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีอัตราที่ 19% แต่จะมีการเรียกภาษีอยู่ 2 กรณี คือสำหรับการเรียกเก็บภาษีอัตราที่ 19% ใช้กับสินค้าที่ตกอยู่ในขอบเขตของมาตรการนี้โดยรวมยกเว้นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็กและอลูมิเนียม ทองแดงกึ่งสำเร็จรูป เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีกรอบกฎเกณฑ์ต่างหากเรียกเก็บภาษีอัตราที่ 40% จะบังคับใช้เมื่อสินค้าถูกพิจารณาว่า เกิดจากการสวมสิทธิ์ของประเทศที่สาม หรือมีกรณี transshipment โดยสินค้าในกรณีนี้จะต้องผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์โดย U.S. Customs and Border Protection ก่อน และหากพบการสวมสิทธิ์จริงจะถูกเรียกเก็บอัตรานี้ ดังนั้น ส.อ.ท.จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสหรัฐ การจัดตั้งหน่วยงานเพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการคำนวณ ตลอดจนการส่งเสริมผู้ประกอบการในการปรับตัวเพื่อปรับซัพพลายเชนของไทยให้ยืดหยุ่นและทันสมัย พร้อมเน้นย้ำมาตรการเชิงรุกด้านการค้าระหว่างประเทศและส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ 2.การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งไหลของสินค้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด ซึ่งไทยโดนมากที่สุด และกระทบกับ SME จำนวนมาก โดยคาดว่าหากสถานการณ์ดังกล่าวยังดำเนินการต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อกลุ่ม SME เพิ่มขึ้นจาก 24 กลุ่ม เป็น 30 กลุ่ม แต่ก็เชื่อว่า สถานการณ์ดังกล่าว นายกฯ น่าจะเข้าใจดี “ปัจจุบัน SME เปราะบางที่สุด และมีปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนสูงกว่า 90% ของ GDP โดยเดือนมิ.ย. 2568 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในกลุ่ม SME คิดเป็น 243,026 ล้านบาท และยอดหนี้คงค้างรวม คิดเป็น 3,119,525 ล้านบาท จึงอยากให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เช่น การดำเนินการการแฮร์คัท การขยายวงเงินให้ SME มากขึ้นหรือไม่”3.การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการและประชน ซึ่งวันนี้ผู้ประกอบการประสบปัญหาต้นทุนราคาพลังงานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะต้องลดราคาพลังงานลงให้ได้ ส.อ.ท.ไม่เห็นด้วยกับการแยกสัดส่วนการใช้แก๊ส โดยให้เอกชนใช้ก๊าซนำเข้าราคาสูงแม้จะแก้ปัญหาค่าไฟ ทั้งนี้ ภาครัฐเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ให้เสร็จภายในปี 2568 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในมิติสิ่งแวดล้อมด้วยราคาที่เป็นธรรมและมีความมั่นคงด้านพลังงาน และเสนอให้ปรับโครงสร้างการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า รวมทั้งปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้าเหลือ 0.5 เท่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีประวัติการชำระตามกำหนด เพื่อบรรเทาภาระด้านการเงิน และเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ4.การรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระยะเร่งด่วน ควรมุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายด้านการโลจิสติกส์ผ่านการเสริมช่องทางโลจิสติกส์เดิม การเพิ่มเรือชายฝั่งในการส่งสินค้า เข้าในช่องทางที่ไม่ใช่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดกัน เช่น จันทบุรี และตราด และการพิจารณาอนุญาตให้ส่งออกและนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน ที่จะนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตใน Supply Chain ได้ในด่านที่ไม่มีความขัดแย้งเสนอแนะให้พิจารณา Soft Loan ให้ผู้ประกอบการเพื่อรักษาสภาพคล่องของกลุ่ม SME ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา หรือผู้ที่มีหลักฐานการค้าขายต่อเนื่องกับกัมพูชา

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

อนุทิน กรุงเทพธุรกิจ บาทแข็ง Economicwealth

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 10:25:58