อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งไปยัง ครม. เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบพบบริษัทหรือธุรกิจเข้าข่ายนอมินีลุกลามกระทบความมั่นคง ขยายลามภาคธุรกิจ 10 สาขา ทั้งภาคขนส่ง ร้านอาหาร ค้าปลีกค้าส่งและธุรกิจออนไลน์ อสังหาริมทรัพย์ ภาคการเกษตร สวนทุเรียน สวนผลไม้ ธุรกิจก่อสร้าง เชื่อมโยงปัญหาอาชญากรรม ฟอกเงิน การค้าผิดกฎหมาย ซึ่งกระทบรายได้ ภาษีและอาชีพของคนไทย หลังได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเสนอไปยังรัฐบาล เนื่องจากไทยไม่มีกฎหมายควบคุมเรื่องนอมินีโดยเฉพาะ ไม่มีหน่วยงานเฉพาะดูแล และจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย มาตรการระเบียบ รวมถึงมีกฎหมายกลางขึ้นมาดูแล เพื่อปิดช่องโหว่กฎหมาย ลดผลกระทบกับประเทศ นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ส่งข้อเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สภาทนายความ ซึ่งในปลายเดือน เม.
ย. ก็จะประชุมร่วมกันหน่วยงานดังกล่าว เพื่อติดตามความคืบหน้า ขณะเดียวกันก็เตรียมลงพื้นที่ย่านธุรกิจที่มีธุรกิจชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด นายทรงศัก กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเสนอที่ส่งไปยัง ครม. เพื่อประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้เร่งดำเนินการ คือขอให้สำนักนายกรัฐมนตรี ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการทำธุรกรรมนอมินีแทนคนต่างด้าว ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบคณะกรรมการ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน่วยงานกลางขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ และขอให้จำกัดนิยามคำว่านอมินี ธุรกิจนอมินีให้เกิดความชัดเจน อีกทั้งทุกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกันผ่านมาตรการเชิงบริหาร มีกลไกระดับจังหวัดในการเฝ้าระวังโดยภาคีเครือข่าย ประชาชน ชุมชน ให้ติดตามตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงเกิดธุรกิจนอมินี โดยล่าสุดขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งต้องมีกลุ่มเฝ้าระวังในพื้นที่สาขาโดยเฉพาะ เช่น จ.จันทบุรี ตราด ชุมพร เฝ้าระวังเรื่องที่ดิน พื้นที่ทางการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฝ้าระวังจังหวัดในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดธุรกิจนอมินี โดยใช้ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามบริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้น ซึ่งจันทบุรี มีบริษัทต่างด้าว 10-20% นายทรงศัก กล่าวต่อไปว่า พร้อมขอให้แก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว 2542 แก้ประเด็นนิยามคนต่างด้าวและการกระทำที่เข้าข่ายเป็นนอมินีให้ชัดเจน ครอบคลุมอำนาจการบริหาร บริษัทแม้คนไทยจะถือหุ้น 51% หากพิสูจน์ว่าอำนาจบริหารอยู่กับคนต่างด้าวก็เข้าข่ายเป็นบริษัทต่างด้าว ติดตามการโอนหุ้น ซื้อขาย โอนย้ายทรัพย์สินในภายหลัง และมีมาตรการตรวจสอบผู้ถือหุ้นฝ่ายไทย เช่น สถานทางการเงินย้อนหลัง 5 ปี ประสบการณ์ในการทำธุรกิจ รวมถึงแก้ไขเพิ่มบทลงโทษทั้งชาวไทยและต่างด้าว โดยโทษจำคุกเพิ่มเป็น 5-7 ปี ปรับในวงเงินที่สูงขึ้นสอดคล้องกับขนาดธุรกิจ นอกจากนี้ ต้องแก้ประมวลกฎหมายที่ดิน เพิ่มโทษจำคุกและปรับคนต่างด้าว หากพิสูจน์มีความผิดใช้นอมินีซื้อและถือครองที่ดิน ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินมากกว่าที่จะบังคับขายคืน ย้ำว่าต้องแก้ไขให้กฎหมายรุนแรง มีความครอบคลุม ถือเป็นมาตรการป้องปรามที่สำคัญ ขณะเดียวกันต้องมีการจัดโซนนิ่งและเฝ้าระวังพื้นที่การเกษตรที่เข้าข่ายจะมีธุรกิจนอมินี หรือความเคลื่อนไหวผิดสังเกต เช่น สวนทุเรียน สวนผลไม้ พื้นที่การเกษตรที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาก ส่วนข้อเสนอแนะไปยังสภาทนายความ ขอให้กำกับดูแล สอดส่องบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาทำธุรกิจ ส่วนใหญ่จะใช้บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย ที่ปรึกษาทางบัญชีหรือธุรกิจ นายทรงศัก กล่าวต่ออีกว่า ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่และเข้มงวด ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จะต้องดูแลร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้มีการอาศัยช่องทางกฎหมายทำผิด และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลพื้นที่ภาคการเกษตร หลังพบคนต่างชาติเปิดล้งรับซื้อผลไม้ หลายเจ้ามีแนวโน้มไปซื้อพื้นที่การเกษตร คุมระบบขนส่งและการค้า จำเป็นต้องเสริมขีดความสามารถเกษตรกร ผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ การส่งออก การกระจายสินค้าไปต่างประเทศ ให้คนไทยสามารถดูแลธุรกิจตลอดสาย ลดความเสี่ยงเกิดนอมินีซื้อพื้นที่ทางการเกษตร และหัวใจสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน “หัวใจสำคัญอันหนึ่งต้องสร้างความตระหนักรู้ เป็นมาตรการที่เราเสนอว่าอาจจะดำเนินการได้ทันที ส่วนในระยะต่อไป เมื่อไม่มีกฎหมายเฉพาะ ก็ควรมีการร่างกฎหมายโดยเฉพาะขึ้นมาสำหรับเรื่องนอมิมี ธุรกิจนอมินี กำหนดกลไกกลาง กลไกต่างจังหวัด โดยยกระดับจากร่างระเบียบสำนักนายกฯ มากำหนดนิยามนอมิมีและธุรกรรมนอมินีให้ชัดเจนขึ้น ครอบคลุมการจดทะเบียน การตรวจสอบติดตาม บทลงโทษและมีความเชื่อมโยงกับกฎหมายต่างๆ ที่บังคับใช้ โดยได้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะนี้สำนักนายกฯ อยู่ระหว่างนำเข้า ครม. ให้พิจารณา และนายกฯ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักในการยกร่างระเบียบสำนักนายกฯ” นายทรงศัก กล่าว ส่วนการตั้งข้อสังเกตเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีการปล่อยปละละเลย เพราะประชาชนร้องเรียนเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง นายทรงศัก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีข้อจำกัดจากข้อกฎหมาย จึงทำตามกฎหมายที่มี อีกทั้งไม่มีกฎหมายและระบบที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ จึงทำให้เจ้าหน้าที่รัฐส่วนหนึ่งไม่กล้าดำเนินการอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าสามารถปรับปรุงการทำงานได้โดยใช้ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย และประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ไม่เป็นนอมินีให้กับคนต่างชาติ เมื่อถามถึงความห่วงใยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่อยากจะฝากไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้เร่งดำเนินการปิดช่องเรื่องนอมินีไม่ให้กระทบมิติความมั่นคง สาธารณสุขและมิติอื่นๆ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหานอมินีมีความรุนแรงและขยายตัวรวดเร็ว คนทั้งประเทศเป็นห่วง จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน หวังว่ารัฐบาลจะยกเป็นวาระแห่งชาติและดำเนินการอย่างเร่งด่วน อีกทั้งขอให้หน่วยงานที่ได้รับข้อเสนอเร่งรัดดำเนินการ ใช้กลไกที่มีดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมถึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดร่างระเบียบสำนักนายกฯ ขึ้นมาเป็นกลไกกลาง หากมีระเบียบสำนักนายกฯ และยกระดับคณะกรรมการขึ้นมาเป็นคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีนายกฯ หรือรองนายกฯ เป็นประธานดูแลแต่ละสาขา จะทำให้ดูแลได้ทั่วถึง อีกทั้งต้องเร่งออกกฎหมายซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะปิดช่องว่างต่างๆ สำหรับบริษัทต่างๆ ที่มีแนวโน้มเป็นนอมินี อาศัยใช้ช่องว่างต่างๆ มาดำเนินการ ส่วนข้อเสนอแนะให้รัฐบาลทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า เนื่องจากต่างชาติใช้เป็นช่องทางเข้ามาแย่งงานคนไทย และทำงานในบริษัทนอมินี คล้ายกับ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” นั้น นายทรงศัก กล่าวว่า ฟรีวีซ่าเป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็น แต่หากมีผลกระทบจากนโยบาย ก็ควรจะมีมาตรการกำกับช่วยลดผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการกลไกควบคุม ติดตามตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถป้องกันได้ ไม่ว่าจะมีการเข้าเมืองมาในรูปแบบใด หรือเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะใช้นอมินี สำหรับข้อมูลตัวเลขบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ ณ ปี 2568 มีบริษัท 926,950 แห่ง โดยเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยชาวต่างชาติ 127,522 แห่ง และเป็นบริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จำนวน 18,288 แห่ง.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
‘พาณิชย์’ เร่งแก้ปัญหา ส่งออกทุเรียน - นอมินี | Thai PBS รายการไทยพีบีเอสนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ภาคเอกชน เช่น ส...
Read more »
มาตรการลดภาษีนิติบุคคล สำหรับธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ)รัฐบาลมาตรการลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 10% สำหรับธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัดทั่วไทย หวังดึงดูดการลงทุน สร้างงาน กระจายรายได้
Read more »
ปอศ.ล้างบางบริษัท 'นอมินี' นายทุนจีน ยึดทรัพย์กว่า 150 ล้านปอศ.ล้างบาง 'นอมินี' นายทุนจีน 15 บริษัท ยึดทรัพย์กว่า 150 ล้าน พร้อมเปิดที่มาปฏิบัติการ 'รื้อระบบสยบจีนดำ' ขยายผลหลังจากจับชาวจีนหนีคดียักยอกเงินกว่า 1.4 หมื่นล้าน
Read more »
ผู้รับเหมาไฟฟ้า ตึกสตง.ถล่ม เข้าให้ข้อมูลดีเอสไอ ปมโดนเบี้ยวค่าจ้าง 3.7 ล้านบาทจากกรณีหัวหน้าผู้รับเหมาช่วงก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และผู้รับเหมากว่า 10 คน รวมตัวกันเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ยกับบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 จำกัด และ บริษัท 9PK ซึ่งเป็นบริษัทซับคอนแทค ที่ค้างค่าจ้างผู้รับเหมารวมกว่า 10...
Read more »
ขุดเบื้องลึก 'ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ไทย)' ทุนจีนใหม่แผ่นดินใหญ่แม้ดีเอสไอจะรับเหตุตึก สตง. 30 ชั้นถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 เป็นคดีพิเศษในฐานความผิด 'นอมินี' ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.
Read more »
“ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ทำบุญสถาปนาครบ 25 ปี “ปธ.ผู้ตรวจฯ” ย้ำยึดมั่นความเป็นอิสระ เป็นกลาง-เป็นธรรมวันที่ 10 เม.ย.2568 ที่ศูนย์ราชการฯ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.
Read more »
