LEO เล็งปิดดีล JV-M&A ทั้งในประเทศ-ตปท.ต้นปี 66 ดันรายได้เพิ่ม 300-400 ลบ./ปี LEO ตลาดหลักทรัพย์ หุ้นไทย อินโฟเควสท์
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการร่วมลงทุน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจากับบริษัททั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์อีก 2-3 โครงการ รวมถึง M&A กับบริษัทในธุรกิจโลจิสติกส์ ในประเทศกัมพูชา แคนาดา เบลเยียม สิงคโปร์ และ จีน คาดว่าจะหาข้อสรุปได้ภายในไตรมาส 1 หรือ 2 ของปี 66 ซึ่งบริษัทฯเหล่านี้จะมีรายได้รวมประมาณ 300-400 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ เหล่านี้ได้ภายในไตรมาส 3/66 เป็นอย่างช้า แนวโน้มในปี 66 บริษัทมั่นใจว่าจะเป็นปีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ JV และ M&A ใหม่ๆที่เกิดขึ้นในปีนี้และปีหน้าอีกหลายโครงการ และมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics ที่มีอัตรากำรขั้นต้นสูงถึง 30-50% เช่น การร่วมทุนกับ ADVANTIS FREIGHT LIMITED ซึ่งเป็นบริษัทระดับ Regional Player ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ในการดำเนินธุรกิจ Logistics & Distribution Center และ ร่วมลงทุนกับ บริษัท เอสเค แอสเซ็ท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือ บมจ.
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่เพื่อดำเนินโครงการ Self-Storage แห่งที่ 3 เพื่อให้บริการพื้นที่ห้องเก็บของให้เช่า และพัฒนาธุรกิจคลังสินค้าและให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ต่อยอดในการขยายธุรกิจ Self-Storage และ Warehouse ของบริษัทฯ อีกทั้งยังจะจัดตั้งบริษัทใหม่ร่วมกับ บมจ.สหไทย เทอร์มินอล ในการดำเนินธุรกิจศูนย์ให้บริการโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ และให้บริการธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 65 มั่นใจว่ามีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่บริษัทเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังจาก 9 เดือนแรกมีรายได้รวม 4,009.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 297.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144% ซึ่งเป็นผลกำไรที่มากกว่าผลกำไรทั้งปีของปี 64 ไปแล้ว ปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณการขนส่งทั้งทางเรือ อากาศ และรายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจ Self Storage เพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย มีลูกค้ากลุ่ม SME บริษัทออร์แกไนซอร์ กลุ่มลูกค้าที่ซ่อมบ้าน รวมถึงลูกค้าทั่วไปที่นำของใช้ส่วนตัว และของสะสม กลับมาใช้บริการมากขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ได้เปิด LEO Self Storage สาขาที่ 2 # Chinatown แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกของประเทศไทย ที่เป็นแหล่งการค้าและที่อยู่อาศัยที่สำคัญ ใจกลางถนนเจริญกรุง บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และมีการรับรู้รายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และมีแผนจะเปิดดำเนินการ Self Storage แห่งที่ 4 และลานเก็บตู้ Container แห่งที่ 2 ในปี 66 นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาการให้บริการขนส่งสินค้าทางราง จากสาธารณรัฐประชาชนจีน – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว – ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เบาไทย อินเด็กซ์ แอสโซซิเอท จำกัด และ บริษัท ศรีตรังโลจิสติกส์ จำกัด และทำให้ความร่วมมือในการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางรถไฟร่วมกับทาง China Post และ Tengjun สามารถบริการได้ครอบคลุมการขนส่งทางรถไฟไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังจัดตั้งบริษัท Leo Sourcing & Supply Chain เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘One-Stop Service Provider’ ให้กับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซให้สามารถนำเข้าและส่งออกสินค้าจากประเทศจีน พร้อมกับกระจายสินค้าไปยังปลายทางทั่วโลก บริษัทเชื่อมั่นว่าในปี 66 จะสร้างรายได้จากการขนส่งสินค้าทางรถไฟไปยังประเทศจีนได้อย่างน้อย 200 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต และบริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจ Sourcing & Supply Chain ที่ได้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดหาสินค้าจากประเทศไทยเพื่อไปขายให้กับ e-Commerce Platform ของ China Post และ Tengjun ในประเทศจีน รวมถึงการนำสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาขายในประเทศไทย โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทในปี 66 และจะเติบโตขึ้นเป็น 100-120 ล้านต่อปีตั้งแต่ปี 67 “แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หลังจากบริษัทฯเดินตามแผนและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ก่อนหน้า ถึงแม้สถานการณ์อัตราค่าระวางเรือทั่วโลกมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความสามารถบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่มีการบริการและกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย มีสายเดินเรือและสายการบินที่เป็นพันธมิตรเป็นจำนวนมาก และมี Overseas Network ที่อยู่ทั่วโลก ทำให้บริษัทฯสามารถรักษาระดับอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ทางบริษัทได้รับจากค่าบริหารจัดการและการให้บริการที่ครบวงจรได้อยู่ในระดับที่ดี “ และ ล่าสุด บริษัทฯได้ผนึกกำลังวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัย จ.อุทัยธานี และ บริษัท แคนบิซ จำกัด จ.ตาก มาร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจพืชเศรษฐกิจกัญชา จำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ให้กับอุตสาหกรรมทางการแพทย์-เครื่องสำอาง-อาหารเพื่อสุขภาพ โดย LEO ได้มีการนำเข้าเมล็ดกัญชาและเมล็ดกัญชงสายพันธุ์นอกให้กับผู้ประกอบการตามกฎหมาย ส่งมอบให้กับวิสาหกิจสุขฤทัยเกษตรปลอดภัยฯ เพื่อเพาะพันธุ์ต้นกล้าและขยายพันธุ์ต้นแม่กัญชาอย่างมีคุณภาพ บนพื้นที่เพาะปลูกของ บริษัท แคนบิซ จำกัด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณลักษณะตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในตลาด ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่เพาะปลูกที่มีศักยภาพ เพิ่มเติมจากการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจกัญชง อีกทั้งสามารถพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้พืชเศรษฐกิจทั้งกัญชงและกัญชา อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านวิชาการและปฏิบัติการประกอบอาชีพของเกษตรกร รวมถึงการศึกษาและหาทางพัฒนาให้ธุรกิจกัญชาและกัญชงเป็นหนึ่งในธุรกิจ NON-LOGISTICS ของทาง LEO และจะช่วยต่อยอดและผลักดันผลงานในปี 66 โตก้าวกระโดด
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแนวทางจัดหาวัคซีนโควิดปี 66 เข็มกระตุ้น 1-2 โดส/คน : อินโฟเควสท์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2565 กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยช่วงนี้ มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นบางพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตนั้น มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่รับวัคซีนโควิด-19 หรือไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ วัคซีน รวมทั้งภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ไว้อย่างเพียงพอเพื่อรองรับการระบาดที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมโรคโควิด-19 รองรับการเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังให้มีความพร้อมทุกจังหวัดแล้ว “ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งหนังสือชื่นชมประเทศไทย ต่อการดำเนินงานในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม” นายอนุทิน กล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ได้พิจารณาและเห็นชอบแนวทางการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ปี 66 โดยมีกรอบในการจัดหาและบริหารจัดการให้มีวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงประชาชนทั่วไป ตามความสมัครใจ จำนวน …
Read more »
AQ พุ่งชนเป้าพ้น C ปี 66 ผุดกัญชงกัญชาครบวงจรหนุนฟื้น-เล็ง M&A นอนแบงก์เสริมแกร่ง : อินโฟเควสท์นายชนน วังตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอคิว เอสเตท (AQ) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด และเดินหน้าลงทุนธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีแล้ว บริษัทจะเดินหน้าแผนแก้ปัญหาที่ทำให้ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย C คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 66 “เราคาดว่าการแก้ปัญหาเครื่องหมาย C จะแล้วเสร็จในปี 66 หลังจากที่เราสามารถปรับโครงสร้างของบริษัทและมีผลประกอบการที่ดีได้ ซึ่งเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ จึงได้มีการกระจายการลงทุนเข้าสู่ 5 กลุ่มธุรกิจ จะมีสัดส่วนรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจไว้ที่ประมาณ 20% จากปัจจุบันที่ยังคงมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก”นายชนน กล่าว ทิศทางผลประกอบการของบริษัทในปี 66 จะมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจหลักเดิม คือ 1.) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2.) ธุรกิจโรงแรม 3.) ธุรกิจพลังงานทางเลือก และ 4.) ธุรกิจการเงิน (NonBank) แล้ว ยังมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม คือ 5.) ธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจร นายชนน กล่าวว่า ธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจรเริ่มขึ้นจากการที่บริษัท ธานนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทย่อยของ …
Read more »
ที่ปรึกษาแบงก์ชาติจีนเชื่อ GDP จีนปี 66 ขยายตัวกว่า 5% : อินโฟเควสท์นายหวาง อี้หมิง สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มจะขยายตัวมากกว่า 5% ในปี 2566 หากการหยุดชะงักจากโควิด-19 สิ้นสุดลง และรัฐบาลจีนออกนโยบายเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นและการบริโภค สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การประเมินการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จากนายหวาง เป็นการคาดการณ์ล่าสุดจากนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ขณะที่รัฐบาลพยายามช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นจากการชะลอตัวในปีนี้ “จีนมีสภาวะที่จะสามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างน้อย 5% ในปี 2566” นายหวางกล่าวโดยอ้างแรงหนุนจากนโยบายล่าสุดของจีนเพื่อแก้ไขการควบคุมโควิด-19 และภาวะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว พร้อมระบุด้วยว่า จำเป็นต้องมีเป้าหมายเชิงรุกมากกว่าเดิมเพื่อชี้นำความคาดหวังและให้ความสำคัญกับการทำให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้า ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า GDP ของจีนจะขยายตัว 3.3% ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี ก่อนจะขยายตัวเกือบ 5% ในปี 2566 ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มาตรการล่าสุดที่จะช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์จีนอาจเป็นตัวพลิกสถานการณ์ของตลาดได้ ขณะที่บางส่วนเตือนว่ายังคงมีความเสี่ยงอยู่ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
นายกฯ ลงพื้นที่เพชรบูรณ์พรุ่งนี้ คิกออฟโอนเงินช่วยเหลือผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เตรียมเป็นประธานในพิธีเปิด KICK OFF มาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ย.) ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจัดโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญของรัฐบาลในการส่งมอบความช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อนึ่ง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 65 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 พร้อมมาตรการคู่ขนาน วงเงินรวม 81,265 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 ก.ย. 66 โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 4.68 ล้านครัวเรือน และเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตั้งแต่ 24 พ.ย. 65 เป็นต้นไป โดยนายกรัฐมนตรี จะได้ติดตามผลการดำเนินงานภายใต้มาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ก่อนกล่าวพบปะเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่มาร่วมกิจกรรม จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะทำพิธีกดปุ่มโอนเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวฯ และจะเป็นประธานสักขีพยานในการมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวฯ การมอบสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกแก่ผู้แทนเกษตรกร และการมอบสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวเปลือกให้แก่ผู้แทนสถาบันเกษตรกร “การจัดงาน …
Read more »
กองทุนน้ำมันฯ ทยอยกู้ล็อตแรก 3 หมื่นลบ.ในสิ้นปี 65 ก่อนกู้อีก 1.2 แสนลบ.ปี 66 : อินโฟเควสท์นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ภายหลังจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ผ่อนผันให้ กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับเรียบร้อยแล้วนั้น ทางสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) มีแผนการดำเนินการกู้เงินในปี 2565 รวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท โดย สกนช. ได้เริ่ม ดำเนินการกู้เงินจากสถาบันการเงินแล้ว 10,000 ล้านบาท จากธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน โดยมีแผนการชำระหนี้ประมาณ 7 ปี ส่วนที่เหลืออีก 120,000 ล้านบาท สกนช. จะทยอยการกู้เงิน และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และขอความเห็นชอบ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในปี 2566 ตามสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละช่วงเวลาของสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกในขณะนั้น ปัจจุบันประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ติดลบ 131,405 ล้านบาท นายวิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการประกาศให้มี พ.ร.ก. ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน …
Read more »
บอร์ด OR อนุมัติแผนลงทุน 5 ปี (66-70) 101,486.8 ลบ.เน้นธุรกิจไลฟ์สไตล์ : อินโฟเควสท์บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ OR อนุมัติแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 66-70) จำนวน 101,486.8 ล้านบาท ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All Toward Inclusive Growth หรือ เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” มีกลยุทธ์การเติบโตแบบ Outside-In Growth ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ OR อาทิ เครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน เครือข่ายร้านค้าต่าง ๆ (Physical Platform) ควบคู่กับ Digital Platform เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันกับพันธมิตรทางธุรกิจ ก่อให้เกิด “Inclusive Growth Platform” ในการส่งต่อโอกาสให้กับผู้ประกอบการทุกขนาดเติบโตไปพร้อมกับ OR แผนการลงทุน 5 ปี จำนวน 101,486.8 ล้านบาท แบ่งตามกลุ่มธุรกิจหลัก 1. ธุรกิจ Mobility งบลงทุนรวม …
Read more »
