AQ พุ่งชนเป้าพ้น C ปี 66 ผุดกัญชงกัญชาครบวงจรหนุนฟื้น-เล็ง M&A นอนแบงก์เสริมแกร่ง AQ หุ้นไทย เอคิวเอสเตท อินโฟเควสท์
นายชนน วังตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอคิว เอสเตท เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด และเดินหน้าลงทุนธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีแล้ว บริษัทจะเดินหน้าแผนแก้ปัญหาที่ทำให้ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขึ้นเครื่องหมาย C คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 66 “เราคาดว่าการแก้ปัญหาเครื่องหมาย C จะแล้วเสร็จในปี 66 หลังจากที่เราสามารถปรับโครงสร้างของบริษัทและมีผลประกอบการที่ดีได้ ซึ่งเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ จึงได้มีการกระจายการลงทุนเข้าสู่ 5 กลุ่มธุรกิจ จะมีสัดส่วนรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจไว้ที่ประมาณ 20% จากปัจจุบันที่ยังคงมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก”ทิศทางผลประกอบการของบริษัทในปี 66 จะมีการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจหลักเดิม คือ 1.
) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2.) ธุรกิจโรงแรม 3.) ธุรกิจพลังงานทางเลือก และ 4.) ธุรกิจการเงิน แล้ว ยังมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม คือ 5.) ธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจร นายชนน กล่าวว่า ธุรกิจกัญชง-กัญชาแบบครบวงจรเริ่มขึ้นจากการที่บริษัท ธานนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทย่อยของ AQ เข้าซื้อ บริษัท อีโกรนิกซ์ จำกัด มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่ง Egronix มีแปลงปลูก ณ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าชาง จังหวัดลำพูน มีโรงเรือนสำหรับการเพาะปลูก จำนวน 50 อาคาร เป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 8,000 ตารางเมตรและพื้นที่ปลูกกลางแจ้ง ประมาณ 3,300 ตารางเมตร รวมพื้นที่แปลงเพาะปลูกกว่า 12,000 ตารางเมตร “ธุรกิจกัญชง ถือเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตและสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อีกมาก แม้ว่าจะมีการแข่งขันในตลาดสูง แต่เราได้คัดเลือกบริษัท Egronix ซึ่งเป็นฟาร์มผลิตขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพเข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของเรา แน่นอนว่าเมื่อมาสายธุรกิจนี้แล้วเราก็เตรียมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างแน่นอน”ด้านนายวรวุฒิ กรรมการบริหารบริษัท เสริมว่า จากพื้นที่แปลงเพาะปลูกกว่า 12,000 ตารางเมตร จะสามารถสร้างผลผลิตในรอบการปลูกได้กว่า 7,500 กิโลกรัม ต่อรอบปลูกและสามารถปลูกได้ 3-4 รอบ ต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตและรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/66 โดยผลผลิตทั้งหมดได้มีสัญญาซื้อขายกับลูกค้าไว้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนออกผลิตภัณฑ์จากกัญชงและกัญชามาวางขายในตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทมีพันธมิตรรองรับการต่อยอดธุรกิจปลายน้ำแล้ว และอยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ทั้งในส่วนของธุรกิจกลางน้ำและปลายน้ำด้วย นายชนน ยังกล่าวถึงธุรกิจหลักของ AQ ว่า สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเน้นโครงการแนวราบเป็นหลัก ปัจจุบันมี 2 โครงการหลัก คือ เอคิว อาร์เบอร์ สวนหลวง ร.9-พัฒนาการ และ บ้าน เอคิว เชดิ ชลบุรี-บายพาส ทั้ง 2 โครงการมีสินค้าพร้อมขายรวมกว่า 800 ล้านบาท และบริษัทยังมีแผนจะพัฒนาโครงการร่วมทุน กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในธุรกิจนี้มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ราว 12-15% กลุ่มธุรกิจโรงแรม ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย และบริษัทเชื่อว่าในช่วง 3-5 ปีจากนี้จะเห็นการเติบโตชัดเจนขึ้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบัน AQ มีโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยว 4 แห่ง รวมจำนวนห้องพักกว่า 200 ห้อง ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมพัฒนาโครงการแซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับไฮเอนด์เพิ่มเติมในช่วง 2-3 ปีจากนี้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำของบริษัทให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจพลังงานทางเลือก ปัจจุบัน AQ ถือหุ้นในโครงการพลังงานลมร่วมกับ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด และ ยังถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้ามินบูในประเทศเมียนมา ขณะที่บริษัทยังคงมองหาการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในโครงการพลังงานทดแทนในประเทศไทยเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของการลงทุนในปี 66 ส่วนกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน ผ่านการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรากำไรสุทธิสูงถึงเกือบ 20% โดยเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อของสถาบันทางการเงิน คาดว่าในปี 66 จะเห็นการเติบโตได้อย่างชัดเจน ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโตเป็น 300 ล้านบาท จากปีนี้อยู่ที่กว่า 100 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนซื้อกิจการ Non Bank เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจา 2 ราย “หากว่าได้ดีลซื้อกิจการตามแผน จะทำให้การทำธุรกิจไฟแนนซ์ดีขึ้น และครบวงจรมากขึ้น หลังจากนั้นก็อาจจะมีการพิจารณานำเข้า ตลาด mai แต่ในเรื่องของระยะเวลา ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอติดตามผลประกอบการของบริษัทให้มีความเหมาะสมก่อน”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
TKN พุ่ง 12.56% รับแนวโน้มยอดขาย Q4/65 ฟื้นทั้งใน-ตปท., คาดรายได้ปี 66 โตต่อ : อินโฟเควสท์TKN ราคาพุ่ง 12.56% หรือเพิ่มขึ้น 1.25 บาท มาที่ 11.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 389.25 ล้านบาท เมื่อเวลา 11.16 น. จากราคาเปิด 10.00 บาท ราคาสูงสุด 11.70 บาท ราคาต่ำสุด 10.00 บาท น.ส.สุรีย์พร ทีวะสุเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินีนเซีย ไซรัส กล่าวว่า ราคาหุ้นของบมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ที่ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากวันนี้ มองว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และยอดขายในประเทศและจีนก็เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะดีต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/65 ทำให้คาดว่ารายได้ทั้งปีนี้น่าจะกลับมาเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับปี 66 TKN เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีนี้ โดยจะได้ปัจจัยหนุนจากประเทศจีน ที่คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หรือมีการเปิดประเทศได้ในปีหน้า ส่งผลให้ยอดขายกลับมาดูดีขึ้น และคาดหวังนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาในประเทศไทย หนุนยอดขายในประเทศโตมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันต้นทุนต่างๆ ก็เริ่มปรับตัวลง …
Read more »
'โกลด์แมนแซคส์' หั่นคาดการณ์ศก.อินเดียปี 66 หลังแรงหนุนจากการเปิดปท.ลดลง : อินโฟเควสท์โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจอินเดียในปี 2566 โดยระบุว่าอุปสงค์ผู้บริโภคได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และปัจจัยหนุนจากการที่อินเดียกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหลังช่วงโควิด-19 นั้น เริ่มลดน้อยลง ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ที่นำโดยแอนดรูว์ ทิลตัน รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีแนวโน้มขยายตัว 5.9% ในปี 2566 ลดลงจากคาดการณ์เดิมระดับ 6.9% รายงานระบุว่า “อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มจะชะลอตัวในครึ่งแรกของปี 2566 เนื่องจากแรงหนุนจากการเปิดเศรษฐกิจเริ่มลดน้อยลง และการดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินได้ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศ ส่วนในครึ่งหลังของปีนั้น เศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่การส่งออกสุทธิมีแนวโน้มลดลง และวงจรการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น” สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินเดียซึ่งผ่านพ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกลับมาทวงตำแหน่งประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวเร็วที่สุดในปีงบการเงินที่สิ้นสุดในเดือนมี.ค.ปีนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ตั้งแต่การใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จนถึงปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และการขาดดุลด้านการคลังและการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้น ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์กล่าวว่า สกุลเงินรูปีเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค แม้จะอ่อนค่าอยู่บ้างเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของอินเดียจะชะลอตัวสู่ระดับ 6.1% ในปี 2566 จากคาดการณ์เดิมที่ 6.8% ในปีนี้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
วิจัยกสิกรฯ คาดปี 66 ยอดเงินฝากโต 4.0-5.5% ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น-ศก.ฟื้นตัว : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตั้งแต่รอบการประชุมเดือนส.ค. และก.ย. 65 ครั้งละ 0.25% รวมเป็น 0.50% จนทำให้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยืนอยู่ที่ 1.00% นั้น ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ ยังไม่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยตามในทันทีในระยะแรกๆ อย่างไรก็ดี ในเดือนต.ค. 65 การปรับอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์เริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในระยะข้างหน้า แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า เงินฝากจะไม่ได้เติบโตในอัตราเร่ง แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากน่าจะปรับสูงขึ้นในลักษณะที่ชันขึ้นอีก โดยมาจากแรงส่งทั้งการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ (ก่อนกำหนดการปรับเพิ่มอัตรานำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ อีก 0.23% ในช่วงต้นปี 66) ทำให้มีโอกาสที่จะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นมากกว่า 0.50% ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 66 ส่วนประมาณการเงินฝากของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ สิ้นปี 65 นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.5-3.7% (เทียบกับ 4.0% ณ สิ้นปี 64 และ 3.6% ณ …
Read more »
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแนวทางจัดหาวัคซีนโควิดปี 66 เข็มกระตุ้น 1-2 โดส/คน : อินโฟเควสท์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2565 กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยช่วงนี้ มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นบางพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตนั้น มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่รับวัคซีนโควิด-19 หรือไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ วัคซีน รวมทั้งภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ไว้อย่างเพียงพอเพื่อรองรับการระบาดที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมโรคโควิด-19 รองรับการเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังให้มีความพร้อมทุกจังหวัดแล้ว “ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งหนังสือชื่นชมประเทศไทย ต่อการดำเนินงานในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม” นายอนุทิน กล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ได้พิจารณาและเห็นชอบแนวทางการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ปี 66 โดยมีกรอบในการจัดหาและบริหารจัดการให้มีวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงประชาชนทั่วไป ตามความสมัครใจ จำนวน …
Read more »
SCB EIC ชี้ศก.ไทยปี 66 ส่อแววไม่สดใสมาก ผลพวงศก.โลกชะลอ-ความไม่แน่นอนสูง : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดปี 66 เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง เป็นแรงกดดันสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ผ่านการส่งออกที่จะชะลอตัวลงมากจากที่เคยเติบโตได้ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีนที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศจากการส่งออกที่ชะลอลง และปัจจัยภายในประเทศจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ซบเซาและฟื้นตัวช้า รวมถึงตลาดสำคัญทั้งยุโรปและสหรัฐฯ ที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้และกลางปีหน้า ตามลำดับ ทั้งนี้ ส่งผลต่อเนื่องทำให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนภาคเอกชน อาจขยายตัวชะลอลงเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ด้านแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐจะมีน้อยลง เนื่องจากข้อจำกัดทางการคลังทำให้รัฐบาลระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในปี 66 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ปรับสูงขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เศรษฐกิจไทยจะได้ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อน ที่ทำให้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ แต่ยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน EIC มองว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงต่ำจากปัจจัยภายนอกประเทศเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป โดยเฉพาะในปี 66 ได้แก่ 1. เศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น โดยเฉพาะด้านนโยบายเศรษฐกิจและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการของไทย 2. การใช้นโยบาย Zero covid ของจีนที่อาจยาวนานกว่าคาด ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยได้น้อยลงและช้าลง รวมถึงอาจทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกคลี่คลายได้ช้าลง 3. ภาวะเงินเฟ้อในประเทศที่อาจยาวนานกว่าคาดจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง 4. ผลของแผลเป็นเศรษฐกิจที่ถูกซ้ำเติมจากผลกระทบค่าครองชีพที่สูงขึ้น …
Read more »
KTB คาดศก.ไทยปี 66 โตเร่งขึ้นจากแรงหนุนบริโภค-ลงทุนเอกชน ท่องเที่ยวฟื้น : อินโฟเควสท์Krungthai COMPASS ระบุว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2566 ว่าจะขยายตัวได้ในช่วง 3.0-4.0% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว (2) การขยายตัวของการลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ (3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคภายในประเทศ และ (4) แนวโน้มการขยายตัวในเกณฑ์ดีของภาคการเกษตร ขณะที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เงื่อนไขทางการเงินของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจากภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงจาการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ มุมมองของสภาพัฒน์ต่อเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัวเร่งขึ้นนั้น อยู่ในทิศทางเดียวกับสถาบันทางเศรษฐกิจหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) (คาดว่าเติบโต 3.7%) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) (คาดว่าเติบโต 3.8%) รวมทั้งสอดคล้องกับมุมมองของ Krungthai COMPASS ซึ่งประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 66 จะขยายตัวเร่งขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2565 จากแรงหนุนของการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งยังจะได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว โดย Krungthai COMPASS คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 66 จะขยายตัวขึ้นเป็น 21.4 ล้านคน จากปีนี้ที่อาจจะแตะ …
Read more »
