EXIM BANK ชี้ส่งออกเสี่ยงชะลอตัว แนะแนวทางรับมือภาษีทรัมป์

EXIM BANK News

EXIM BANK ชี้ส่งออกเสี่ยงชะลอตัว แนะแนวทางรับมือภาษีทรัมป์
การส่งออกสงครามการค้าภาษีทรัมป์
  • 📰 nnanews
  • ⏱ Reading Time:
  • 307 sec. here
  • 14 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 150%
  • Publisher: 51%

ดัชนีชี้นำการส่งออกของไทยต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส ชี้ส่งออกไตรมาส 3 มีสัญญาณชะลอตัว หลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า มาตรการภาษีทรัมป์ แนะ 4 แนวทางรับมือ

ดัชนีชี้นำ การส่งออก ของไทยต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส ชี้ส่งออกไตรมาส 3 มีสัญญาณชะลอตัว หลังเผชิญแรงกดดันจาก สงครามการค้า มาตรการ ภาษีทรัมป์ แนะ 4 แนวทางรับมือ ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อ การส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย ระบุ ดัชนีชี้นำ การส่งออก ของไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้าหรือ EXIM Index ล่าสุด ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 100.

5 ลดลงจากระดับ 102.5 ในไตรมาส 1 และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส สะท้อนการส่งออกไทยไตรมาส 3 ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญจากเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของทรัมป์ ภาคการผลิตไทยที่ยังซบเซา ราคาส่งออกและความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลกที่ลดลง ทั้งนี้ ต้องติดตามคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศและศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษี ขณะเดียวกันต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หากไทยสามารถบรรลุข้อตกลงภาษีในอัตราที่ไม่สูงไปกว่าคู่แข่ง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย คาดว่า การส่งออกไทยปี 2568 จะยังขยายตัวได้ที่ 0.5-1.5% EXIM BANK เปิดเผยว่า แม้ล่าสุดสงครามการค้าจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังสหรัฐฯ และจีนมีการเจรจาพักรบกันชั่วคราว โดยต่างฝ่ายต่างปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าลงฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ส่งผลให้ Downside Risks ยังคงปกคลุมการส่งออกของไทยตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2568 สะท้อนได้จากดัชนีชี้นำการส่งออกของไทย ล่าสุด ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 100.5 ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส จากปัจจัยกดดันใน 4 มิติ ดังนี้มิติที่ 1 : เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญเริ่มชะลอลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจของหลายประเทศส่งสัญญาณชะลอลง โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหลักของสงครามการค้าครั้งนี้ และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 และ 2 ของไทย สะท้อนได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ณ เดือนเมษายน 2568 ของทั้งสองประเทศปรับลดลงมาอยู่ในโซนหดตัวพร้อมกันครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ประกอบกับหากพิจารณา GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ ล่าสุดที่ออกมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 12 ไตรมาสที่ 0.2% นอกจากนี้ การส่งออกของหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทยไปสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นแบบ Front-Load ในไตรมาส 1 ปี 2568 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2 หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีในอัตราสูงสุดกับประเทศส่วนใหญ่และจีนออกไป 90 วัน สิ้นสุด ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 และ 12 สิงหาคม 2568 ตามลำดับ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า หลังช่วงเวลาดังกล่าวคำสั่งซื้อจะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากที่มีการเร่งนำเข้าในช่วงก่อนหน้าไปแล้วมิติที่ 2 : ภาคการผลิตไทยยังไม่กระเตื้อง เมื่อพิจารณาด้านอุปทานยังมีความน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตของไทยที่ยังคงซบเซาต่อเนื่อง โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ณ เดือนมีนาคม 2568 ยังหดตัว 5 เดือนติดต่อกัน เช่นเดียวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ต่ำกว่า 60% เป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจด้านภาวะส่งออกใน 3 เดือนข้างหน้าก็หดตัวครั้งแรกในรอบ 6 เดือน จากความกังวลเรื่องภาษีของทรัมป์ ประกอบกับหลายอุตสาหกรรมของไทยยังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสร้างแรงกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคการผลิตและการส่งออกของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยอาจเผชิญกับต้นทุนโลจิสติกส์ที่เร่งตัวขึ้นระยะสั้น หลังค่าระวางเรือทั่วโลก โดยเฉพาะเส้นทางจากจีนไปสหรัฐฯ ขยับขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2568 จากความต้องการตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากยอดจองตู้คอนเทนเนอร์จากจีนไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 150% ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากมีการเร่งส่งออกอีกครั้งหลังสหรัฐฯ กับจีนพักรบกันชั่วคราว ขณะเดียวกันในระยะถัดไป สหรัฐฯ ยังเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่สร้างในจีนและ/หรือเรือสัญชาติจีนในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มเติมอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ผู้ส่งออกทางเรืออาจเผชิญข้อจำกัดด้านเวลาในการขนส่งให้ทันวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่ทรัมป์อาจกลับมาขึ้นภาษีกับไทยที่ 36% ทำให้การส่งออกหลังจากนี้อาจชะลอลงเพื่อรอความชัดเจนในการเจรจาก่อน มิติที่ 3 : ราคาส่งออกถูกกดดันจาก Demand ที่ไม่สดใสและ Supply ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงต่อเนื่องจนอยู่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง และการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรโลกก็มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ต้นปี 2568 จากอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนหลายประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญโดยเฉพาะอินเดียกลับมาส่งออกข้าวอีกครั้งตั้งแต่ปลายปี 2567 กดดันให้ราคาข้าวในตลาดโลกลดลงอย่างมาก ปัจจัยข้างต้นมีส่วนทำให้ดัชนีราคาส่งออกของไทยเดือนมีนาคม 2568 ขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ และธนาคารโลกคาดว่า ราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตรโลกปี 2568 มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนราว 20% และ 4% ตามลำดับ สิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะทำให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนขนส่งของผู้ประกอบการบางส่วนลดลง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ส่งผลกดดันให้มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน ปรับลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของหลายประเทศทั่วโลกปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2568 ทั้งจีน ยุโรป และญี่ปุ่น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่แม้จะเร่งขึ้นระยะสั้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์แย่ลง โดยผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation จากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของทรัมป์ สะท้อนทิศทางการค้าโลกในระยะข้างหน้าที่มีแนวโน้มชะลอลง แม้ล่าสุดตัวเลขการส่งออกของไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 จะขยายตัวได้ 14% จากการเร่งนำเข้าของสหรัฐฯ ก่อนการปรับขึ้นภาษีแบบตอบโต้ของทรัมป์ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการส่งออกไทยช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 จะเผชิญความท้าทายมากขึ้นและถือเป็นห้วงเวลา Turning Point สำคัญ สอดคล้องกับทิศทางของ EXIM Index ที่ลดลงจากทั้ง 4 มิติที่กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะหากหลัง 90 วันของการเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าจากไทยสิ้นสุดลงในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ไทยยังเจรจาไม่สำเร็จ ส่งผลให้ภาษีกลับมาอยู่ในระดับสูงสุดที่ 36% ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศ รวมถึงจีนที่ถูกเก็บภาษีในอัตรา 30% จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกไทยเสียเปรียบคู่แข่งเพิ่มเติม กดดันคาดการณ์ส่งออกในครึ่งปีหลัง และทำให้ทั้งปีขยายตัวเหลือ 0.5-1.5% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีทรัมป์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวรับมือประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่ 1) เข้าถึงคู่ค้าของตนเอง ด้วยการติดต่อประสานงานกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อยืนยันการรับสินค้าและตกลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านภาษี 2) เข้าถึงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการประกันการส่งออก 3) เข้าสู่ตลาดใหม่ ด้วยการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพเพื่อกระจายความเสี่ยง และ 4) เข้าใจและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาใช้ประเมินผลกระทบและปรับกลยุทธ์ให้ได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบัน EXIM BANK ได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเปิด Export Clinic ให้คำปรึกษาแนวทางในการปรับตัว มาตรการช่วยเหลือทางการเงินทั้งการยืดหนี้ เสริมสภาพคล่อง และกระจายตลาดใหม่ ๆ ตลอดจนบริการเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงรอบด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถฝ่าฟันสงครามการค้าครั้งนี้ และกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

nnanews /  🏆 64. in TH

การส่งออก สงครามการค้า ภาษีทรัมป์ ส่งออก สหรัฐฯ เศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

EXIM BANK แถลง Q1 ปี 68 หนุนส่งออกไทย เติบโตท่ามกลางสงครามการค้าโลกEXIM BANK แถลง Q1 ปี 68 หนุนส่งออกไทย เติบโตท่ามกลางสงครามการค้าโลกEXIM BANK แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 หนุนผู้ประกอบการไทยเพิ่มความแข็งแกร่งสู่ตลาดโลก ท่ามกลางความท้าทายจากสงครามการค้าที่ร้อนระอุ วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568...
Read more »

EXIM BANK เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 68 กำไรพุ่ง 223% ฝ่าความท้าทายการค้าโลกEXIM BANK เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 68 กำไรพุ่ง 223% ฝ่าความท้าทายการค้าโลกEXIM BANK เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 68 เติบโตต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์การค้าโลกที่ผันผวน หนุนผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจในตลาดโลก ทำกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปีนี้ที่ 427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 223.20%
Read more »

EXIM BANK ปรับลดดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 6.15% หนุนภาคธุรกิจ-SMEs รับมือเศรษฐกิจชะลอEXIM BANK ปรับลดดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 6.15% หนุนภาคธุรกิจ-SMEs รับมือเศรษฐกิจชะลอEXIM BANK ขานรับนโยบายรัฐแบ่งเบาภาระภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 6.15% ต่อปี ต่ำที่สุดในระบบ นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 6.
Read more »

ส่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 4 แบงก์รัฐ หลังประกาศลดสูงสุด 0.15%ส่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 4 แบงก์รัฐ หลังประกาศลดสูงสุด 0.15%ส่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 4 แบงก์รัฐ “ออมสิน-ธอส.-SME D Bank-EXIM BABK” หลังประกาศลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.15% ต่อปี ขานรับนโยบายรัฐ
Read more »

3 สถาบันการเงินรัฐจัดงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์” จ.อุบลฯ 14 มิ.ย.นี้ หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ ดบ.ต่ำ ครบจบในที่เดียว3 สถาบันการเงินรัฐจัดงาน “พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์” จ.อุบลฯ 14 มิ.ย.นี้ หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ ดบ.ต่ำ ครบจบในที่เดียว3 สถาบันการเงินของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.
Read more »

EXIM BANK เตือนส่งออกไทยไตรมาส 3 เสี่ยงชะลอหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯที่ยังไร้ข้อสรุปEXIM BANK เตือนส่งออกไทยไตรมาส 3 เสี่ยงชะลอหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯที่ยังไร้ข้อสรุปEXIM BANK เตือนส่งออกไทยไตรมาส 3 เสี่ยงชะลอหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯที่ยังไร้ข้อสรุป วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เผยว่า ดัชนีชี้นำการส่งออกของไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้าหรือ EXIM Index ล่าสุด ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 100.5 ลดลงจากระดับ 102.
Read more »



Render Time: 2026-04-02 04:11:53