ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจองค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและก้าวตามให้ทันกับสถานการณ์ บริษัท ไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเครือ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดงาน CyberGenics Summit 2024 ภายใต้ธีม “Zero Trust in the Age of AI:...
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจองค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและก้าวตามให้ทันกับสถานการณ์ บริษัท ไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเครือ บริษัท จีเอเบิล จำกัด จึงได้จัดงาน CyberGenics Summit 2024 ภายใต้ธีม “Zero Trust in the Age of AI: สร้างอนาคตที่มั่นคงและชาญฉลาด” ขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2024 ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้สอดรับกับภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่นับวันจะทวีความท้าทายมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำแนวคิด Zero Trust และ AI Trust ที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับองค์กรในยุคดิจิทัล โดยภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมแบ่งปันความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนความปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัล เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นายอัตพล พยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี บริษัท ไซเบอร์จีนิคส์ จำกัด ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ว่า “ไซเบอร์จีนิคส์ พร้อมแล้วที่จะมุ่งสู่การเป็นบริษัทผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity Platforms ชั้นนำโดยมุ่งเน้นสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตในสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยผ่านการให้บริการด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยมาตรฐานระดับโลก และตอบสนองต่อภูมิทัศน์ของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อให้บริการที่ปรึกษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริการตามข้อกำหนด PDPA เพื่อครอบคลุมเรื่อง Data Governance และ AI Governance ด้วยเล็งเห็นถึงความท้าทายที่ธุรกิจองค์กรจะต้องเผชิญในปี 2025 ดังนี้ 1.
การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ องค์กรหลายแห่งประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านไซเบอร์ ทำให้ไม่สามารถจัดการกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรจึงเป็นเรื่องสำคัญ 3.ความซับซ้อนของการโจมตี ผู้โจมตีมีเทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การโจมตีแบบผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อปรับแต่งการโจมตี องค์กรจึงต้องสามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว 4.ความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทาน การโจมตีผ่านห่วงโซ่อุปทานเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่องค์กรต้องเผชิญโดยเฉพาะเมื่อมีการใช้บริการจากบุคคลที่สาม การตรวจสอบและควบคุมโดยผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งจำเป็น 5.การตอบสนองที่ช้า ในกรณีที่เกิดการโจมตี องค์กรอาจไม่สามารถตอบสนองได้ทันที เนื่องจากขาดกระบวนการและระบบที่เหมาะสมในการจัดการกับเหตุการณ์ การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือจึงมีความสำคัญ 6.ความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ทำให้องค์กรตกเป็นเป้าหมายของผู้โจมตี และความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว องค์กรจึงต้องมีมาตรการในการปกป้องข้อมูลอย่างเข้มงวด 7.การใช้ AI ในทางที่ผิด อาชญากรไซเบอร์เริ่มใช้ AI และ Machine Learning เพื่อสร้างการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การป้องกันเป็นเรื่องท้าทาย องค์กรควรพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อพร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันรายงานของ Gartner ที่คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 มากกว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกจะนำแนวคิด Zero Trust มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาขีดความสามารถและสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในลักษณะนี้จะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้สอดคล้องกับความเชื่อของ ไซเบอร์จีนิคส์ ที่ว่าการสร้างความปลอดภัยเชิงรุกผ่านเทคโนโลยี Zero Trust และ AI จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ในสภาวะที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น เทคโนโลยี AI จะช่วยให้การตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Zero Trust เน้นการตรวจสอบทุกการเข้าถึงข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามเล็ดลอดเข้ามาจากทั้งภายนอกและภายในองค์กร ไซเบอร์จีนิคส์ จึงได้วางโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรกลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร ธุรกิจตลาดทุน ธุรกิจนายหน้าประกันภัย โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ความมั่นคงและบริการภาครัฐ ขนส่งและโลจิสติกส์ โทรคมนาคม พลังงานและสาธารณูปโภค สาธารณสุข และสนับสนุนหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยในปี 2025 ไว้ดังนี้ “Security by Design” Principles ผ่านสถาปัตยกรรมความมั่นคงปลอดภัยที่มุ่งเน้นแนวปฏิบัติ Identity-first security เพื่อให้องค์กรตระหนักถึงอัตลักษณ์ของ Human และ Machine และเกิดการบังคับใช้ least privilege อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Zero-Trust Architecture และ Cybersecurity Mesh Architecture ที่เป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนและมุ่งสู่ “Resilience by Design” เพื่อ Mitigate ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเทคโนโลยียุคใหม่ระดับโลก เช่น Identity & Access Management Extended Detection and Response Security Service Edge Cloud-Native Application Protection Platform Web Application and API Protection และยกระดับการทำ SecOpsนอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม เป็นต้น พร้อมให้บริการ EIR สำหรับ Cybersecurity Incident Response แห่งแรกในประเทศไทย และการบริการ Managed Security Services แบบครบวงจร ด้วย MXDR และ MSASE สำหรับกลุ่มธุรกิจองค์กรเพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมั่นใจไร้กังวลและมีประสิทธิภาพ มุ่งเจาะกลุ่มธุรกิจองค์กรที่เน้นการป้องกัน ดูแล เฝ้าระวัง วิเคราะห์และแจ้งเตือน ตรวจจับภัยคุกคามก่อนเกิดเหตุ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง งาน CyberGenics Summit 2024 ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแบ่งปันความรู้และนวัตกรรม แต่ยังกระตุ้นให้ทุกภาคธุรกิจองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยที่ครอบคลุมในทุกมิติ เพราะการใช้เทคโนโลยี AI และ Zero Trust ไม่เพียงเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับองค์กร แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโต สามารถพัฒนาและแข่งขันได้อย่างมั่นคงในโลกดิจิทัลที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์เพื่อรองรับโลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI Trust และ Zero Trust คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเดินหน้าสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
บทสรุป Meta Connect 2024 มีอะไรเด่นบ้าง - Llama 3.2 AI อัปเกรด แว่น Orion สุดล้ำ!บทสรุป Meta Connect 2024 มีอะไรเด่นบ้าง - Llama 3.2 AI อัปเกรด แว่น Orion - Meta Quest 3S สุดล้ำ รวมถึงยังมี การพูดถึง Meta AI ด้วย ซึ่ง สื่อสารด้วยเสียง ผ่าน Messenger Facebook WhatsApp และ Instagram ได้แล้ว
Read more »
Google Cloud Thailand แนะ ประเทศ ASEAN ร่วมมือทำ Cloud Policy และ AI PolicyGoogle Cloud Thailand มองว่า AI จะส่งผลกระทบเชิงบวกกับทุกอุตสาหกรรม และแนะนำให้ประเทศในอาเซียนร่วมมือกันทำ Cloud Policy และ AI Policy เพื่อให้ประเทศเชื่อมั่นมากขึ้น และแข่งขันกับระดับโลกได้
Read more »
Intel จับมือ Inflection AI เปิดตัวโซลูชัน AI องค์กร พร้อมใช้งานต้นปี 2568Inflection AI และ Intel เปิดตัวโซลูชัน AI องค์กรสุดล้ำ Inflection for Enterprise พร้อมใช้งานต้นปี 2568 ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
Read more »
Delta Future Industry Summit 2024 นำร่องปลดล็อกศักยภาพของ AI ขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้Delta Future Industry Summit 2024 นำร่องปลดล็อกศักยภาพของ AI ขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 บมจ.
Read more »
เดลต้า จัดงาน Future Industry Summit 2024 เผยศักยภาพ AI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดลต้า ผนึกกำลังผู้นำอุตสาหกรรมในงาน Future Industry Summit 2024 มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตด้วย AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Read more »
สยดสยองกับ AIเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2024 John Hopfield และ Geoffrey Hinton เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบ ซึ่งช่วยให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้มากขึ้นในลักษณะเดียวกันกับสมองมนุษย์ อันเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการเกิด AI (Artificial Intelligence)
Read more »
