AAI ดันเพิ่มรายได้ Pet Food เฮ้าส์แบรนด์เป็น 10% มั่นใจปีนี้โต 15-20% ตามเป้า : อินโฟเควสท์

United States News News

AAI ดันเพิ่มรายได้ Pet Food เฮ้าส์แบรนด์เป็น 10% มั่นใจปีนี้โต 15-20% ตามเป้า : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 110 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 47%
  • Publisher: 68%

AAI ดันเพิ่มรายได้ Pet Food เฮ้าส์แบรนด์เป็น 10% มั่นใจปีนี้โต 15-20% ตามเป้า AAI หุ้นไทย อาหารสัตว์เลี้ยง เอเชี่ยนอะไลอันซ์อินเตอร์เนชั่นแนล อินโฟเควสท์

นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากแบรนด์สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเองเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 200 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2-3% โดยบริษัทได้พัฒนาสินค้าแบรนด์มองชู และ มาเรีย เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดสินค้าพรีเมียม ขณะที่ แบรนด์ มองชู บาลานซ์ และ ฮาจิโกะ เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดทั่วไป ส่วนแบรนด์ โปร เจาะกลุ่มลูกค้าที่เน้นแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก สินค้าแบรนด์ของบริษัทจะเน้นการขยายตลาดในภูมิภาคเป็นหลัก เนื่องจากสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในตลาด ซึ่งปัจจุบันได้ส่งไปให้ตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียและตะวันออกกลางเพื่อทดลองตลาดแล้วในปัจจุบัน และ อนาคตเตรียมที่จะขยายไปในตลาดจีนเพิ่มเติมด้วย สำหรับภาพผลประกอบการในปี 65 บริษัทยังคงมั่นใจรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 15-20% หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,400 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบสินค้าการรับจ้างผลิต อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งบริษัทรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงให้กับผู้ผลิต 40-50 แบรนด์ และมีจำนวนผลิตภัณฑ์มากกว่า 200 SKU โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจาก ประเทศสหรัฐ ประเทศญีปุ่น และ สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีความต้องการที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสความสนิยมการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิคของครอบครัว ทำให้เจ้าของยอมที่จะใช้จ่ายในสินค้าและบริการต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น เพื่อที่จะให้คุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้เดินหน้าลงทุนเพื่อที่จะทยอยขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกในประเทศไทย ช่วงปลายปี 65-68 อีกประมาณ 40,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสูงสุด 42,000 ตันต่อปี ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท รวมไปถึงการขยายคลังสินค้าอัตโนมัติ แห่งที่ 2 ภายในปี 66 ด้วยงบลงทุน 400-500 ล้านบาท สามารถจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 พาเลท “โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับราคาที่เปิดซื้อขายในวันนี้ ซึ่งราคา IPO ถือว่ามีความเหมาะสม ถือว่าเป็นผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์เลี้ยงรายแรกที่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ และเราสามารถทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นในสินค้าที่ผลิตและไปจำหน่ายในต่างประเทศ แผนเราชัดเจนว่าจะมีการเติบโต ทั้งจากการเพิ่มกำลังการผลิต และ การขยายคลังสินค้า”.

นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากแบรนด์สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเองเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 200 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2-3% โดยบริษัทได้พัฒนาสินค้าแบรนด์มองชู และ มาเรีย เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดสินค้าพรีเมียม ขณะที่ แบรนด์ มองชู บาลานซ์ และ ฮาจิโกะ เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดทั่วไป ส่วนแบรนด์ โปร เจาะกลุ่มลูกค้าที่เน้นแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก สินค้าแบรนด์ของบริษัทจะเน้นการขยายตลาดในภูมิภาคเป็นหลัก เนื่องจากสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในตลาด ซึ่งปัจจุบันได้ส่งไปให้ตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียและตะวันออกกลางเพื่อทดลองตลาดแล้วในปัจจุบัน และ อนาคตเตรียมที่จะขยายไปในตลาดจีนเพิ่มเติมด้วย สำหรับภาพผลประกอบการในปี 65 บริษัทยังคงมั่นใจรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 15-20% หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,400 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบสินค้าการรับจ้างผลิต อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งบริษัทรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงให้กับผู้ผลิต 40-50 แบรนด์ และมีจำนวนผลิตภัณฑ์มากกว่า 200 SKU โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจาก ประเทศสหรัฐ ประเทศญีปุ่น และ สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีความต้องการที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสความสนิยมการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิคของครอบครัว ทำให้เจ้าของยอมที่จะใช้จ่ายในสินค้าและบริการต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น เพื่อที่จะให้คุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้เดินหน้าลงทุนเพื่อที่จะทยอยขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกในประเทศไทย ช่วงปลายปี 65-68 อีกประมาณ 40,000 ตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสูงสุด 42,000 ตันต่อปี ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท รวมไปถึงการขยายคลังสินค้าอัตโนมัติ แห่งที่ 2 ภายในปี 66 ด้วยงบลงทุน 400-500 ล้านบาท สามารถจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 พาเลท “โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับราคาที่เปิดซื้อขายในวันนี้ ซึ่งราคา IPO ถือว่ามีความเหมาะสม ถือว่าเป็นผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์เลี้ยงรายแรกที่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ และเราสามารถทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นในสินค้าที่ผลิตและไปจำหน่ายในต่างประเทศ แผนเราชัดเจนว่าจะมีการเติบโต ทั้งจากการเพิ่มกำลังการผลิต และ การขยายคลังสินค้า”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ปืนสวัสดิการ! ตั้ง'รองต่อ'ลุยปัดฝุ่นระเบียบ สกัด'ใบ ป.3'วนซื้อปืนปืนสวัสดิการ! ตั้ง'รองต่อ'ลุยปัดฝุ่นระเบียบ สกัด'ใบ ป.3'วนซื้อปืน'บิ๊กเด่น'เตรียมปัดฝุ่นระเบียบปืนสวัสดิการ ตั้ง'รองต่อ'เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เตรียมพิจารณาขยายเวลาครอบครองปืน จาก 5 ปี เป็น 10-15 ปี หลังพบช่องโหว่ข้าราชการบางหน่วยใช้สิทธินำใบ ป.3 วนซื้อปืนมาจำหน่ายนอกระบบและทางออนไลน์ ก่อนเซ็นสลักหลังรอวันโอน เตรียมนำเทคโนโลยีติด QR Code มาใช้เพื่อตรวจสอบและติดตามปืนหลวง
Read more »

ปัดฝุ่นปืนสวัสดิการ 'ปิดช่องทุจริต-ปืนหาย'ปัดฝุ่นปืนสวัสดิการ 'ปิดช่องทุจริต-ปืนหาย'รอง ผบ.ตร.เตรียมปัดฝุ่นระเบียบปืนสวัสดิการ ขยายเวลาครอบครองปืนจาก 5 ปี เป็น 10-15 ปี หลังพบช่องโหว่ข้าราชการบางหน่วยใช้สิทธินำใบ ป.3 วนซื้อปืนมาจำหน่ายนอกระบบ นำเทคโนโลยี ติด QR Code มาใช้เพื่อตรวจสอบและติดตามปืนหลวง
Read more »

BSM พลิกโฉมสู่ธุรกิจอสังหาฯโมเดลใหม่ เล็ง Spin-off ธุรกิจประตูหน้าต่างเข้า mai ปี 67 : อินโฟเควสท์BSM พลิกโฉมสู่ธุรกิจอสังหาฯโมเดลใหม่ เล็ง Spin-off ธุรกิจประตูหน้าต่างเข้า mai ปี 67 : อินโฟเควสท์นายสัญชัย เนื่องสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.บิวเดอร์สมาร์ท (BSM) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ไปสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โมเดลใหม่เต็มรูปแบบ โดยเพิ่มกลุ่มธุรกิจบ้านสำเร็จรูประบบ Smart Modular ทั้งการรับสร้าง พร้อมจับมือกับพันธมิตรรับบริหารบ้านพักตากอากาศหรือรีสอร์ทขนาดเล็ก-กลาง รวมถึงลงทุนรีสอร์ทด้วยตัวเองเพื่อสร้างรายได้ประจำ ต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบเดิมที่จะเดินหน้าขยายงานและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป ขณะเดียวกันมีแผน Spin-off ธุรกิจในเครือ คือ บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเชีย จำกัด ประกอบธุรกิจด้านพัฒนางานกระจกอลูมิเนียมภายใต้แบรนด์ Alloy และเป็นตัวแทนผลิตและจำหน่ายระบบประตูหน้าต่าง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในปี 67 พร้อมคาดว่าผลประกอบการในปี 66 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากแรงหนุนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลงานในปีนี้ฟื้นตัวได้ดีขึ้นไปถึงปีหน้า ประกอบกับธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตบแต่งฟื้นตัวขึ้นภายหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงไป โดยตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 66 ที่ราว 800-1,000 ล้านบาท โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

หุ้นไทยปิดบวก 7.46 จุด คลายกังวลดอกเบี้ยเฟหลัง PCE ต่ำคาด-Fund Flow ไหลเข้า : อินโฟเควสท์หุ้นไทยปิดบวก 7.46 จุด คลายกังวลดอกเบี้ยเฟหลัง PCE ต่ำคาด-Fund Flow ไหลเข้า : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,613.53 จุด เพิ่มขึ้น 7.46 จุด (+0.46%) มูลค่าการซื้อขายราว 26,229 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้าฟื้นตัวขึ้นตามตลาดภูมิภาคหลังดัชนี PCE ต่ำคาดส่งผลนักลงทุนเชื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 0.75% เป็นรอบสุดท้ายก่อนละระดับ ขณะที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องหลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลดลง และเศรษฐกิจไทยฟื้นได้อย่างต่อเนื่อง บ่ายคาดตลาดแกว่งขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,618 จุดหากผ่านได้มองถัดไป 1,630 จุด พร้อมให้แนวรับ 1,610 และ 1,600 จุด ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้านี้ ที่ระดับ 1,613.53 จุด เพิ่มขึ้น 7.46 จุด (+0.46%) มูลค่าการซื้อขายราว 26,229 ล้านบาท การซื้อขายวันนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกทำระดับสูงสุด 1,619.08 จุด และต่ำสุด 1,611.87 จุด นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าฟื้นขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง ตามทิศทางตลาดหุ้นอื่นหลังจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล …
Read more »

นักวิจัยจีนพัฒนาวิธีตรวจฝีดาษลิงแบบเร็ว รู้ผลใน 20-30 นาที : อินโฟเควสท์นักวิจัยจีนพัฒนาวิธีตรวจฝีดาษลิงแบบเร็ว รู้ผลใน 20-30 นาที : อินโฟเควสท์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะนักวิจัยของจีนได้พัฒนาวิธีตรวจเชื้อไวรัสก่อโรคฝีดาษลิงแบบรวดเร็วจำนวน 3 วิธี ซึ่งสามารถแสดงผลลัพธ์ภายใน 20-30 นาที และเร็วกว่าการตรวจเรียลไทม์พีซีอาร์ (RT-PCR) แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ วิธีการตรวจแบบเรียลไทม์พีซีอาร์ในปัจจุบัน ถือเป็นมาตรฐานหลักสำหรับการวินิจฉัยโรคฝีดาษลิง แต่ทว่าต้องอาศัยบุคลากรในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการฝึกอบรมและอุปกรณ์เฉพาะทาง และใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะแสดงผลลัพธ์ คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยปาสเตอร์แห่งนครเซี่ยงไฮ้ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนาการตรวจแบบเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมด้วยอุณหภูมิคงที่ (RPA) จำนวน 3 วิธี เพื่อตรวจจับเชื้อไวรัสก่อโรคฝีดาษลิงอย่างรวดเร็ว และพบว่าผลการทดสอบสอดคล้องกับการตรวจแบบเรียลไทม์พีซีอาร์ การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ไวรัสเซส (Viruses) ระบุว่า วิธีการตรวจแบบใหม่นี้ทำปฏิกิริยาเฉพาะกับเชื้อไวรัสที่ก่อโรคฝีดาษลิง และไม่ทำปฏิกิริยาข้ามกับเชื้อไวรัสในกลุ่มไวรัสพอกซ์ (Poxvirus) อื่น ๆ เช่น ไวรัสวัคซิเนีย (vaccinia virus) โดยจะมอบผลลัพธ์ภายใน 20-30 นาที การค้นพบครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับการวินิจฉัยผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงระยะเริ่มต้น รวมถึงจะช่วยควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าวในปัจจุบันและอนาคต โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »



Render Time: 2026-04-02 10:13:10