6 หุ้นโรงพยาบาล สุดแข็งแกร่ง หุ้น WPH ราคาบวกพุ่งนำกลุ่มมาเป็นอันดับ 1 ที่ 66% ขณะที่ หุ้น VIH ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 38.26%
6 หุ้น โรงพยาบาล สุดแข็งแกร่ง หุ้น WPH ราคาบวกพุ่งนำกลุ่มมาเป็นอันดับ 1 ที่ 66% ขณะที่ หุ้น VIH ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 38.26% หุ้น กลุ่ม โรงพยาบาล จัดเป็นอีกหนึ่ง หุ้น กลุ่มยอดนิยมที่นักลงทุนชื่นชอบกันมาก ด้วยปัจจัยที่ว่าเป็นธุรกิจที่ทนทานต่อความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดี เพราะอาการเจ็บป่วย หรือความต้องการใช้บริการ โรงพยาบาล จัดเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิต ขณะเดียวกันก็มีโรคที่อุบัติใหม่และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกด้วย แต่ทว่า หุ้น กลุ่มนี้มีปัจจัยเฉพาะตัว เช่น การรับรู้รายได้ทางบัญชี ต้นทุนทางการเงิน กฎระเบียบ การแข่งขัน ที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคตได้ และในปี 2567 ที่ผ่านมา เกือบจะ 7 เดือนแล้วดูเหมือนจะยังไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก ซึ่ง หุ้น ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีอัตราผลตอบแทนในตารางติดลบ แต่ยังมี 6 หลักทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ทำอัตราผลตอบแทนเป็นบวกได้อย่างมีนัยสำคัญนอกจากนี้บริษัทยังมาหาโอกาส เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง อาทิ ขยายปริมาณเตียงผู้ป่วยหนัก หรือICU อีก 60% ในช่วงไตรมาสที่ 3/2567 และเตรียมเปิดรับผู้ป่วยประกันสังคม Premium ต้นปี 2568 และเปิดให้บริการ โรงพยาบาล คูน อ่าวนาง ในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2568 ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนในโครงการ โรงพยาบาล แห่งใหม่ภายใต้การบริหารของ บริษัท สายวิชัยพัฒนา จำกัด บริษัทย่อยที่บริษัทถือ หุ้น ในสัดส่วน 99.
43% โดยโครงการมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,749.32 ล้านบาท ซึ่งโรงพยาบาลแห่งใหม่อยู่บริเวณพุทธมณฑลสาย 1 มีขนาด 200 เตียง ทั้งนี้การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 6 เฟส เปิดเฟสแรกปี 2569 จำนวน 60 เตียง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปีนี้PHG ประกอบธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งให้บริการทางการแพทย์จำนวน 3 แห่ง ในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ 1.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และ 3.โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต ซึ่งเรียกรวมว่า “กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต” ปัจจุบันมีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวมทั้งหมด 270 เตียง แบ่งเป็น 1. โรงพยาบาลแพทย์รังสิต จำนวน 155 เตียง 30 ห้องตรวจ เน้นกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ 2. โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 จำนวน 59 เตียง 29 ห้องตรวจ เน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไป และ 3. โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต จำนวน 56 เตียง 15 ห้องตรวจ ทั้งนี้ ยังมีการให้บริการศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมงที่มีศักยภาพในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด หรือ Open Heart Surgery ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน ระดับ 1 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวใน สปสช. เขต 4 ซึ่งประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี และนครนายกนอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นให้บริการลูกค้าทุกประเภทรวมถึงการพัฒนาศูนย์เฉพาะรักษาโรคเฉพาะทางต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่มีรายได้ตั้งแต่ระดับปานกลาง ไปถึงระดับบน รวมถึงลูกค้าที่ชำระด้วยเงินสด กลุ่มที่มีประกันสุขภาพ และกลุ่มลูกค้าบริษัทคู่สัญญา ให้ได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงมีแผนในการขยายพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพวอร์ดคนไข้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงวอร์ดที่ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพไปแล้วจะมีการปรับค่าบริการรักษาขึ้นได้อีกเล็กน้อยแผนการดำเนินงานปี 2567 ว่า บริษัทปักธงขับเคลื่อนรายได้รวมเติบโต 12% ทะลุ 4,700 ล้านบาท ภายใต้การเดินหน้ากลยุทธ์ด้านการพัฒนาความเชี่ยวชาญการรักษาโรคยากซับซ้อน เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องแบบยั่งยืน ควบคู่ไปกับการขยายวอร์ดเพิ่มเติม รองรับผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำการตลาดเชิงรุกขยายฐานผู้ป่วย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ กัมพูชา, พม่า, สปป.ลาว และจีน รวมถึงผู้ป่วยชาวอาหรับ ที่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกในการเข้าใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นบล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุว่า ผู้บริหารอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาลคูเวตและคาดการณ์ว่า น่าจะกลับมาใช้ payment guarantee ตามเดิมได้ในไตรมาส 3/67 และยังคาดการณ์ว่าจะมีโรงพยาบาลที่จะได้รับอนุมัติเหลือเพียง 2-3 แห่ง ซึ่งเชื่อว่า BH จะเป็น 1 ในนั้น จึงคาดการณ์กำไรปกติปี 67 ที่ 7.80 พันล้านบาท โต 13% จากปีก่อน อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ ให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 2/67 ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตได้ YoY เนื่องจากว่า คนไข้ต่างประเทศและการท่องเที่ยวเป็นตัวช่วยหนุนให้มีการฟื้นตัวขึ้น ขณะที่การโรคไข้หวัดเริ่มมีคนป่วยมากขึ้น ทำให้มีการเติบโต แต่อย่างไรก็ตาม QoQ ชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3/67 เป็นฤดูการที่พีค หรือเป็นช่วงไฮซีซั่นอยู่แล้วสำหรับกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่า จะสามารถทำกำไรเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่เป็นหุ้นเด่น จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อย่าง BDMS และ BH ส่วนโรงพยาบาลขนาดเล็กจะเป็น PR9 ที่กำไรคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ YoY อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลมีความโดดเด่น เนื่องจากเป็นหุ้นหลุมหลบภัยในที่ตลาดเกิดความผันผวน ในขณะที่ช่วงตลาดมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนก็จะนึกถึงหุ้นในกลุ่มดังกล่าว วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังคงเป็นเซกเตอร์ที่แข็งแรง แม้ว่าในไตรมาส 2/67 จะหล่นลงมา QoQ เนื่องจากปกติเป็นปัจจัยฤดูกาลที่ไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่ต่ำสุดของปี แต่พอเริ่มเข้าไตรมาส 3 จะเป็นไตรมาสที่เป็นไฮซีซั่น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหน้าฝน ขณะที่ ดูใน YoY จะมีการเติบโตทุกไตรมาสจะดีกว่าปีก่อนหน้าตลอด ซึ่งยังเป็นเซกเตอร์ที่น่าสนใจ ทั้งนี้ หุ้นที่มีความน่าสนใจในกลุ่มโรงพยาบาลจะเป็นหุ้น CHG หรือ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด เนื่องจากราคาตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลงมาค่อนข้างเยอะเกือบ 20% จาก 3.20 บาท ซึ่งน่าจะสะท้อนปัจจัยลบประกันสังคมไปแล้ว และ Valuation เทรดที่ระดับต่ำกว่าคู่แข่ง ขณะที่กำไรไตรมาส 2/67 คาดว่าจะเติบโตได้ YoY ได้ดีที่สุด “ถ้าดูโมเมนตัมเอินนิ่งไตรมาส 2 จะต่ำสุด และไตรมาส 3 จะพีค ขณะที่ไตรมาส 4 และ ไตรมาส 1 มีการเติบโตในระดับที่ดี ดังนั้นทามมิ่งที่ราคาปรับตัวลงมาแรง ๆ ก็มองว่า มีความน่าสนใจ ซึ่งในกลุ่มโรงพยาบาลก็มีการปรับลงมาเกือบทุกตัว ทั้ง BDMS CHG ดังนั้นระดับโซนนี้สามารถสะสมได้หมด”
โรงพยาบาล SET หุ้นโรงพยาบาล BH หุ้น VIBHA PR9 WPH PHG VIH
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สิงห์เอสเตทชูกลยุทธ์ Rethink ฝ่าวิกฤติสิงห์เอสเตท เผยงัดกลยุทธ์ Rethink ฝ่าวิกฤติ หันมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเซ็กเมนต์ลักชัวรี ขยายการลงทุนธุรกิจโรงแรม นิคมอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน สร้างรายได้ประจำ
Read more »
บิตคอยน์ดิ่ง 5% ร่วงแตะ 58,000 ดอลลาร์ กังวล Mt.Gox เทขายกว่าแสนเหรียญ BTCราคาบิตคอยน์ (Bitcoin: BTC) วันนี้ (4 ก.ค.67) ดิ่ง 5% แตะที่ระดับต่ำสุด 58,348 ดอลลาร์ ฉุดมูลค่าตลาดคริปโทร่วง 5% กังวลแรงเทขายบิตคอยน์จาก Mt.Gox จำนวนกว่าแสนเหรียญ มีมูลค่าเกือบหมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนนี้
Read more »
SET H1/67 ดิ่ง 8.1% รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฟื้น ลุ้นเฟดลดดอกเบี้ยSET H1/67 ดิ่ง 8.1% รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฟื้น ลุ้นเฟดลดดอกเบี้ย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 SET Index ปิดที่ 1,300.96 จุด ปรับลดลง 3.3% จากเดือนก่อนหน้า และปรับลดลง 8.
Read more »
ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 9 ก.ค.67-ปลัดแรงงานแจงการกำหนดสูตรค่าจ้างไม่ได้กำหนดไว้ตามมาตรา 87 พรบ.คุ้มครองแรงงาน พศ.2541 หลัง 5 กรรมการค่าจ้างร้องมติบอร์ดชุดที่ 22 ไม่ชอบด้วยกฎหมายปรับสูตรคำนวณฯใหม่เป็น 400 บาท -SET H1/67 ดิ่ง 8.1% รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฟื้น ลุ้นเฟดลดดอกเบี้ย -ตลท.หารือ ก.ล.ต.เร่งเปิดข้อมูลผู้บริหารนำหุ้นค้ำประกันบัญชีมาร์จิ้น-เงินกู้ -10 ก.ค.
Read more »
YGG ร่วง 19.69% เซ่น ผถห.อันดับ 1 เปลี่ยนมือ หลัง “ธนัช จุวิวัฒน์” ถูก Force SellYGG ดิ่ง 19.69% เซ่นพิษเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น “ศรุต ทับลอย” ขึ้นแท่นอันดับ 1 แทน “ธนัช จุวิวัฒน์” หลังถูก Force Sell ช่วง 2-4 ก.ค.67 เหลือถือหุ้น 4.286%
Read more »
เงินทุนสะสมเริ่มไม่พอ! กลุ่ม SMEs อสังหาฯ จมวิกฤติ ขอรัฐบาลเร่งฟื้นเศรษฐกิจ ก่อนต้องปลดคนงานตลาดที่อยู่อาศัย ดิ่ง! พ่นพิษ ธุรกิจห่วงโซ่ตั้งแต่รับเหมาก่อสร้างยันจัดสวน กลุ่มผู้ประกอบการรวมตัวแสดงจุดยืน ธุรกิจวิกฤติกว่าช่วงต้มยำกุ้ง บางแห่งเงินทุนสะสมเริ่มไม่พอ เริ่มประคองชีวิตลูกจ้างไม่ไหว ระบุ ถ้ารัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เพิ่มเติม อาจได้เห็นภาพปลดลดคนงาน ผลกระทบโดมิโน กำลังซื้อ...
Read more »
