เมื่อวันที่ 10 เม.ย.68 นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij' ระบุว่า ทรัมป์ถอย - สงครามการค้าจะจบอย่างไร?
อันนี้เรื่องใหญ่ ฟังแล้วอาจเกินความเป็นจริง แต่หากเรามองว่าเราอยู่ในสภาวะสงคราม สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดก็อาจจะเกิดได้ สาเหตุที่อเมริกาอาจจะเรียกร้องตามนี้ก็เพราะ อเมริกาจะยอมตกลงอัตราภาษีกับประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้ ถ้าประเทศนั้นยังมีการค้ากับจีนเพราะจะเสมือนอเมริกายอมให้จีนขายสินค้าทางอ้อมให้กับอเมริกาในอัตราภาษีที่ตํ่ากว่าเทียบกับถ้าจีนขายให้อเมริกาโดยตรง อันนี้ยังไม่นับข้อเท็จจริงที่ว่ามีสายเหยี่ยวทั้งที่จีนและอเมริกามองเป็นทุนเดิมว่า สุดท้ายแล้วระหว่างจีนกับอเมริกาฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้ชนะและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้แพ้ วันนี้อเมริกาได้เริ่มกดดันประเทศที่ส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยจีนหรือผลิตด้วยวัตถุดิบจากจีน ขั้นตอนต่อไปก็เพียงออกกฏว่าหากยังซื้อของจากจีนก็จะไม่สามารถค้าขายกับอเมริกาได้เลย เว้นจะโดนภาษี 104% ด้วย …นี่คือสิ่งที่ผมกลัว หากเราต้องเลือก เราจะเลือกอย่างไร? ไทยเองขาดดุลมหาศาลจากการค้าขายกับจีน เราผลิตสู้เขาไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากต้องเลือก ของเราจะแพงขึ้น ถ้าอเมริกากดดันแบบสุดโต่ง ไม่เพียงจำกัดสินค้าจีนที่เป็นวัตถุดิบ แต่จำกัดสินค้าทุกชนิด เราจะไม่มีทางเลือกที่จะซื้อรถ BYD ทีวี Hisense หรือ โทรศัพท์ Huawei สินค้าของเราหลายอย่าง เราก็จะขายใครไม่ได้เลย นักท่องเที่ยวจีนก็จะหาย จะทิ้งอเมริกาก็อย่าลืมว่าเรามีดุลการค้าที่เป็นบวกกับเขาปีละ 1 ล้านล้านบาท ผู้ประกอบการไทยจะเดือดร้อนแค่ไหนหากเราถูกกีดกันไม่ให้ค้าขายกับอเมริกา ที่น่ากลัวมากกว่านั้นคืออเมริกาอาจจะใช้ ดอลลาร์เป็นอาวุธ ใครไม่เลือกข้างเขาอาจจะโดนภาษีการถือครองดอลลาร์ ดีไม่ดีทรัมป์เล่นบทถนัดในการต่อรองปรับโครงสร้างหนี้กับประเทศเจ้าหนี้อีก สงครามนี้ประเทศอย่างเราจะลำบากมาก ต้องคิดเผื่อและเตรียมตัว เรามียุทธศาสตร์ไม่เลือกข้างมาตลอด และคิดเสมอว่าทั้งสองประเทศมหาอำนาจเขาต้องแข่งกันมาง้อเรา ตอนนี้ดูเหมือนมีหนึ่งฝ่ายที่เปลี่ยนกลยุทธ์ ไม่ง้อแล้วแต่จะใช้การขู่แทน ว่าจะเลือกใคร ที่น่ากลัวที่สุดคือประวัติศาสตร์ สาเหตุสำคัญที่ญี่ปุ่นตัดสินใจบุก Pearl Harbour เมื่อ 80 กว่าปีก่อนก็เพราะญี่ปุ่นเกรงว่าจะถูกปิดล้อมทางเศรษฐกิจ ไทยเราต้องคิดเผื่อทุกสถานการณ์ ทางการทหารตามปกติจะมีการเตรียมตัวป้องกันภัยคุกคามอยู่แล้ว แต่ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มโอกาสสูงกว่า เรานิ่งเฉยไม่คิดเผื่อไม่ได้เลย.
อันนี้เรื่องใหญ่ ฟังแล้วอาจเกินความเป็นจริง แต่หากเรามองว่าเราอยู่ในสภาวะสงคราม สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดก็อาจจะเกิดได้ สาเหตุที่อเมริกาอาจจะเรียกร้องตามนี้ก็เพราะ อเมริกาจะยอมตกลงอัตราภาษีกับประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้ ถ้าประเทศนั้นยังมีการค้ากับจีนเพราะจะเสมือนอเมริกายอมให้จีนขายสินค้าทางอ้อมให้กับอเมริกาในอัตราภาษีที่ตํ่ากว่าเทียบกับถ้าจีนขายให้อเมริกาโดยตรง อันนี้ยังไม่นับข้อเท็จจริงที่ว่ามีสายเหยี่ยวทั้งที่จีนและอเมริกามองเป็นทุนเดิมว่า สุดท้ายแล้วระหว่างจีนกับอเมริกาฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้ชนะและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้แพ้ วันนี้อเมริกาได้เริ่มกดดันประเทศที่ส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยจีนหรือผลิตด้วยวัตถุดิบจากจีน ขั้นตอนต่อไปก็เพียงออกกฏว่าหากยังซื้อของจากจีนก็จะไม่สามารถค้าขายกับอเมริกาได้เลย เว้นจะโดนภาษี 104% ด้วย …นี่คือสิ่งที่ผมกลัว หากเราต้องเลือก เราจะเลือกอย่างไร? ไทยเองขาดดุลมหาศาลจากการค้าขายกับจีน เราผลิตสู้เขาไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากต้องเลือก ของเราจะแพงขึ้น ถ้าอเมริกากดดันแบบสุดโต่ง ไม่เพียงจำกัดสินค้าจีนที่เป็นวัตถุดิบ แต่จำกัดสินค้าทุกชนิด เราจะไม่มีทางเลือกที่จะซื้อรถ BYD ทีวี Hisense หรือ โทรศัพท์ Huawei สินค้าของเราหลายอย่าง เราก็จะขายใครไม่ได้เลย นักท่องเที่ยวจีนก็จะหาย จะทิ้งอเมริกาก็อย่าลืมว่าเรามีดุลการค้าที่เป็นบวกกับเขาปีละ 1 ล้านล้านบาท ผู้ประกอบการไทยจะเดือดร้อนแค่ไหนหากเราถูกกีดกันไม่ให้ค้าขายกับอเมริกา ที่น่ากลัวมากกว่านั้นคืออเมริกาอาจจะใช้ ดอลลาร์เป็นอาวุธ ใครไม่เลือกข้างเขาอาจจะโดนภาษีการถือครองดอลลาร์ ดีไม่ดีทรัมป์เล่นบทถนัดในการต่อรองปรับโครงสร้างหนี้กับประเทศเจ้าหนี้อีก สงครามนี้ประเทศอย่างเราจะลำบากมาก ต้องคิดเผื่อและเตรียมตัว เรามียุทธศาสตร์ไม่เลือกข้างมาตลอด และคิดเสมอว่าทั้งสองประเทศมหาอำนาจเขาต้องแข่งกันมาง้อเรา ตอนนี้ดูเหมือนมีหนึ่งฝ่ายที่เปลี่ยนกลยุทธ์ ไม่ง้อแล้วแต่จะใช้การขู่แทน ว่าจะเลือกใคร ที่น่ากลัวที่สุดคือประวัติศาสตร์ สาเหตุสำคัญที่ญี่ปุ่นตัดสินใจบุก Pearl Harbour เมื่อ 80 กว่าปีก่อนก็เพราะญี่ปุ่นเกรงว่าจะถูกปิดล้อมทางเศรษฐกิจ ไทยเราต้องคิดเผื่อทุกสถานการณ์ ทางการทหารตามปกติจะมีการเตรียมตัวป้องกันภัยคุกคามอยู่แล้ว แต่ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มโอกาสสูงกว่า เรานิ่งเฉยไม่คิดเผื่อไม่ได้เลย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'คลัง' แจงใช้เงินดิจิทัลหมื่นบาทเฟส 3 ซื้อเหล้า-บุหรี่ ร้านของชำได้'คลัง' แจงใช้เงินดิจิทัลหมื่นบาทเฟส 3 ซื้อเหล้า-บุหรี่ ร้านของชำได้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.68 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.
Read more »
ย้ำไทยพร้อมรับลงทุนต่างชาตินายกฯ เร่งสร้างบรรยากาศเอื้อลงทุน อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน-อุปสรรค ด้าน รมว.คลัง ชี้ไทยพร้อมรับลงทุนจากต่างประเทศ
Read more »
'พิชัย' หนุนไอเดีย 'ทักษิณ' ซื้อหนี้ประชาชน แย้ม 2-3 ทางออกพิชัย รมว.คลัง รับแนวคิดทักษิณ ซื้อหนี้ประชาชนจากธนาคาร หวังช่วยลูกหนี้ แย้มมี 2-3 แนวทางแก้ปัญหา พร้อมถกสมาคมธนาคารไทย หาทางออกที่เป็นไปได้
Read more »
'ธีระชัย' หวั่นไอเดีย 'ซื้อหนี้ประชาชน' กลายเป็นภาระคนจ่ายภาษีอดีต รมว.คลัง ชี้แนวคิด 'ซื้อหนี้ประชาชน' รัฐไม่มีความจำเป็นต้องควักกระเป๋า-ค้ำประกัน หวั่นสุดท้ายบานปลายตกเป็นภาระผู้เสียภาษีทั้งประเทศ แนะควรแก้ปัญหาด้วยการตัดลดเงินต้น กรณีนายทักษิณ ชินวัตร เสนอแนวคิด 'ซื้อหนี้ประชาชน' จากระบบธนาคาร โดยให้เอกชนมาลงทุนนั้นวันนี้ (19 มี.ค.2568) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.
Read more »
เครดิตบูโรเปิดไส้ในหนี้ระดับวิกฤติ-อดีตรมว.คลัง ติงซื้อหนี้?ไม่ประชานิยมไม่ทับซ้อนผลประโยชน์“สุรพล โอภาสเสถียร” ผจญ.เครดิตบูโรเปิดไส้ในหนี้เสีย 1.22 ล้านล้านบาท อีก 5.8แสนล้านบาท เป็นหนี้กำลังจะเสีย ชี้ปัญหาระดับ “วิกฤติ” อดีต รมว.คลัง “กรณ์ จาติกวณิช” แนะหาทางออกที่มีหลักอธิบายได้ ไม่ประชานิยมเกินไป ผลประโยชน์ไม่ทับซ้อน
Read more »
คลัง เตรียมซื้อหนี้ ต่ำกว่า 1 แสนบาท ช่วยหลุด NPLรมว.คลัง เผย เตรียมซื้อหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท ช่วยหลุด NPL
Read more »
