'กัณวีร์' จี้รัฐบาลไทย จัดการปัญหาค่ายผู้ลี้ภัย ผลักเป็นแรงงานถูกกฎหมาย 'เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง'

กัณวีร์ News

'กัณวีร์' จี้รัฐบาลไทย จัดการปัญหาค่ายผู้ลี้ภัย ผลักเป็นแรงงานถูกกฎหมาย 'เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง'
กัณวีร์ สืบแสงรัฐบาลผู้ลี้ภัย
  • 📰 nnanews
  • ⏱ Reading Time:
  • 180 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 85%
  • Publisher: 51%

'กัณวีร์' จี้รัฐบาลไทยต้องกล้าหาญชูธงมนุษยธรรม จัดการปัญหาค่ายผู้ลี้ภัยที่เรื้อรังมา 40 ปี ผลักเป็นแรงงานถูกกฎหมาย เพื่อ 'เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง' อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

“จริงๆพวกเค้าก็คือ ผู้ลี้ภัย นั่นแหละครับ แต่ประเทศไทยเราไม่สามารถจะให้สถานะ ผู้ลี้ภัย กับพวกเค้าได้ ไม่สามารถตั้งค่าย ผู้ลี้ภัย ได้ เพราะไทยไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วย ผู้ลี้ภัย ปี 1951 ไทยจึงดูแล ผู้ลี้ภัย เหล่านี้อย่างมีข้อจำกัดมาตลอด 40 ปี โดยเฉพาะการพึ่งพางบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ/องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGOs ไทยและต่างชาติ โดยที่ ผู้ลี้ภัย ไม่สามารถออกนอกค่ายได้ จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากค่ายกักกันดีๆ นี่เอง”“จากประสบการณ์ทำงาน ผู้ลี้ภัย ตั้งแต่ที่ประเทศไทยจนเมียนมา ผมรับผิดชอบโดยตรงในการดูแลค่าย ผู้ลี้ภัย ทั้ง 9 แห่งในไทย และในเมียนมา ผมจึงเข้าใจสภาพปัญหาดีว่าการจะปิดค่ายในประเทศไทย เพื่อส่งกลับ ผู้ลี้ภัย ไปเมียนมา ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเราใช้เวลามา 40 ปี ยังทำไม่ได้ อีกทั้งปัญหาการเมืองในเมียนมาหลังการรัฐประหาร ยิ่งมี ผู้ลี้ภัย และผู้พลัดถิ่นในประเทศเพิ่ม การส่งกลับคนกว่า 80,000 คน ย่อมทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน หรือจะทำได้ในช่วง 2-3 ปี มันอาจใช้เวลามากกว่า 10 ปี ด้วยซ้ำ”“ผมได้เสนอไปตั้งแต่แรกว่าการ เปิดเพื่อปิด หมายถึง เปิดให้ ผู้ลี้ภัย ได้เป็นแรงงานถูกกฎหมาย ได้ออกมานอกค่าย ได้ทำงานเพื่อจะมีรายได้ ต้องเข้าใจนะครับว่าคนในค่ายที่อยู่มา 40 ปี ต่างผ่านมาหลายรุ่นแล้ว บางคนเกิดในค่าย มีลูกหลาน มารุ่นต่อรุ่นแล้ว คนพวกนี้มีความรู้ความสามารถ ที่ได้รับการศึกษาในค่าย ถ้าเราจัดหางานที่เหมาะสม พวกเขาสามารถมีรายได้เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณ ย่อมเป็นทางออกที่ดี” “ที่ผมเสนอให้นำ ผู้ลี้ภัย ในพื้นที่พักพิงฯ มาทำงานข้างนอกมีเหตุผลอื่นๆ อีก 6 ประการ คือ ด้านแรงงาน ด้านภาษี ด้านประชากรศาสตร์ และด้านความมั่นคงครับ เรื่องแรงงาน คือ หนึ่ง เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วจำนวนวัยแรงงานของประชากร ผู้ลี้ภัย ใน 9 แห่ง ประมาณ 65% คิดเป็นประมาณ 52,000 คน เมื่อเทียบกับจำนวนการว่างงานของแรงงานไม่มีทักษะหรือทักษะต่ำของกระทรวงแรงงานที่คนไทยไม่ทำมีจำนวนกว่า 2 แสนอัตรา !! ทำไมไม่เอาเค้ามาเติมเต็ม ?? สอง แรงงาน MOU ที่นำเข้าจากเมียนมาชะงักลงเพราะสถานการณ์ในเมียนมาเองและรวมถึงสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดน ไทยขาดแคลนครับ นี่ยังไม่รวมถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่จะกระทบการนำเข้าแรงงาน MOU จากกัมพูชาอย่างแน่นอน แล้วไทยจะทำอย่างไร จะพึ่งการนำเข้าแรงงาน MOU จากลาวและเวียดนามอย่างเดียวคงไม่ได้ ดังนั้น นำเค้าเข้ามาจากพื้นที่ทั้ง 9 แห่งครับ สาม ผู้ลี้ภัย ที่ลักลอบ ออกมาทำงานนอกพื้นที่ทั้ง 9 แห่ง จะไม่ต้องตกอยู่กับขบวนการเก็บส่วยและนำพาออกมาทำงานอย่างผิดกฎหมายอีกต่อไป เงินเป็นหมื่นๆ ล้านบาทที่สะพัดจากการเก็บค่าส่วย ค่านายหน้า ค่าต่างๆ นาๆ อย่างผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินจากผู้รักษากฎหมายต่างๆ จะหมดไป รัฐบาล กล้าหรือไม่ ?? สี่ ด้านภาษี เมื่อเค้าทำงานเป็นแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การชำระภาษีทั้งของทางนายจ้างและลูกจ้างเองต่อประเทศไทยก็จะเป็นรายรับที่สามารถประมาณการได้ว่าจะได้เท่าไหร่ต่อปี ซึ่ง 5 หมื่นกว่าคนต่อปีก็เยอะเอาเรื่องอยู่นะครับ แถมในเชิงสิทธิมนุษยชน เมื่อเค้าเสียภาษีเหมือนคนไทยและโดยไม่แย่งงานคนไทยแล้ว เค้าสามารถเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ เหมือนแรงงานข้ามชาติทั่วไป ลูกๆ ก็สามารถได้รับการศึกษาจากภาษีและค่าใช้จ่ายที่เค้าจ่ายให้กับรัฐ เค้าจะไม่มาแย่งสวัสดิการคนไทยอย่างฟรีๆ ตามที่คิดกันอยู่ ทำไมไม่ทำ ?? ห้า เรื่องประชากรศาสตร์ อีก 60 ปีข้างหน้า ประชากรของไทยจะลดลงเหลือเพียงคือ 30 กว่าล้านคน !! เราจะเอาประชากรที่ไหนมาร่วมพัฒนาประเทศ ในเชิงปริมาณเราจะไม่สามารถหาประชากรมาเพิ่มได้ทันเพราะเราเป็นสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบไปแล้ว คัดคนเข้ามาเพิ่มครับ และให้มาร่วมพัฒนาประเทศตั้งแต่ตอนนี้ให้มาก เน้นคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพไปด้วยในตัว ทำได้หรือไม่ ?? สุดท้าย ด้านความมั่นคง พื้นที่พักพิงฯ ทั้ง 9 แห่ง ถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติมาอย่างยาวนาน หน่วยข่าวทหารและพลเรือนถูกส่งแฝงตัวเข้าไปดูว่าเค้ามีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ มีการจัดกำลังทหารลาดตระเวนอยู่แล้วในบริเวณชายแดน แต่ก็ต้องมาสอดส่องในพื้นที่ทั้ง 9 ด้วย เนื่องจากเป็น 1 ใน “ภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ” ดังนั้น ปิดเสียเถอะครับ เปลี่ยน “ภาระ” นี้ให้เป็น “พลัง” ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในเชิงเศรษฐกิจ การพัฒนา มนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน”.

“จริงๆพวกเค้าก็คือผู้ลี้ภัยนั่นแหละครับ แต่ประเทศไทยเราไม่สามารถจะให้สถานะผู้ลี้ภัยกับพวกเค้าได้ ไม่สามารถตั้งค่ายผู้ลี้ภัยได้ เพราะไทยไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยปี 1951 ไทยจึงดูแลผู้ลี้ภัยเหล่านี้อย่างมีข้อจำกัดมาตลอด 40 ปี โดยเฉพาะการพึ่งพางบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ/องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGOs ไทยและต่างชาติ โดยที่ผู้ลี้ภัยไม่สามารถออกนอกค่ายได้ จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากค่ายกักกันดีๆ นี่เอง”“จากประสบการณ์ทำงานผู้ลี้ภัยตั้งแต่ที่ประเทศไทยจนเมียนมา ผมรับผิดชอบโดยตรงในการดูแลค่ายผู้ลี้ภัยทั้ง 9 แห่งในไทย และในเมียนมา ผมจึงเข้าใจสภาพปัญหาดีว่าการจะปิดค่ายในประเทศไทย เพื่อส่งกลับผู้ลี้ภัยไปเมียนมา ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเราใช้เวลามา 40 ปี ยังทำไม่ได้ อีกทั้งปัญหาการเมืองในเมียนมาหลังการรัฐประหาร ยิ่งมีผู้ลี้ภัย และผู้พลัดถิ่นในประเทศเพิ่ม การส่งกลับคนกว่า 80,000 คน ย่อมทำไม่ได้ในชั่วข้ามคืน หรือจะทำได้ในช่วง 2-3 ปี มันอาจใช้เวลามากกว่า 10 ปี ด้วยซ้ำ”“ผมได้เสนอไปตั้งแต่แรกว่าการ เปิดเพื่อปิด หมายถึง เปิดให้ผู้ลี้ภัยได้เป็นแรงงานถูกกฎหมาย ได้ออกมานอกค่าย ได้ทำงานเพื่อจะมีรายได้ ต้องเข้าใจนะครับว่าคนในค่ายที่อยู่มา 40 ปี ต่างผ่านมาหลายรุ่นแล้ว บางคนเกิดในค่าย มีลูกหลาน มารุ่นต่อรุ่นแล้ว คนพวกนี้มีความรู้ความสามารถ ที่ได้รับการศึกษาในค่าย ถ้าเราจัดหางานที่เหมาะสม พวกเขาสามารถมีรายได้เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณ ย่อมเป็นทางออกที่ดี” “ที่ผมเสนอให้นำผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงฯ มาทำงานข้างนอกมีเหตุผลอื่นๆ อีก 6 ประการ คือ ด้านแรงงาน ด้านภาษี ด้านประชากรศาสตร์ และด้านความมั่นคงครับ เรื่องแรงงาน คือ หนึ่ง เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วจำนวนวัยแรงงานของประชากรผู้ลี้ภัยใน 9 แห่ง ประมาณ 65% คิดเป็นประมาณ 52,000 คน เมื่อเทียบกับจำนวนการว่างงานของแรงงานไม่มีทักษะหรือทักษะต่ำของกระทรวงแรงงานที่คนไทยไม่ทำมีจำนวนกว่า 2 แสนอัตรา !! ทำไมไม่เอาเค้ามาเติมเต็ม ?? สอง แรงงาน MOU ที่นำเข้าจากเมียนมาชะงักลงเพราะสถานการณ์ในเมียนมาเองและรวมถึงสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดน ไทยขาดแคลนครับ นี่ยังไม่รวมถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่จะกระทบการนำเข้าแรงงาน MOU จากกัมพูชาอย่างแน่นอน แล้วไทยจะทำอย่างไร จะพึ่งการนำเข้าแรงงาน MOU จากลาวและเวียดนามอย่างเดียวคงไม่ได้ ดังนั้น นำเค้าเข้ามาจากพื้นที่ทั้ง 9 แห่งครับ สาม ผู้ลี้ภัยที่ลักลอบ ออกมาทำงานนอกพื้นที่ทั้ง 9 แห่ง จะไม่ต้องตกอยู่กับขบวนการเก็บส่วยและนำพาออกมาทำงานอย่างผิดกฎหมายอีกต่อไป เงินเป็นหมื่นๆ ล้านบาทที่สะพัดจากการเก็บค่าส่วย ค่านายหน้า ค่าต่างๆ นาๆ อย่างผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินจากผู้รักษากฎหมายต่างๆ จะหมดไป รัฐบาลกล้าหรือไม่ ?? สี่ ด้านภาษี เมื่อเค้าทำงานเป็นแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การชำระภาษีทั้งของทางนายจ้างและลูกจ้างเองต่อประเทศไทยก็จะเป็นรายรับที่สามารถประมาณการได้ว่าจะได้เท่าไหร่ต่อปี ซึ่ง 5 หมื่นกว่าคนต่อปีก็เยอะเอาเรื่องอยู่นะครับ แถมในเชิงสิทธิมนุษยชน เมื่อเค้าเสียภาษีเหมือนคนไทยและโดยไม่แย่งงานคนไทยแล้ว เค้าสามารถเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ เหมือนแรงงานข้ามชาติทั่วไป ลูกๆ ก็สามารถได้รับการศึกษาจากภาษีและค่าใช้จ่ายที่เค้าจ่ายให้กับรัฐ เค้าจะไม่มาแย่งสวัสดิการคนไทยอย่างฟรีๆ ตามที่คิดกันอยู่ ทำไมไม่ทำ ?? ห้า เรื่องประชากรศาสตร์ อีก 60 ปีข้างหน้า ประชากรของไทยจะลดลงเหลือเพียงคือ 30 กว่าล้านคน !! เราจะเอาประชากรที่ไหนมาร่วมพัฒนาประเทศ ในเชิงปริมาณเราจะไม่สามารถหาประชากรมาเพิ่มได้ทันเพราะเราเป็นสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบไปแล้ว คัดคนเข้ามาเพิ่มครับ และให้มาร่วมพัฒนาประเทศตั้งแต่ตอนนี้ให้มาก เน้นคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพไปด้วยในตัว ทำได้หรือไม่ ?? สุดท้าย ด้านความมั่นคง พื้นที่พักพิงฯ ทั้ง 9 แห่ง ถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติมาอย่างยาวนาน หน่วยข่าวทหารและพลเรือนถูกส่งแฝงตัวเข้าไปดูว่าเค้ามีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ มีการจัดกำลังทหารลาดตระเวนอยู่แล้วในบริเวณชายแดน แต่ก็ต้องมาสอดส่องในพื้นที่ทั้ง 9 ด้วย เนื่องจากเป็น 1 ใน “ภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ” ดังนั้น ปิดเสียเถอะครับ เปลี่ยน “ภาระ” นี้ให้เป็น “พลัง” ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในเชิงเศรษฐกิจ การพัฒนา มนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

nnanews /  🏆 64. in TH

กัณวีร์ สืบแสง รัฐบาล ผู้ลี้ภัย

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

กัณวีร์ ชี้ 4 เหตุผล ไม่เห็นด้วยงบ 69 รัฐบาลขาดความเป็นมืออาชีพกัณวีร์ ชี้ 4 เหตุผล ไม่เห็นด้วยงบ 69 รัฐบาลขาดความเป็นมืออาชีพกัณวีร์ ชี้ 4 เหตุผล ไม่เห็นด้วยงบ 69 รัฐบาลขาดความเป็นมืออาชีพ - ขาดความเป็นผู้นำ - ไม่ทราบความจำเป็นเร่งด่วน
Read more »

ลิณธิภรณ์ ซัด กัณวีร์ บิดเบือนปชช.ซ้ำเติมประเทศ ชี้กองทัพทำตามมติ สมช.ลิณธิภรณ์ ซัด กัณวีร์ บิดเบือนปชช.ซ้ำเติมประเทศ ชี้กองทัพทำตามมติ สมช.ลิณธิภรณ์ ยินดี ทภ.2 เจรจาลับกัมพูชาถอยกำลังจากแผ่นดินไทย - ซัด กัณวีร์ บิดเบือนประชาชน ซ้ำเติมประเทศ ชี้กองทัพทำตามมติ สมช. ’แพทองธาร’ เป็นประธาน
Read more »

กัณวีร์ ลั่น ไม่ผิดคาดเขมรยื่นฟ้องศาลโลก ตบหน้าไทยถกJBCปมพิพาทเขตแดนกัณวีร์ ลั่น ไม่ผิดคาดเขมรยื่นฟ้องศาลโลก ตบหน้าไทยถกJBCปมพิพาทเขตแดนกัณวีร์ ลั่น ไม่ผิดคาดกัมพูชายื่นฟ้องศาลโลก ตบหน้าไทยถกJBCปมพิพาทเขตแดน ชี้ เขมร ฉลาดหลักแหลมเล่นเกมการเมืองระหว่างประเทศ
Read more »

“กัณวีร์” จี้รัฐบาลตอบโต้กัมพูชา หลังอ้างครบ 63 ปี ชนะคดี 'เขาพระวิหาร'“กัณวีร์” จี้รัฐบาลตอบโต้กัมพูชา หลังอ้างครบ 63 ปี ชนะคดี 'เขาพระวิหาร'“สส.กัณวีร์“ ชี้ กัมพูชาตบหน้าไทยระหว่างถก JBC เลือกใช้วันยื่นศาลโลกคดีเขาพระวิหาร เมื่อ 63 ปี ก่อน 15 มิ.ย. ยื่นฟ้องศาลโลก ปม 4 จุดพิพาทชายแดน จี้ถามรัฐบาลเตรียมแผนอะไรไว้แล้วบ้าง แต่ยังโชคดีเมื่อวานชิงแถลงไทย ไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก วันนี้ (15 มิ.ย.68) นายกัณวีร์ สืบแสง สส.
Read more »

‘กัณวีร์’ ชี้ไทยต้องเปลี่ยนเกมความมั่นคงจากทหารสู่การทูตรุกคืนแทนตั้งรับ‘กัณวีร์’ ชี้ไทยต้องเปลี่ยนเกมความมั่นคงจากทหารสู่การทูตรุกคืนแทนตั้งรับอ่านความจริง อ่านเดลินิวส์
Read more »



Render Time: 2026-04-02 17:20:51