ในฐานะแฟนบอลการได้ไปเยือนสนามของสโมสรที่ชื่นชมถือเป็นการเติมเต็มความฝัน แต่สำหรับ ซาเวียร์ วิกกิ้นส์ คอลูกหนังพันธุ์ทำยิ่งกว่านั้น เพราะเขาลงทุนเดินทางกว่าสองพันไมล์ (ราว 3,219 กิโลเมตร) ทั่วประเทิศเพื่อเยี่ยมชมสนามทั้ง 92 แห่งของพรีเมียร์ลีกและอีเอฟแอล ในเวลา 92...
คุณลุงจาก แฮมป์ตัน ในย่านมิดเดิ้ลเซ็กซ์ เคยเจอเหตุการณ์ตำรวจเรียกตรวจในขณะที่เขาเดินเท้าจากเซนต์ เจมส์ พาร์ค ไปยังสนามเซนต์ แมรี่ส์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยพบคนดัง และได้รับน้ำใจจากผู้คนมากมายระหว่างทางด้วย แรงบันดาลใจในการทำภารกิจสุดเหลือเชื่อนี้ของเขา คือการระดมทุนให้กับมูลนิธิชุมชนของทั้ง 92 สโมสร และเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงกิจกรรมต่างๆ ของพวกเขา"มันเริ่มในปี 2019 เรา กำลังสร้างสนามใหม่" "พวกเราได้รับการบอกกล่าวว่า -พวกนายติดหนี้อยู่ 11 ล้านปอนด์ พวกนายต้องยอมสละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสโมสรโดยแฟนบอล ผมลุกขึ้นยืนกลางที่ประชุมแล้วพูดว่า -เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้น เราจะระดมเงินทุนให้ได้-" การต้องสละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของโดยแฟนบอล คงเป็นเรื่องที่ขมขื่นอย่างยิ่งสำหรับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน เพราะสโมสรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยแฟนบอล หลังจากสโมสรเดิมอย่าง วิมเบิลดัน เอฟซี ถูกขายโดยไม่สนใจเสียงของพวกเขา แล้วย้ายไปเมืองมิลตัน คีนส์ และกลายเป็นทีมเอ็มเค ดอนส์ ในปัจจุบัน วิกกิ้นส์ กล่าวต่อไปว่า"เราทำการระดมทุนผ่านพันธบัตรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ มีพวกเราราวสองร้อยคนที่ช่วยกันระดมทุน นิค ผู้ก่อตั้งเอซอส เข้าร่วมเป็นผู้หุ้นรายย่อย โดยลงทุนจำนวน 8 ล้านปอนด์ จากนั้นเราก็กู้เงินที่เหลือมาจ่ายค่าก่อสร้างสนาม" "จากนั้นโควิดก็ระบาดขึ้น เราก็เริ่มสงสัยว่า -เราจะทำยังไงกันดี?- ห้าวันต่อมาเราก็ไปยืนอยู่หน้าร้านมอร์ริสันส์กลางเมืองวิมเบิลดัน พวกเราก่อตั้งกลุ่ม ดอนส์ โลเคล แอ็กชั่น และสร้างกองทัพอาสาสมัครกว่า 3,500 คน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนด้านอาหาร, เฟอร์นิเจอร์ และเทคโนโลยี" "ทั้งหมดนี้เริ่มจากพวกเราแค่สามคน ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานการกุศลเลย หลังจากนั้นผมก็เริ่มสนใจว่าสโมสรฟุตบอลอื่นๆ เขาทำอะไรบ้าง ผมได้อ่านเรื่องของ คิวพีอาร์ ที่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมจากอาวุธมีด และเพื่อนของผมก็เสนอไอเดียการเดินทางนี้ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก" เพียงสองวันให้หลัง ในช่วงวันที่แสนสดใสของเดือนสิงหาคม ไอเดียที่เคยดูยอดเยี่ยมก็เริ่มรู้สึกว่าไม่สวยหรูอย่างที่คิด โดย วิกกิ้นส์ อธิบายว่า"แค่วันที่สองมันโหดร้ายมาก พวกเราหลงทาง, ฝนก็ตกหนัก แถมแบกเป้ก็หนัก" "เราต้องเดินผ่านทุ่งหญ้าและหลายเส้นทางก็ไม่มีอยู่จริง เรามองไม่เห็นทาง และต่อให้มองเห็นก็ไปไม่ได้ เพื่อเป็นการชดเชย ผมต้องเดินเพิ่มในวันถัดมาอีก 27 ไมล์ แล้วผมก็เลี้ยวผิดตรงวงเวียน" "ระหว่างคาร์ดิฟฟ์กับเชปสโตว์ มีตำรวจเซาท์เวลส์ขับตามหลังมา แล้วพาผมออกจากถนนสายหลักที่รถพลุกพล่าน กลับไปยังวงเวียนที่ผมหลงทาง สรุปแล้วจาก 27 ไมล์ กลายเป็น 29 ไมล์ " "ผมไม่ได้คิดเลยว่า -บางทีผมควรหยุด- แต่ผมแค่คิดว่า -นี่มันโหดสุดๆ ไปเลย- ผมเคยต้องเดินยาวสิบไมล์ บนถนนคู่ขนาน เพราะหลายพื้นที่ในประเทศนี้แทบไม่มีทางเดินเท้าเลย" ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร เพราะหลังจากนั้นทุกอย่างกลับคุ้มค่าเมื่อ วิกกิ้นส์ ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนจำนวนมาก"ผมกำลังเดินผ่านเมืองวูล์ฟแฮมป์ตันประมาณสิบโมงเช้า แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งตะโกนใส่ผม ผมฟังไม่ทันเข้าใจว่าเขาพูดอะไร แต่ปรากฏว่าเขาบอกว่าพึ่งเห็นผมทางทีวี" "จากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยพบมาก่อน จองโรงแรมให้ผมสี่คืน แม่ของเธอทำแซนด์วิชและออกมาสนับสนุนพวกเราขณะเดิน บางช่วงระหว่างทาง ผมมีคนมากกว่า 40 คนมาร่วมเดินกับผมด้วย" การเดินครั้งนี้ยังได้รับการตอบรับในแง่บวกจากชุมชนฟุตบอลด้วย โดย วิกกิ้นส์ เผยว่า"ผมได้พบกับ ฟรานซิส เบนาลี่ ที่เซาแธมป์ตัน และ กาย บัตเตอร์ส ที่ไบรท์ตัน นักเตะคนแรกที่ผมพบคือ เทย์เลอร์ มัวร์ ของบริสตอล โรเวอร์ส ซึ่งทราบว่ามารดาของเขาพยายามฆ่าตัวตาย ดังนั้นเขาบอกผมว่าเขาตั้งใจใช้สถานะนักฟุตบอลของตัวเอง เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพจิต" สำหรับการเดินไปเยี่ยมสนามฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก และอีเอฟแอลจำนวน 92 แห่งนอกจากจะทำให้เขาได้เห็นโครงการการกุศลมากมายที่ทำเพื่อชุมชนของพวกเขาแล้ว ยังส่งผลดีกับร่างกายของ วิกกิ้นส์ เพราะน้ำหนักตัวลดลงถึง 22 กิโลกรัม และร่างกายปรับตัวได้เร็ว "ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก คุณจะรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังหลุดออกจากร่างกาย ผมมีอาการข้อเท้าแพลง และเท้าเริ่มไม่รู้สึก แต่ผมเดิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และจากนั้นมันก็เริ่มชิน" วิกกิ้นส์ กล่าวทิ้งท้าย ทั้งภารกิจสุดท้าทายของ วิกกิ้นส์ และพองเพื่อนจบลงเมื่อเดินทางไปที่สนามเหย้าของพลีมัธ อาร์ไกล์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังจากเริ่มต้นโครงสุดหฤโหดตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ สวอนซี.
คุณลุงจาก แฮมป์ตัน ในย่านมิดเดิ้ลเซ็กซ์ เคยเจอเหตุการณ์ตำรวจเรียกตรวจในขณะที่เขาเดินเท้าจากเซนต์ เจมส์ พาร์ค ไปยังสนามเซนต์ แมรี่ส์ นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยพบคนดัง และได้รับน้ำใจจากผู้คนมากมายระหว่างทางด้วย แรงบันดาลใจในการทำภารกิจสุดเหลือเชื่อนี้ของเขา คือการระดมทุนให้กับมูลนิธิชุมชนของทั้ง 92 สโมสร และเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงกิจกรรมต่างๆ ของพวกเขา"มันเริ่มในปี 2019 เรา กำลังสร้างสนามใหม่" "พวกเราได้รับการบอกกล่าวว่า -พวกนายติดหนี้อยู่ 11 ล้านปอนด์ พวกนายต้องยอมสละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสโมสรโดยแฟนบอล ผมลุกขึ้นยืนกลางที่ประชุมแล้วพูดว่า -เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้น เราจะระดมเงินทุนให้ได้-" การต้องสละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของโดยแฟนบอล คงเป็นเรื่องที่ขมขื่นอย่างยิ่งสำหรับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน เพราะสโมสรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยแฟนบอล หลังจากสโมสรเดิมอย่าง วิมเบิลดัน เอฟซี ถูกขายโดยไม่สนใจเสียงของพวกเขา แล้วย้ายไปเมืองมิลตัน คีนส์ และกลายเป็นทีมเอ็มเค ดอนส์ ในปัจจุบัน วิกกิ้นส์ กล่าวต่อไปว่า"เราทำการระดมทุนผ่านพันธบัตรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ มีพวกเราราวสองร้อยคนที่ช่วยกันระดมทุน นิค ผู้ก่อตั้งเอซอส เข้าร่วมเป็นผู้หุ้นรายย่อย โดยลงทุนจำนวน 8 ล้านปอนด์ จากนั้นเราก็กู้เงินที่เหลือมาจ่ายค่าก่อสร้างสนาม" "จากนั้นโควิดก็ระบาดขึ้น เราก็เริ่มสงสัยว่า -เราจะทำยังไงกันดี?- ห้าวันต่อมาเราก็ไปยืนอยู่หน้าร้านมอร์ริสันส์กลางเมืองวิมเบิลดัน พวกเราก่อตั้งกลุ่ม ดอนส์ โลเคล แอ็กชั่น และสร้างกองทัพอาสาสมัครกว่า 3,500 คน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนด้านอาหาร, เฟอร์นิเจอร์ และเทคโนโลยี" "ทั้งหมดนี้เริ่มจากพวกเราแค่สามคน ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานการกุศลเลย หลังจากนั้นผมก็เริ่มสนใจว่าสโมสรฟุตบอลอื่นๆ เขาทำอะไรบ้าง ผมได้อ่านเรื่องของ คิวพีอาร์ ที่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรมจากอาวุธมีด และเพื่อนของผมก็เสนอไอเดียการเดินทางนี้ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก" เพียงสองวันให้หลัง ในช่วงวันที่แสนสดใสของเดือนสิงหาคม ไอเดียที่เคยดูยอดเยี่ยมก็เริ่มรู้สึกว่าไม่สวยหรูอย่างที่คิด โดย วิกกิ้นส์ อธิบายว่า"แค่วันที่สองมันโหดร้ายมาก พวกเราหลงทาง, ฝนก็ตกหนัก แถมแบกเป้ก็หนัก" "เราต้องเดินผ่านทุ่งหญ้าและหลายเส้นทางก็ไม่มีอยู่จริง เรามองไม่เห็นทาง และต่อให้มองเห็นก็ไปไม่ได้ เพื่อเป็นการชดเชย ผมต้องเดินเพิ่มในวันถัดมาอีก 27 ไมล์ แล้วผมก็เลี้ยวผิดตรงวงเวียน" "ระหว่างคาร์ดิฟฟ์กับเชปสโตว์ มีตำรวจเซาท์เวลส์ขับตามหลังมา แล้วพาผมออกจากถนนสายหลักที่รถพลุกพล่าน กลับไปยังวงเวียนที่ผมหลงทาง สรุปแล้วจาก 27 ไมล์ กลายเป็น 29 ไมล์ " "ผมไม่ได้คิดเลยว่า -บางทีผมควรหยุด- แต่ผมแค่คิดว่า -นี่มันโหดสุดๆ ไปเลย- ผมเคยต้องเดินยาวสิบไมล์ บนถนนคู่ขนาน เพราะหลายพื้นที่ในประเทศนี้แทบไม่มีทางเดินเท้าเลย" ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร เพราะหลังจากนั้นทุกอย่างกลับคุ้มค่าเมื่อ วิกกิ้นส์ ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้คนจำนวนมาก"ผมกำลังเดินผ่านเมืองวูล์ฟแฮมป์ตันประมาณสิบโมงเช้า แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งตะโกนใส่ผม ผมฟังไม่ทันเข้าใจว่าเขาพูดอะไร แต่ปรากฏว่าเขาบอกว่าพึ่งเห็นผมทางทีวี" "จากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยพบมาก่อน จองโรงแรมให้ผมสี่คืน แม่ของเธอทำแซนด์วิชและออกมาสนับสนุนพวกเราขณะเดิน บางช่วงระหว่างทาง ผมมีคนมากกว่า 40 คนมาร่วมเดินกับผมด้วย" การเดินครั้งนี้ยังได้รับการตอบรับในแง่บวกจากชุมชนฟุตบอลด้วย โดย วิกกิ้นส์ เผยว่า"ผมได้พบกับ ฟรานซิส เบนาลี่ ที่เซาแธมป์ตัน และ กาย บัตเตอร์ส ที่ไบรท์ตัน นักเตะคนแรกที่ผมพบคือ เทย์เลอร์ มัวร์ ของบริสตอล โรเวอร์ส ซึ่งทราบว่ามารดาของเขาพยายามฆ่าตัวตาย ดังนั้นเขาบอกผมว่าเขาตั้งใจใช้สถานะนักฟุตบอลของตัวเอง เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับสุขภาพจิต" สำหรับการเดินไปเยี่ยมสนามฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก และอีเอฟแอลจำนวน 92 แห่งนอกจากจะทำให้เขาได้เห็นโครงการการกุศลมากมายที่ทำเพื่อชุมชนของพวกเขาแล้ว ยังส่งผลดีกับร่างกายของ วิกกิ้นส์ เพราะน้ำหนักตัวลดลงถึง 22 กิโลกรัม และร่างกายปรับตัวได้เร็ว "ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก คุณจะรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังหลุดออกจากร่างกาย ผมมีอาการข้อเท้าแพลง และเท้าเริ่มไม่รู้สึก แต่ผมเดิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และจากนั้นมันก็เริ่มชิน" วิกกิ้นส์ กล่าวทิ้งท้าย ทั้งภารกิจสุดท้าทายของ วิกกิ้นส์ และพองเพื่อนจบลงเมื่อเดินทางไปที่สนามเหย้าของพลีมัธ อาร์ไกล์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังจากเริ่มต้นโครงสุดหฤโหดตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ สวอนซี
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
‘รูเพิร์ต เมอร์ด็อก’ เจ้าพ่อวงการสื่อโลก จ่อวิวาห์รอบที่ 5 ในวัย 92 ปีสำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 21 มีนาคมว่า รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เจ้าพ่อวงการสื่อโลกในวัย 92 ปี ประกาศหมั้นหมายกับแอนน์ เลสีย์ สมิธ วัย 66 ปี อดีตอนุศาสนาจารย์ในเรือนจำ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์ในช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้
Read more »
ยอดยื่นขอลงทุนอีอีซี 2 เดือน มูลค่าทะลุกว่า 9 หมื่นล้านเลขาธิการบีโอไอ เผยนักลงทุนสนใจยื่นขอลงทุนอีอีซี 2 เดือน รวม 92 โครงการ มูลค่าทะลุ 90,305 ล้านบาทส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ ฐานเศรษฐกิจ ฐานเศรษฐกิจ
Read more »
MTI จับรางวัล “เมืองไทยประกันภัย 92 ปี ลุ้นรับล้าน” พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีเมืองไทยประกันภัย จับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีกิจกรรม “เมืองไทยประกันภัย 92 ปี ลุ้นรับล้าน” ฉลอง 92 ปี รวมมูลค่ากว่าล้านบาท บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI นำโดยนางปุณฑริกา ใบเงิน, นายวาสิต ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางสาวนวลวรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการ สายงานทรัพยากรบุคคลและธุรการ และผู้บริหารระดับสูง...
Read more »
MTI จับรางวัล เมืองไทยประกันภัย 92 ปี ลุ้นรับล้าน พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีเมืองไทยประกันภัย จับรางวัลและประกาศรายชื่อผู้โชคดีกิจกรรม “เมืองไทยประกันภัย 92 ปี ลุ้นรับล้าน” ฉลอง 92 ปี รวมมูลค่ากว่าล้านบาท
Read more »
'ไปรษณีย์ไทย' ออกแสตมป์เฉลิมพระเกียรติ 92 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจำหน่าย 12 สิงหาคมนี้ทั่วประเทศไปรษณีย์ไทยออกแสตมป์เฉลิมพระเกียรติ 92 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจำหน่าย 12 สิงหาคมนี้ทั่วประเทศ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกแสตมป์เทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อัญเชิญพระฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์ชุดราตรีตัดเย็บด้วยผ้าไหม...
Read more »
พสกนิกรชาวไทย น้อมจิตบริจาคโลหิต ถวายสดุดี 92 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพสกนิกรชาวไทย น้อมจิตบริจาคโลหิต ถวายสดุดี 92 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ตลอดเดือนสิงหาคม 2567 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ น้อมจิตบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 92...
Read more »
