เด็กเกิดน้อยไทยต่ำสุดในประวัติการณ์

ข่าวสังคม News

เด็กเกิดน้อยไทยต่ำสุดในประวัติการณ์
ประชากรสังคมสูงวัยเด็กเกิดน้อย
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 184 sec. here
  • 13 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 105%
  • Publisher: 63%

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรายงานสถานการณ์ประชากรไทย ปี 2567 พบว่า อัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) อยู่ที่ 1.0 ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 ประเทศไทยก้าวสู่ 'สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์' พร้อมทั้งเสนอทางรอด 5 ประการ เพื่อรับมือสถานการณ์เด็กเกิดน้อย

ไทยดันไม่ขึ้น ปี 67 เกิดต่ำกว่า 5 แสนคน สูงวัยเพิ่มขึ้น 20% แม้มีความพยายามผลักดันมีลูกเป็นวาระแห่งชาติ แต่กลับไปไม่ถึงฝั่ง นักวิชาการชี้ แรงงานข้ามชาติ มีทักษะสูงยังจำเป็น หวังรัฐบาลปรับเกณฑ์ ผู้สูงอายุ เป็น 65 ปี ชี้ผลักดันให้ผู้หญิงสูงวัยมีงานทำมากขึ้นด้วยสวัสดิการ\สถาบันวิจัย ประชากร และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรายงานสถานการณ์ ประชากร ของประเทศไทย ปี 2567 บนเวทีแถลงข่าว “ เด็กเกิดน้อย และ สังคมสูงวัย อย่างสมบูรณ์” ปี 2567 จำนวนเด็กไทยเกิดต่ำสุดเป็น ประวัติการณ์ ต่ำกว่า 5 แสนคนต่อปี

ส่งผลให้จำนวนประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4\“รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ว่า จากข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ข้อมูลปี 2567 พบว่า ประชากรในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 65,951,210 คน มีเด็กเกิดใหม่เพียง 462,240 คน ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 571,646 คนส่งผลให้อัตราเพิ่มตามธรรมชาติอยู่ที่ -0.17% ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate - TFR) ซึ่งหมายถึงจำนวนลูกเฉลี่ยที่ผู้หญิงไทยคนหนึ่งจะมีตลอดช่วงวัยเจริญพันธุ์ ในปี 2567 อยู่ที่ 1.0 ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 และใกล้เคียงกับประเทศที่เผชิญสถานการณ์การเกิดที่ต่ำมาก เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน\ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด เมื่ออัตราเจริญพันธุ์รวมต่ำกว่า 1.5 ประสบการณ์จากหลายประเทศพบว่าการกระตุ้นการเกิดนั้นเป็นไปได้ยาก และมีแนวโน้มในเจเนอเรชันถัดไปอาจลดลงไปอีก ซึ่งรัฐบาลก็ยังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการสนับสนุนในเรื่องนี้ เพื่อชะลอการเข้าสู่สังคมสูงวัย ให้ประเทศมีเวลาในการเตรียมความพร้อมด้านสวัสดิการ ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันของประชากรทุกช่วงวัย\“รศ.ดร.เฉลิมพล” มองถึงทางรอดว่า 1. ผู้สูงอายุและผู้หญิงจะเป็นกุญแจสำคัญที่ต้องสนับสนุนบทบาทและโอกาสในการมีส่วนร่วมทางสังคมในกำลังแรงงานให้เพิ่มขึ้น ปรับปรุงเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อเอื้อให้เป็นพลัง ไม่ใช่ผู้พึ่งพิง2. เด็กเป็นทรัพยากรล้ำค่า การลงทุนในเด็กต้องเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการต่าง ๆ ลดความเครียดทางเศรษฐกิจของครอบครัว สนับสนุนสวัสดิการในสถานที่ทำงานเพื่อช่วยให้พ่อแม่มีเวลาและความพร้อมในการเลี้ยงดูบุตร ส่งเสริมการเกิดในเชิงคุณภาพและให้คุณค่าแก่บทบาทของพ่อแม่ในสังคม3. การย้ายถิ่นทดแทน หรือการนำเข้าแรงงาน (Replacement migration) หรือการทดแทนแรงงานไทยที่จะลดลงด้วยกลุ่มประชากรข้ามชาติ โดยเฉพาะการดึงดูดแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะ เด็กข้ามชาติที่เกิดและเติบโตในไทย เป็นอีกทางเลือกเชิงนโยบายและโอกาสที่ต้องพิจารณา เพื่อเร่งให้เกิดการกำหนดมาตรการ แนวทางและกลไกที่ชัดเจนในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ4. เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกหนึ่งกุญแจของโอกาสเพื่อทดแทนประชากรที่ลดลงในด้านปริมาณ ด้วยคุณภาพและผลิตภาพแรงงานที่สูงขึ้นของประชากรในทุกช่วงวัย รวมถึงเด็กเจนเนอเรชันเบต้า (เกิดปี 2568 เป็นต้นไป) ที่เกิดมาพร้อมการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของ AI ในทุกมิติทางสังคมและวิถีชีวิต5. พลิกวิกฤตเกิดน้อยเป็นโอกาสต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDGs ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่\“สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและเตรียมรับมือในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน” สถานการณ์และทิศทางนโยบาย\“รศ.ดร.เฉลิมพล” กล่าวว่า ผลสำรวจจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 20 ธันวาคม 2567 ในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นประชาชนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,042 คน พบว่า 71% มองว่าปัญหาเด็กเกิดน้อยเป็นวิกฤตของประเทศ แต่มีเพียง 44% เท่านั้น ที่สนับสนุนนโยบายส่งเสริมการเกิด โดยผู้หญิง 42% เห็นด้วยน้อยกว่าผู้ชาย 52% ทั้งนี้ 66% สนับสนุนการปรับนิยามผู้สูงอายุจาก 60 ปีเป็น 65 ปี ส่วน 64% เห็นด้วยกับการขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี\ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยพร้อมปรับตัวรับการเป็นสังคมสูงวัย แต่การเพิ่มจำนวนเด็กเกิดตามเป้าหมายยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันนโยบายเพื่อรับมือกับสถานการณ์สังคมสูงวัยที่อัตราจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อันเนื่องจากสึนามิประชากรรุ่นเกิดเกิน 1 ล้านคนต่อปี (ประชากรที่เกิดในช่วงปี 2506-2526) และเตรียมพร้อมระบบสวัสดิการให้ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย.\หนึ่งในนโยบายสังคมด้านสุขภาพที่สำคัญ คือ 'พินัยกรรมชีวิต' (e-Living Will) ซึ่งเป็นสิทธิสำคัญที่ช่วยให้บุคคล โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุสามารถแสดงเจตนารมณ์ไม่รับการรักษาที่ยืดชีวิตในภาวะไร้คุณภาพ โดยได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 การส่งเสริมความรู้เรื่องนี้ช่วยให้ผู้สูงอายุวางแผนการรักษาตามความต้องการ ลดความขัดแย้งในครอบครัว และรักษาศักดิ์ศรีชีวิตในช่วงท้ายได้อย่างสง่างาม

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

ประชากร สังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย อัตราเจริญพันธุ์ นโยบายสังคม ผู้สูงอายุ เทคโนโลยี AI

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 7 วัน ลดลง 2.29%สถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 7 วัน ลดลง 2.29%กระทรวงคมนาคม รายงานสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายคมนาคมระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 2 มกราคม 2568 พบว่า อุบัติเหตุลดลง 2.29% ส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด
Read more »

เงินเฟ้อไทยธันวาคม 2567 อยู่ที่ 1.23%เงินเฟ้อไทยธันวาคม 2567 อยู่ที่ 1.23%สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรือ CPI เดือนธันวาคม 2567 อยู่ที่ 108.28 สูงขึ้น 1.23% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
Read more »

โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด給คนต่างชาติไตรมาส 3/2567 เพิ่มขึ้นโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด給คนต่างชาติไตรมาส 3/2567 เพิ่มขึ้นศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติทั่วประเทศจำนวน 3,756 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 และมีมูลค่า 18,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 8.9 โดยคิดเป็นพื้นที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดรวม 165,367 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
Read more »

ท่องเที่ยวปลายปีคึกคัก ดันยอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 11 เดือนปี 2567 พุ่ง 155 ล้านลิตรต่อวันท่องเที่ยวปลายปีคึกคัก ดันยอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 11 เดือนปี 2567 พุ่ง 155 ล้านลิตรต่อวันยอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในช่วง 11 เดือนของปี 2567 อยู่ที่ 155.22 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ.
Read more »

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคติดต่อกัน 4 เดือนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคติดต่อกัน 4 เดือนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2567 อยู่ที่ 51.6
Read more »

ไทยปีทองแห่งการลงทุน: บีโอไอหวังเม็ดเงินทะลุ 113 ล้านบาทไทยปีทองแห่งการลงทุน: บีโอไอหวังเม็ดเงินทะลุ 113 ล้านบาทนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ปี 2567 ถือเป็นปีทองของการลงทุนในประเทศไทย , เม็ดเงินลงทุนในปี 2567 เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน บีโอไอตั้งเป้าว่าการลงทุนในปี 2568 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือทะลุ 1 ล้านล้านบาท
Read more »



Render Time: 2026-04-02 10:18:18