Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.
Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.15 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ วันที่ 11 เมษายน 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท ทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลุดโซนแนวรับสำคัญ 34.
00 บาทต่อดอลลาร์ อย่างชัดเจน หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ที่สามารถปรับตัวขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ได้อีกครั้ง หลังบรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุดทางการสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่า อัตราภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนนั้นจะสูงถึง 145% นอกจากนี้ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ที่ชะลอลงสู่ระดับ 2.4% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ก็มีส่วนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ พร้อมกับกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มโอกาสเฟดลดดอกเบี้ยราว 4 ครั้ง ในปีนี้ เป็น 68% ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังได้หนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทะลุโซน 144 เยนต่อดอลลาร์ อีกทั้งยังหนุนความต้องการถือทองคำ หลังบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง ที่ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการ Unwind สถานะ Basis Trade กดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.50% อีกครั้ง บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลต่อประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หลังทางการสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนจะสูงถึง 145% จาก 125% เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ทางการจีนไม่ได้สกัดกั้นการไหลเข้าของยา Fentanyl สู่สหรัฐฯ กดดันให้ บรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ พลิกกลับมาปรับตัวลงแรง นำโดย Tesla -7.3% ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ดิ่งลง -3.46% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาพุ่งขึ้น +3.70% ตอบรับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่ทวีความร้อนแรงมากขึ้น หลังทางการสหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้ากับจีนสูงถึง 145% ได้กดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงิน โดยสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นยุโรปล่าสุด อาทิ สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี STOXX50 พลิกกลับมาปรับตัวลงราว -0.7% ในส่วนตลาดบอนด์ แม้ว่า รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ล่าสุด จะออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสเฟดลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง ในปีนี้ อีกทั้ง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ต่างก็ย้ำจุดยืนเดิม ไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ย แต่บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ จากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ได้กระตุ้นแรงขายบอนด์ระยะยาว อย่าง บอนด์ 10 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นการ Unwind Basis Trade ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เข้าใกล้ระดับ 4.50% ทั้งนี้ เรามองว่า ความผันผวนของตลาดบอนด์จะอยู่ในระดับสูงในช่วงนี้ แต่หากเฟดยังสามารถทยอยลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้ ตามที่เราประเมินไว้ได้บ้าง เรามองว่า การที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.50% จะทำให้บอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งเราคงมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาวได้ เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ >=4.50% ถือว่ามีความน่าสนใจ ในแง่ Risk-Reward ของผลตอบแทนรวม ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่หนุนให้ เงินเยนญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ส่วนภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นยุโรป ก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร นอกจากนี้ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มโอกาสเฟดลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง ในปีนี้ ก็มีส่วนกดดันเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ปรับตัวลงสู่โซน 99.8 จุด ในส่วนของราคาทองคำ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ได้หนุนความต้องการถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำ ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ทำให้ราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้น ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ แถวโซน 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะจับตา รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดติดตามใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนเมษายน โดยเฉพาะในส่วนของอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะยาว พร้อมรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยราว 4 ครั้ง ในปีนี้ และในฝั่งอังกฤษ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มภาคการผลิตอุตสาหกรรมของอังกฤษ ผ่านรายงานยอดผลผลิตอุตสาหกรรม เดือนมกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป โดยเฉพาะประธาน ECB เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของ ECB ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า ECB อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยติดต่อกันได้ราว 3 ครั้ง ในปีนี้ สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ หลุดทุกโซนแนวรับที่เราประเมินไว้ ทำให้เรายอมรับว่า ในระยะสั้น เงินบาทอาจกลับมาแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทกลับไปแข็งค่าทดสอบโซนแนวรับ 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้ หากเงินบาทยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ และการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทหลุดโซนแนวรับ 34.10-34.20 บาทต่อดอลลาร์ อย่างชัดเจน ก็สะท้อนว่า เงินบาทได้เปลี่ยนจากแนวโน้มอ่อนค่าลง มาเป็นแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หรือ อย่างน้อยอาจแกว่งตัว Sideways ไปก่อน อย่างไรก็ดี เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากบรรยากาศในตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง อาจทำให้ยังพอเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้บ้าง ขณะเดียวกัน เรามองว่า ราคาทองคำก็เสี่ยงย่อตัวลงบ้าง หากไม่ได้มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ เพิ่มเติม และที่สำคัญ โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติก็จะเริ่มทยอยเข้ามา ช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้บ้าง นอกจากนี้ เรามองว่า การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา กอปรกับการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท อาจหนุนให้บรรดาผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งธุรกิจพลังงาน อาจเข้าซื้อน้ำมันมากขึ้น ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.70-33.95 บาท/ดอลลาร์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิด 33.57 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” เฟดคงดอกเบี้ยKrungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.57 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ รับรู้ผลเฟดคงดอกเบี้ยโยบายที่ระดับ 4.25-4.
Read more »
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55-34.25 บาทต่อดอลลาร์ จับตานโยบาย 'ทรัมป์' เพิ่มความไม่แน่นอน ศก.โลกกรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.55-34.25 บาทต่อดอลลาร์ จับตานโยบาย 'ทรัมป์' เพิ่มความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก วันที่ 24 มีรนาคม 2568 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (25-29 มีนาคม 2568) มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.55-34.
Read more »
Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิด 33.83 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนKrungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อน วันที่ 28 มีนาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.80-33.
Read more »
กรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง”สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 มี.ค. 68 9:05: น. นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้...
Read more »
เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง' 33.83 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.83 บาท/ดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา มองกรอบช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 34.01 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 33.83 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.05 บาท/ดอลลาร์
Read more »
