เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้อ่อนค่าลงที่ 33.19 บาทต่อดอลลาร์ จับตาแรงกดดันเศรษฐกิจ-การเมือง วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง (แกว่งตัวในกรอบ 33.03-33.
วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง แม้จะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 33.
00 บาทต่อดอลลาร์ แต่เงินบาทก็พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ตามการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการย่อตัวลงบ้างของราคาทองคำ หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยคลายกังวลประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่างก็ย้ำจุดยืนสนับสนุนท่าทีไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะ Raphael Bostic ที่ให้ความเห็นว่า เฟดควรปรับลดดอกเบี้ยลงเพียง 1 ครั้ง ในปีนี้ จนกว่าเฟดจะมั่นใจว่าสามารถคุมเงินเฟ้อได้สำเร็จ ท่ามกลางแรงกดดันด้านสูงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อจากนโยบายการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มทยอยกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายกังวลต่อประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ทว่า ความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า ได้กลับมาเป็นประเด็นที่กดดันการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.09% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นราว +0.13% โดยตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาสดใส รวมถึงการบรรลุข้อตกลงทางการค้า การทหารและประเด็นอื่นๆ ระหว่างสหภาพยุโรป กับอังกฤษ ซึ่งเป็นการทยอยฟื้นความสัมพันธ์หลัง Brexit ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปก็ถูกกดดันบ้าง จากประเด็นความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ โดย Moody’s ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยย่อตัวลงสู่ระดับ 4.46% หลังจากปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4.50% ท่ามกลางความกังวลประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือโดย Moody’s โดยแรงซื้อ Buy on Dip บอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้เป็นปัจจัยที่ช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า ประเด็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง อนึ่ง เราคงคำแนะนำเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในระดับปัจจุบันถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ และคงแนะนำว่า ควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้ โดยเฉพาะในช่วงโซนสูงกว่า 4.50% หากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีจังหวะปรับตัวขึ้นทดสอบโซนดังกล่าวอีกครั้ง ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งต่างย้ำจุดยืนไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ รีบาวด์ขึ้นสู่โซน 100.5 จุด ในส่วนของราคาทองคำ ความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งต่างสนับสนุนการไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ย กอปรกับบรรยากาศในตลาดการเงินที่เริ่มทยอยกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงแรงขายทำกำไรทองคำ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ ทยอยปรับตัวลง สู่ระดับ 3,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างก็รอทยอยเข้าซื้อทองคำ ในจังหวะย่อตัว ทำให้การปรับตัวลงของราคาทองคำเป็นไปอย่างจำกัด สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยล่าสุดผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปี 2025 และเฟดอาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ในปี 2026 ส่วนในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นว่า ธนาคารกลางจีน อาจมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลูกหนี้ชั้นดี ประเภท 1 ปี และ 5 ปี เพื่อช่วยประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ส่วนทางฝั่งออสเตรเลีย บรรดานักวิเคราะห์ ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย อาจปรับลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 3.85% ตามแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจก็เผชิญแรงกดดันด้านต่ำจากผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ส่วนในช่วงราว 6.50 น. ของเช้าวันพุธที่ 21 พฤษภาคม ตามเวลาประเทศไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลการค้า ของญี่ปุ่น ในเดือนเมษายน ที่อาจเริ่มสะท้อนผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น ผู้เล่นในตลาดจะติดตามการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงพัฒนาการของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เรามองว่า แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน เรายังคงเห็นแรงทยอยขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ แม้ว่าแรงขายอาจมีแนวโน้มลดลงจากช่วงก่อนหน้าพอสมควร นอกจากนี้ ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น ก็อาจยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลประเด็นสหรัฐฯ ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ทว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบร้อนปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ จนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการผลักดันร่าง Fiscal Bill จากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนฯ จากพรรครีพับลิกัน โดยประเด็นดังกล่าวอาจมีความชัดเจนมากขึ้น ก่อนถึงวันหยุด Memorial Day ในวันที่ 26 พฤษภาคม นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากท่าทีของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งต่างย้ำจุดยืนไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังเสี่ยงเผชิญ Two-Way Volatility ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ โดยหากราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นบ้าง ก็จะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้ได้ โดยราคาทองคำอาจยังได้แรงหนุนบ้าง จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงประเด็นเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ที่อาจกลับมากดดันตลาดได้อีกครั้ง หลังรับรู้ความชัดเจนของ Fiscal Bill ล่าสุด โดยรวมเราประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจติดอยู่แถวโซนแนวรับหลัก 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกัน เงินบาทก็ยังไม่สามารถอ่อนค่าลงชัดเจน จนทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ง่าย โดยอาจมีโซนแนวต้านแรกแถว 33.30 บาทต่อดอลลาร์ ก่อน จนกว่าจะเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน รวมถึงตลาดไร้ปัจจัยเสี่ยง พร้อมเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มเติม ซึ่งภาพดังกล่าวควรจะเห็นการปรับตัวลดลงต่อของราคาทองคำด้วยเช่นกัน ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.30 บาท/ดอลลาร์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิด 33.45 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จับ ตาผลประชุม กนง.บ่ายนี้GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลประชุม กนง.
Read more »
หลัง กนง. ลดดอกเบี้ย เงินบาท ‘อ่อนค่า‘ ที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์กรุงศรีฯ ระบุเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ หลัง กนง.ลดดอกเบี้ย และตลอดช่วงบ่าย ‘อ่อนค่าลง’ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตามภาวะตลาดปิดที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 2 พ.ค.68 ‘อ่อนค่า’ หลัง ‘ทองคำ’ โดนเทขายค่าเงินบาทวันนี้ 2 พ.ค.68 เปิดตลาด “อ่อนค่า“ ที่ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย” ชี้จากแรงขายทองคำ ระวังความผันผวน มองกรอบเงินบาทวันนี้ 33.35-33.75บาทต่อดอลลาร์
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 19พ.ค.“แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ที่ระดับ 33.19 บาทต่อดอลลาร์ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Volatility ขึ้นกับแนวโน้มราคาทองคำซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทสูงถึง 82% ส่วนเงินดอลลาร์ขึ้นกับว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.19 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.19 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.27 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ที่ 32.95-33.65 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.15-33.
Read more »
