เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว

United States News News

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 282 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 116%
  • Publisher: 63%

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.19 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.15-33.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.

50 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้แรงหนุนจากทั้งภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ รวมถึงการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งมีผลกดดันให้บรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น มีจังหวะอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซน 146 เยนต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นชัดเจนในช่วงเช้าของวันจันทร์ หลัง Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับ Aaa สู่ระดับ Aa1 ท่ามกลางความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะเข้าถือทองคำและเงินเยนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่สภาคองเกรสของสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงของการร่าง Fiscal Bill กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง โดยดัชนีเงินดอลลาร์ ได้ย่อตัวลงกลับมาใกล้เคียงระดับ ณ ช่วง 17.00 น. ของ วันศุกร์ที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากความหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้า ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ ยุโรป และจีน พร้อมทั้งรอติดตาม ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก▪ ฝั่งสหรัฐฯ – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนพฤษภาคม ที่อาจสะท้อนถึงผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตและภาคการบริการ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนฯ จากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังอยู่ในช่วงการร่าง Fiscal Bill ซึ่งอาจมีเป้าหมายในการขยายเวลามาตรการลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่จะจบลง ณ สิ้นปี 2025 รวมถึงการลดการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม และนอกเหนือจากประเด็นการเมืองดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้า พร้อมทั้ง รอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินทิศทางนโยบายการเงินเฟด โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ในปี 2025 และเฟดอาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 2 ครั้ง ในปี 2026 ▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือนพฤษภาคม รวมถึงยอดค้าปลีก และอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนเมษายน พร้อมรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานการประชุม ECB ล่าสุด และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือนพฤษภาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ ECB ด้วยเช่นกัน ▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในเดือนเมษายน อย่าง ยอดค้าปลีก รวมถึงยอดผลผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจสะท้อนผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี ประเภท 1 ปี และ 5 ปี อาจถูกปรับลดลงสู่ระดับ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางจีน เพื่อรับมือแรงกดดันจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือนพฤษภาคม รวมถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนเมษายน ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย และธนาคารกลางอินโดนีเซีย อาจตัดสินใจลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 3.85% และ 5.50% ตามลำดับ ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ▪ ฝั่งไทย – เรามองว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยสำหรับไตรมาสแรก ปี 2025 อาจยังได้แรงหนุนจาก การส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ตามการเร่งนำเข้าสินค้าไทยก่อนเผชิญผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยว ก็ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญต่อเศรษฐกิจ ทว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ส่งผลให้ การลงทุนภาคเอกชนอาจชะลอตัวลงพอสมควร เช่นเดียวกับการบริโภคภาคเอกชนที่อาจไม่ได้ขยายตัวดีมากนักในไตรมาสแรก ทั้งนี้ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี จากผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ทำให้ทั้งปี 2025 เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวราว +2%y/y สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังมีกำลังอยู่ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Volatility ขึ้นกับแนวโน้มราคาทองคำซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทสูงถึง 82% เพราะ แม้ราคาทองคำอาจอยู่ในช่วงการพักฐานและเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง แต่ก็อาจมีจังหวะรีบาวด์ขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนจีน ที่อาจผันผวนได้พอสมควรในสัปดาห์ที่ตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน อนึ่งเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติที่อาจสูงราว 9.5 พันล้านบาท ตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะเดียวกัน บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติมได้บ้าง ในเชิงเทคนิคัลนั้น แนวรับของเงินบาท อาจขยับขึ้นมาแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวต้านสำคัญจะอยู่ในช่วง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจชะลอการแข็งค่าขึ้น และอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดกลับมาเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีนี้ โดยทิศทางเงินดอลลาร์จะขึ้นกับว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ จะออกมาอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.95-33.65 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.40 บาท/ดอลลาร์

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้น' 33.27 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้น' 33.27 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.27 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.44 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.40 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.40 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.40 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.44 บาท/ดอลลาร์
Read more »

เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง' 33.55 บาท/ดอลลาร์เงินบาทเปิดเช้านี้ 'ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง' 33.55 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.55 บาท/ดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า มองกรอบสัปดาห์นี้ 33.05-33.80 บาท/ดอลลาร์
Read more »

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 'อ่อนค่าลง' 33.57 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 'อ่อนค่าลง' 33.57 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.57 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา 33.41 บาท/ดอลลาร์ แนะระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
Read more »

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงหนัก' 33.38 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลงหนัก' 33.38 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.38 บาท/ดอลลาร์ 'อ่อนค่าลงหนัก' จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.02 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ที่ 32.95-33.75 บาท/ดอลลาร์
Read more »

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.19 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 33.19 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 33.19 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 33.27 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบสัปดาห์นี้ที่ 32.95-33.65 บาท/ดอลลาร์
Read more »



Render Time: 2026-04-02 11:54:58