สมรภูมิ Tourism war ในเอเชียส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะการแข่งขันที่รุนแรงในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงหดตัวสวนทางกับหลายประเทศ คู่แข่งแย่งตลาดนักท่องเที่ยวเป้าหมาย และการใช้จ่ายต่อทริปที่ลดลง แม้ว่าประเทศอื่น ๆ จะมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม สถานการณ์นี้ทำให้ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว
สมรภูมิ Tourism war ได้เปลี่ยนเกมแข่งขันด้าน การท่องเที่ยว ในเอเชีย และเพิ่มแรงกดดันต่อขีดความสามารถใน การแข่งขัน ของไทย ทั้งในด้านจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังหดตัวสวนทางกับหลายประเทศที่ขยายตัวแข็งแกร่ง การเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวเป้าหมายทำได้ยากขึ้นจากที่ตลาดมีความทับซ้อนสูงในหลายประเทศ และการเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ยังจำกัด ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 หลายประเทศสามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ดีจากอัตราขยายตัวที่มากกว่า 10% โดยเฉพาะจีนกับเวียดนาม ซึ่งยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของค่าเงินด้วย ขณะที่ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการหดตัวของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลด้านความปลอดภัย อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจาก การแข่งขัน เชิงรุกจากหลายประเทศในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นตลาดเป้าหมายหลักให้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศของตน ยิ่งไปกว่านั้น การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มทำได้ยากขึ้น เนื่องจากแต่ละประเทศมีการทับซ้อนของตลาด นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ค่อนข้างสูง โดยมีนักท่องเที่ยวจากเพียง 18 ประเทศเท่านั้นที่กระจุกตัวอยู่ใน 10 อันดับแรกของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาเที่ยวในทั้ง 6 ประเทศในสมรภูมิ Tourism war โดยเฉพาะเวียดนามและสิงคโปร์ ที่มีตลาดหลักที่ทับซ้อนกับไทยในระดับสูง นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา ไทยยังเผชิญกับความท้าทายในการกระตุ้นการใช้จ่ายของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ จากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปในปี 2567 ที่ลดลงสวนทางกับประเทศอื่นที่ปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2562 ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันในไทยก็ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งยิ่งสะท้อนความจำเป็นในการเร่งยกระดับคุณภาพ การท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จาก นักท่องเที่ยวต่างชาติ สถานการณ์ Tourism war มีแนวโน้มยิ่งเข้มข้นขึ้น โดยแต่ละประเทศได้ใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการดึงดูด นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น2.
การสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากขึ้น เพื่อดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3. การใช้คอนเทนต์บนสื่อออนไลน์ และพลังของอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้างกระแสโปรโมตการท่องเที่ยวให้เข้าถึงคนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและยังต่อยอดเสริมภาพลักษณ์ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การร่วมกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวในการออกแคมเปญโปรโมชัน ซึ่งครอบคลุมทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงจูงใจและเร่งการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว 5. การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเดิมให้มีความแปลกใหม่ ควบคู่กับการสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อเพิ่มจุดขายใหม่ให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้ 6. การพัฒนาเครือข่ายเส้นทางการบินให้ครอบคลุมเส้นทางมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการขยายตลาดนักท่องเที่ยว จากผลกระทบ Tourism war ที่เกิดขึ้นกำลังผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งปรับแผนรับมือกับสถานการณ์ให้ทันท่วงที ผลกระทบของ Tourism war สามารถแบ่งตามกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็น 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่ม ภาคธุรกิจจะต้องพิจารณาวางกลยุทธ์ให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้มากขึ้น ได้แก่ 1. กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไทยยังเป็นผู้นำ แต่เริ่มกระจายไปเที่ยวประเทศอื่นเพิ่มขึ้น ได้แก่ มาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร และฟิลิปปินส์ โดยภาคธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพบริการ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนซ้ำและเพิ่มการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว 2. กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เติบโตสูงในหลายประเทศ แต่ยังขยายตัวไม่มากในไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และแคนาดา ซึ่งภาคธุรกิจควรเดินหน้าโปรโมตการท่องเที่ยวและสร้างจุดขายที่แตกต่างเพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่ยังมีความต้องการเดินทางสูงเดินทางเข้าไทยมากขึ้น 3. กลุ่มนักท่องเที่ยวที่แข่งขันกันรุนแรงและไทยเผชิญกับภาวะชะลอตัว ได้แก่ จีน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยภาคธุรกิจภายใต้ความร่วมมือกับภาครัฐ ควรใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อกระตุ้นตลาดให้ฟื้นตัวโดยเร็วผ่านการทำโพรโมชันแบบเจาะประเทศควบคู่กับการโปรโมตการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ในระยะยาว ภาคธุรกิจควรเน้นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น 1. การสร้างแบรนด์ท่องเที่ยวที่โดดเด่นแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง 2. การยกระดับประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอผ่านการจัดกิจกรรม อีเวนต์ หรือบริการที่สอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ และ 3. การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับเครือข่ายผู้ให้บริการท่องเที่ยวในประเทศต้นทางเพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มาตรการภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและผลักดันให้เกิดความได้เปรียบเชิงแข่งขันบนความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจะมีส่วนช่วยเร่งให้ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นกลับมาได้เร็วและส่งเสริมให้เกิดการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว ซึ่งมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่ออกมา จำเป็นต้องดำเนินอย่างจริงจัง ต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันกับสถานการณ์เหมาะสมกับสมรภูมิ Tourism war โดยการพัฒนาโครงสร้างข้อมูลด้านการท่องเที่ยวให้ยิ่งมีความแม่นยำ ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยเฉพาะข้อมูลการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้การกำหนดใช้นโยบายเกิดประสิทธิผลสูงสุด ในขณะเดียวกัน ภาครัฐอาจพิจารณาเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้เข้าถึงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถปรับกลยุทธ์ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและ Brand image ของประเทศในระยะยาว รวมถึงการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อช่วยในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันท่องเที่ยวของไทยให้พร้อมแข่งขันในสมรภูมิ Tourism War รวมถึงสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การท่องเที่ยว Tourism War นักท่องเที่ยวต่างชาติ เศรษฐกิจไทย การแข่งขัน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“แพทองธาร” โปรโมทปี “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025'นายกฯ ชูวิสัยทัศน์ Thailand Tourism ในงาน “Amazing Thailand Networking Event” เบอร์ลิน เชิญชวนร่วมกิจกรรมใหญ่ตลอดปี “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025”
Read more »
SME D Bank ผนึกพันธมิตรรัฐ-เอกชน เปิดตัวโครงการ GO SMART GO GREEN-สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ “GO SMART GO GREEN FOR SUSTAINABLE TOURISM” สนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ให้ปรับตัวเข้าสู่มาตรฐาน Green Tourism พร้อมเปิดตัว สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษ...
Read more »
รมว.ท่องเที่ยวฯ ชู 5 ยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ Thailand Tourism Forum 2025รมว.ท่องเที่ยวฯ ประกาศวิสัยทัศน์ “Thailand’s Tourism Vision” ชู 5 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนบนเวที Thailand Tourism Forum 2025
Read more »
‘ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม’ รวมพลังรักษ์โลก สร้างสังคมสีเขียว สู่ Low Carbon Tourism 2025องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ได้จัดกิจกรรม “ปั่นปันฮัก ภูฝอยลม ท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก – Low Carbon Tourism 2025” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชน นักปั่น นักท่องเที่ยว และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มาร่วมกันออกกำลังกาย ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และร่วมสร้างจิตสำนึกรักษ์โลก ภายใต้แนวคิด “Low Carbon Tourism” ”...
Read more »
“ททท.” จับมือ “ส.คิกบ็อกซิ่ง-เมืองชากังราว” จัด “KIDS KAT TOURISM AND TRAINING CAMP 2025” ดันท่องเที่ยวเที่ยวเชิงกีฬา จากเมืองหลักสู่เมืองรองการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย และจังหวัดกำแพงเพชร จัดกิจกรรม 'KIDS KAT TOURISM AND TRAINING CAMP 2025' กระตุ้นการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) จากเมืองหลัก สู่ เมืองรอง
Read more »
เซ็นทารา คว้า 2 รางวัลใหญ่แห่งความยั่งยืน! “เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว–หัวหิน” รับรางวัล Thailand Tourism Sustainability Awards 2568โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความภาคภูมิใจเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน คว้ารางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards) ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย(Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568...
Read more »
