ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวรับ 1,515/1,506 จุด แนวต้าน 1,526/1,535 จุด สามารถลดช่วงลบแรงในระหว่างวันและหนุนดัชนีฯ ให้กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ Neck-line ของรูปแบบ Headline & Shoulder บริเวณ 1,515 จุด ได้วานนี้
ถือว่าเป็นโมเมนตัมบวกต่อทิศทางดัชนีฯ วันนี้ อย่างไรก็ดี สัญญาณขายรอบใหม่จะมีการยืนยัน หากดัชนีฯ ปิดต่ำกว่าระดับ 1,515 จุด โดยมีเป้าหมายขาลงที่ 1,475 จุดหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินวานนี้ ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ทำให้กระบวนการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของรัฐสภา กลับมาดำเนินการได้ต่อไป โดยประธานสภานัดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 22 ส.
ค. 2023 เราคาดว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย เพราะสุญญากาศการเมืองที่ยาวนานกว่า 3 เดือน จะสิ้นสุดลง โดยคาดว่านายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเสนอโดยพรรคเพื่อไทย จะได้การโหวตเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากการมีคะแนนเสียงสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภา โดยจะมีเสียงสนับสนุน 314 เสียง จาก 11 พรรคพันธมิตรพิเศษ และที่เหลือจะมาจากการสนับสนุนของ สว. ซึ่งต้องการเพียง 60 เสียง จากทั้งหมด 250 เสียง ทั้งนี้ ไทม์ไลน์ต่อไป คือ กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าเฝ้าเพื่อรับตำแหน่ง และแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเริ่มนับหนึ่งบริหารประเทศต่อไป โดยคาดจะใช้เวลาอีก 4 สัปดาห์ ซึ่งการเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังรับตำแหน่ง จะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และช่วยหนุนดัชนีฯปรับขึ้นไปสู่ระดับศักยภาพ 1,588 จุด โดยค่าเงิน USD ในตะกร้า 6 สกุลหลักล่าสุด แข็งค่าขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 103 เป็นผลจาก 1. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย 2. การกังวลต่อ ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มเติม อาทิ Geopolitical Risk, วิกฤติผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจีน Country Garden อาจคล้ายกับกรณี Evergrand ) 3. การปรับขึ้นของยิลด์พันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ เนื่องจากตลาดเพิ่มโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย จากแนวโน้มเงินเฟ้อเป็น Sticky Inflation และการออกขายพันธบัตรระยะยาวจานวนมากของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลอุปทานล้นจับตา US รายงาน Weeky Initial Jobless Claims คาด +240k และ CB Leading Index เดือน ก.ค. คาด -0.4% MoM โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด จะส่งผลต่อยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ และค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ ORI ผลประกอบการ 2Q66: กำไรมาตามคาดโดยรวมกำไรพิเศษแล้วORI มีกำไรสุทธิใน 2Q66 ที่ 873 ลบ. ใกล้เคียงกับเราคาดไว้ที่ 872 ลบ.แต่สูงกว่า Bloomberg consensus คาดที่ 849 ลบ. ขณะที่ ธุรกิจหลักด้านอสังหา ฯ อ่อนตัวตามยอดโอน (transfer) ที่อยู่อาศัยล่าช้า
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BH - อุปสงค์คงค้างแน่น ปรับเพิ่มประมาณการกำไร BH มีแนวโน้มแข็งแกร่ง สนับสนุนจากอุปสงค์คงค้างจำนวนมากของผู้ป่วยต่างชาติ (โดยเฉพาะตะวันออกกลาง) และการปรับขึ้นราคา 6.6% BH ได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดให้บริการใหม่ ๆ และการจัดโปรโมชันของศูนย์โรคเฉพาะทาง 3 แห่ง
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ TFG แนวโน้มใน 2H66F ดูไม่น่าตื่นเต้นเนื่องจากราคาหมูในประเทศตกต่ำต่อเนื่องถึงใน 2H66F เราคาดว่ากำไรของ TFG จะยังถูกกดดันจาก GPM ที่อ่อนแอ (10.8% จาก 11.2% ใน 1H66)
Read more »
DAILY GOLD Futures : บล.เคจีไอฯ Spot Gold (Dollar/Troy Ounce) -4.2 1899.49Spot Gold แนวรับ 1890/1875 แนวต้าน 1900/1915 GOU23 แนวรับ 1905/1890 แนวต้าน 1915/1930 GF10Q23/GFQ23 แนวรับ 31,930/31,680 แนวต้าน 32,120/32,370
Read more »
