มองทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ถล่มช่วงถนนพระราม 2 กระทบระยะสั้น ราคาเหมาะสม 8.50 บาท / ราคาปิด 5.40 บาท
มองทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง ถล่มช่วง ถนนพระราม 2 กระทบระยะสั้น ราคาเหมาะสม 8.50 บาท / ราคาปิด 5.40 บาทรายงานกำไร 4Q67 ที่ 851 ลบ. -1%YoY และ -20%QoQ เนื่องจากไม่มีเงินปันผลรับเหมือนไตรมาสก่อนหน้าราว 242 ลบ.
ขณะที่รายได้จากทางด่วนหดตัว 1%QoQ แต่ทรงตัว YoY ที่ 2,253 ลบ. และรายได้จากระบบรางปรับตัวลง 1%QoQ แต่เติบโต 9%YoY สู่ 1,759 ลบ. เนื่องจากจำนวนการเดินทางด้วยระบบรางเพิ่มขึ้น 2%QoQ สู่ 445,600 เที่ยวต่อวันจากการเปิดตัวโครงการ One Bangkok และ Dusit Central Park ด้านอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.8% จาก 3Q67 สู่ 45.2% จากธุรกิจระบบรางมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการ ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่เพิ่มขึ้นจาก 7.1% สู่ 7.9% แต่หากพิจารณาเป็นตัวเงินเพิ่มขึ้น 22 ลบ. สู่ 343 ลบ. ทั้งนี้ รายงานกำไร 2567 ที่ 3.77 พันลบ. +8%YoYฝ่ายวิจัยได้สอบถามไปยัง BEM ถึงประเด็นทางด่วนดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกทรุดตัว ทำให้ต้องปิดทางขึ้น-ลง ทางพิเศษเฉลิมมหานครชั่วคราวจะส่งผลกระทบต่อจำนวนรถยนต์ที่ใช้ด่านดาวคะนองราว 3-4 หมื่นคันต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาซ่อมแซมสูงสุดไม่เกิน 1 เดือน อย่างไรก็ตามทั้ง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ผู้รับเหมาก่อสร้าง และBEM มีประกันคุ้มครองซึ่งจะสามารถเบิกค่าเสียรายได้ในอนาคตทำให้ เรามองเป็นผลกระทบในระยะสั้นต่อจำนวนรถยนต์ที่ทางพิเศษจากด่านดาวคะนองเราคาดว่ารายได้ปี 68 จะเติบโตสู่ 17,944 ลบ. +6%YoY โดยได้แรงหนุนจากรายได้ธุรกิจระบบรางที่คาดว่าจะเติบโต 8-10% สู่ 550,000 เที่ยวต่อวันจากการเติบโตของโครงการอสังหาฯ ที่พัฒนารอบเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทั้งโครงการ One Bangkok และ Dusit Central Park และคาดว่าปริมาณรถยนต์ใช้ทางพิเศษจะกลับมาเติบโต 2-3%YoY สู่ 415 ล้านเที่ยวต่อปีเนื่องจากการก่อสร้างทางด่วนพระราม3-ดาวคะนองและการก่อสร้างถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก-บางปะอินจะแล้วเสร็จในปี 68 ทำให้จำนวนรถยนต์ที่ใช้ทางพิเศษเพิ่มขึ้น สำหรับโครงการในอนาคต ทางด่วน 2 ชั้น วงเงิน 3.5 หมื่นลบ. อยู่ระหว่างส่งให้คณะกรรมการ PPP พิจารณาซึ่งเมื่อผ่านจากคณะกรรมการฯ แล้วจะส่งต่อให้ครม.อนุมัติต่อไปซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะ ทั้งนี้ เราคาดกำไรปี 68 จะอยู่ที่ราว 3.9 พันลบ. +3%YoY เราประเมินราคา BEM ด้วยวิธี DCF โดยใช้สมมติฐาน WACC ที่ 4.18% และได้ราคาเหมาะสมที่ 8.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งมี Upside ราว 52% เราจึงเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ”ii) การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก สายสีส้มตะวันตก สายสีม่วงใต้ล่าช้า
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี LPN รายงานขาดทุนสุทธิ 4Q24 ที่ -116 ลบ.มุมมอง negative ต่อขาดทุนสุทธิ 4Q24 ที่ -116 ลบ. ต่ำกว่าเราและตลาดคาด ทั้งนี้ถ้าพิจารณา core operation รายงานขาดทุนปกติ -71 ลบ. ส่วนที่กดดันให้ขาดทุนคือ i) ค่าใช้จ่ายพิเศษตั้งเผื่อการด้อยค่าสินค้ากลุ่ม low-rise
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.โกลเบล็ก OSPOSP ราคาเหมาะสม 17.20 บาท / ราคาปิด 14.70 บาท กำไร 4Q67 สูงกว่าคาด 7% เติบโต YoY และพลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี AMATA ยอดขายในเวียดนามจะดีขึ้นAMATAV (AMATA ถือหุ้น 73%) ตั้งเป้ายอดขายที่ดินเติบโต 30-40% yoy เป็น 100-110 เฮกตาร์ โดย Halong จะมีส่วนแบ่งยอดขายที่ดิน 60-70% แต่ Long Thanh จะมีมูลค่าขายมากกว่าคิดเป็น 50% ของมูลค่าการขายทั้งหมด หนุนจากราคาขายที่สูงกว่าเป็นสองเท่า
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี BH 1Q25F ควรเป็นไตรมาสต่ำสุดของปีมีมุมมอง Neutral ต่อข้อมูลจากการประชุมกับ BH เนื่องจาก 1) ประมาณการรายได้ปีนี้ของเรารวมผลการปรับราคาขึ้น 4% ไว้แล้ว 2) ระยะสั้นไม่มีปัจจัยบวกใหม่ และ 3) คาด 1Q25F ไม่เด่นจากเทศกาลรอมฎอนมีผลกระทบเต็มไตรมาส
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.กรุงศรี IVL มุ่งลดค่าใช้จ่าย ระยะยาวเจาะอินเดียคงคำแนะนำ Trading Buy ต่อ IVL ที่ TP25F=24.0 บาท/หุ้น คงมุมมองสามารถซื้อเก็งกำไรรับการฟื้นตัวของ PET spread ในช่วง 2Q25F (high season) และการฟื้นตัวของกำไรใน 1Q25F จาก stock loss ที่ลดลง
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ SAPPE การเติบโตยอดขายในตลาดหลัก ๆ ชะลอตัวSAPPE ได้ปรับเป้ายอดขายเติบโตต่ำลงเป็น 5% ในปี 2568F จากเดิม 15%-20% จากคาดตลาดส่งออกชะลอตัวลง โดยเฉพาะในตลาดทวีปยุโรป โดยการบริโภคที่ชะลอตัว การเจาะตลาดร้านค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่ทำได้ช้า และค่าเงินบาทแข็งค่า
Read more »
