เราปรับลดปริมาณรถใช้ทางด่วนเฉลี่ยลง 4% อยู่ที่ 1.13 ล้านเที่ยว/วัน (ต่ำกว่าเป้าทั้งปีของ BEM ที่ 1.17 ล้านเที่ยว/วัน) และปรับลดจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT เฉลี่ยต่อวันลง 6% เหลือ 4.25 แสนคน (ต่ำกว่าเป้าทั้งปีของ BEM ที่ 4.50 แสนคน/วัน) สำหรับปี 2567F
22 พ.ย. 2024 เวลา 14:13 น.เราปรับลดปริมาณรถใช้ทางด่วนเฉลี่ยลง 4% อยู่ที่ 1.13 ล้านเที่ยว/วัน และปรับลดจำนวนผู้โดยสาร รถไฟฟ้า MRT เฉลี่ยต่อวันลง 6% เหลือ 4.25 แสนคน สำหรับปี 2567F โดยที่รายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ยังคงเป็นไปตามแผน ดังนั้นรายได้รวมจึงอาจลดลง 4% จากประมาณการก่อนหน้าของเราที่ 1.
74 หมื่นล้านบาท ส่วนปีหน้า เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจทางพิเศษแทบจะคงที่ตามปริมาณรถใช้ทางด่วน แต่ทว่า รายได้จากธุรกิจระบบรางและการพัฒนาเชิงพาณิชย์น่าจะเติบโตต่อเนื่องในอัตราเลขสองหลัก นอกจากนี้ เราได้ปรับอัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนการเงินบ้างเล็กน้อย โดยรวมแล้วกำไรปี 2567F น่าจะอยู่ที่ 3.85 พันล้านบาท จากนั้นจะเติบโต 7.6% YoY อยู่ที่ 4.1 พันล้านบาทในปี 2568F กำไร 4Q67 และ 1Q68F น่าจะแผ่วลงจากการไม่มีเงินปันผลรับ แต่ธุรกิจหลักน่าจะยังแข็งแกร่ง โดยปกติ จำนวนผู้โดยสารต่อวันในเดือนต.ค.และพ.ย.จะหนาแน่นแต่เดือนธ.ค. อาจอ่อนตัวเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ในปีหน้าเราประมาณการจำนวนผู้โดยสารต่อวันและรายได้จากการขายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าเติบโตราว 10-12% YoY หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเกินกว่า 13% หรือ +2.5ppt ทางด้านธุรกิจการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในสถานีรถไฟฟ้า MRT น่าจะโตตามธุรกิจระบบรางตรงข้ามกับธุรกิจทางพิเศษที่น่าจะยังทรงตัวเราคาดว่าโครงการทางด่วนสองชั้นมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทที่รอคอยมานานจะได้ข้อสรุปใน 1Q68F ซึ่งน่าจะมาพร้อมกับการแก้ไขระยะเวลาสัมปทานและการแบ่งรายได้กับภาครัฐเพื่อรับแนวคิดของรัฐบาลในการลดราคาค่าผ่านทางเฉลี่ยเหลือ 50 บาทต่อเที่ยว อีกประเด็นหนึ่งคือ นโยบายค่าตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าที่ 20 บาทตลอดสายจากรัฐบาลในการซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าทั้งหมดกลับมาเป็นของรัฐแล้วสัญญาจะแปลงเป็นรูปแบบจ้างเอกชนดำเนินงาน จนถึงขณะนี้เรายังไม่เห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี เรามองว่า BEM ไม่น่าได้รับผลกระทบเพราะรัฐบาลยืนยันว่าจะคงสัมปทานตามเดิมไม่ว่าจะเป็นทางด่วนหรือรถไฟฟ้าสาย MRT และรัฐจะรับภาระส่วนต่างราคา นอกจากนี้การขอซื้อสัมปทานคืนกลับมาเป็นของรัฐอาจบ่งบอกว่า BEM จะได้รับเงินสดส่วนเกินก้อนใหญ่เพิ่มอีกด้วยเราคงคำแนะนำซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 11.20 บาท มาPower และอีก 1.40 บาทจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปัจจุบัน BEM เทรดที่ระดับ -1 S.D.ของ BEM ที่จะเกิดขึ้น ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทย
สัมปทาน บล.เคจีไอฯ รถไฟฟ้า MRT
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ BPP ขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้นวันที่ 12 พ.ย. คาดว่า BPP จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q67F น่าผิดหวังที่ 1.1 พันล้านบาท (-47% YoY แต่+14% QoQ) พร้อมกับกำไรหลักที่ 1.0 พันล้านบาท (-69% YoY และ -20% QoQ) (หักกำไรสุทธิจากตราสารอนุพันธ์ออก)
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ SUN - ผลประกอบการ 3Q67: กำไรดีกว่าคาดจาก GPM ที่แข็งแกร่งSUN รายงานกำไรสุทธิใน 3Q67 อยู่ที่ 140 ล้านบาท (+67% YoY และ +114% QoQ) ผลการดำเนินงานดีกว่าประมาณการของเรา 8% หลัก ๆ เกิดจาก GPM แข็งแกร่งและมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าคาด
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ TIDLOR คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นกำไรสุทธิใน 3Q67 อยู่ที่ 1.0 พันล้านบาท (-9% QoQ, -2% YoY), 9M67 อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท (+10%) ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิใน 3Q67 จะต่ำกว่าประมาณการของเรา 10% (สาเหตุหลักคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงเกินคาด)
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ BSRC โรงกลั่นจะฟื้นตัวจะการเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวเราคาดว่ากำไรสุทธิของ BSRC ใน 4Q67F จะดีดตัวขึ้น QoQ เนื่องจากคาดว่าค่าการกลั่นจะสูงขึ้น โดยเราคาดว่า market GRM ของ BSRC จะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 4Q67F
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ PTG การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกดดันแนวโน้มกำไรของ PTGกระทรวงแรงงานสรุปแผนเสนอผู้แทนภาครัฐสองตำแหน่งในคณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคีต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยหนึ่งในตำแหน่งนี้ก่อนหน้าเป็นตัวแทนจากผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
Read more »
วิเคราะห์หุ้นรายตัว : บล.เคจีไอฯ AMATA มองแนวโน้มปี 2568F สดใสยอดขายที่ดินรอการโอนกรรมสิทธิ์ (backlog) ของบริษัท ณ สิ้น 3Q67 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.94 หมื่นล้านบาท (ประเทศไทย: 1.76 หมื่นล้านบาท และเวียดนาม: 1.8 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% QoQ
Read more »
