รีวิว realme 15 Series 5G สมาร์ตโฟน 'ใช้ชีวิตให้เรียลทุกช็อต' กล้องถ่ายสนุก AI Party Mode พร้อมดีไซน์เบาบาง - Smart Review บทความใหม่ล่าสุด
มาตามนัด ! รีวิว realme 15 Series 5G สมาร์ตโฟนที่ให้เรา “ใช้ชีวิตให้เรียลทุกช็อต” มาด้วยกัน 2 รุ่น คือ realme 15 5G และ realme 15 Pro 5G ที่มีความสนุกในการถ่ายภาพด้วย AI Party Mode พร้อมด้วยความคมชัด 50MP ทั้งยังได้ดีไซน์ตัวเครื่องที่เบาและบางเฉียบ แต่ยังใช้งานได้เต็มวันด้วยแบตเตอรี่ Titan ที่ใหญ่ถึง 7000mAhหน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 6.
77 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับ Refresh Rate 144Hz, Touch Sampling Rate 240Hz, 3840Hz PWM Dimming, Contrast Ratio 5000000:1 สัดส่วนพื้นที่ต่อหน้าจอ 94%, 100% DCI-P3 ความสว่างสูงสุด 4500 นิต และแสดงผล 1.07 พันล้านสีกล้องหน้า 50MP รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ OV50Dรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4 และพอร์ต USB Type-Cหน้าจอแสดงผล HyperGlow 4D Curve+ Display แบบ OLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K+ รองรับ Refresh Rate 144Hz, Touch Sampling Rate 240Hz, 4608Hz PWM Dimming, Contrast Ratio 5000000:1 สัดส่วนพื้นที่ต่อหน้าจอ 94%, 100% DCI-P3 ความสว่างสูงสุด 6500 นิต และแสดงผล 1.07 พันล้านสีกล้องหน้า 50MP รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ OV50Dรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4 และพอร์ต USB Type-C เปิดออกมาจะเจอกับตัวกล่องที่ใส่อุปกรณ์เสริมมาให้ครบ ตั้งแต่เคสใสแบบขุ่น คู่มือการใช้งานเบื้องต้น และเข็มเปิดถาดซิม มาอีกชั้นจะเจอตัวเครื่อง realme 15 5G และ realme 15 Pro 5G ที่ทั้ง 2 รุ่นติดฟิล์มกันรอยไว้ให้เรียบร้อยครับพามาดูดีไซน์ของ realme 15 Series 5G กันครับ รอบนี้ใช้ดีไซน์ที่เน้นและชูโรงเรื่องความบางและเบามากๆ โดย realme 15 Pro 5G ที่เราได้มาเป็นสีเขียว Velvet Green โดยมีความบางเพียง 7.84 มม. พร้อมความเบาแค่ 187 กรัมเท่านั้น ความพิเศษของดีไซน์สี Velvet Green จะเป็นผิวสัมผัสแบบผ้าระดับพรีเมียมจากสตูดิโอออกแบบชั้นสูงของปารีส มีความเป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบมากๆ ผิวสัมผัสมีความนุ่มนวล รู้สึกถึงความลึกของกำมะหยี่ ให้ความเป็นแฟชันระดับสูงจริงๆ ในรอบนี้ สำหรับฝั่งของ realme 15 5G มีดีไซน์ต่างกันชัดเจนมาในสี Suit Titanium ที่มีความสวยงามพรีเมียม แฝงความคลาสสิกในตัวได้ ขณะที่ผิวสัมผัสที่ฝาหลังมีความลื่นในผิวด้านที่ให้การสัมผัสได้ถนัดมือมากขึ้น ความบางของ realme 15 5G บางกว่าอยู่ที่ 7.66 มม. เท่านั้น พร้อมด้วยน้ำหนักแค่ 185 กรัมเท่านั้นเอง และขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้านจะเป็นแบบแบนเรียบชัดเจน ต่างจากรุ่น Pro ที่มีขอบด้านข้างที่บางเพราะมีความโค้งทั้งฝาหลังและหน้าจอแสดงผลครับสำหรับ Pulse Light เป็นไฟสถานะที่เข้ามาใช้งานในคู่หูคู่นี้ครับ โดยเป็นการแจ้งเตือนในสถานการณ์ต่างๆ ที่เราสามารถปรับแต่งสีสันและการกะพริบได้ด้วยตามความชอบ ซึ่งไฟ Pulse Light จะแสดงขึ้นมาเมื่อมีการแจ้งเตือน, สายเรียกเข้า, สัญญาณเตือน, จังหวะเพลง, การแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำและการชาร์จ, การแจ้งเตือนนับถอยหลังด้วยภาพถ่าย, การเปิดใช้งานโหมด GT, Gemini หรือจะเปิดตลอดเวลาก็ได้เช่นกันครับrealme 15 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นให้ความทนทานตัวเครื่องในมาตรฐาน IP68/69 ซึ่งป้องกันได้ทั้งฝุ่นและน้ำแบบจัดเต็ม โดยมาตรฐานระดับนี้ทำให้เครื่องทนการอยู่ใต้น้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร นานถึง 30 นาทีครับพลิกมาดูด้านหน้าจอกันหน่อย realme 15 Pro 5G จะได้เป็นหน้าจอโค้ง HyperGlow 4D Curve+ Display พาเนลแบบ OLED ขนาด 6.8 นิ้ว ได้ความคมชัดถึง 1.5K+ ทำใหใช้งานได้ชัดเจน แสดงผลสีได้มากถึง 1.07 พันล้านสี พร้อม Contrast Ratio 5000000:1, 100% DCI-P3 และด้วยความที่เป็นหน้าจอโค้งก็ทำให้มีพื้นที่การแสดงผลต่อสัดส่วนหน้าจอมากถึง 94% เลยทีเดียว รวมถึงยังใช้งานได้นานแบบไม่เมื่อยล้าหน้าจอเพราะมีความถี่สูง 4608Hz PWM Dimming ความไหลลื่นของหน้าจอก็จัดมาให้ลื่นๆ ที่ Refresh Rate 144Hz รองรับ Touch Sampling Rate 240Hz ทำให้เกมเมอร์ได้เล่นเกมแบบจุใจ ตอบสนองได้ไวแน่นอนครับ ทั้งยังเล่นใบที่กลางแจ้งได้สบายๆ เพราะรองรับความสว่างสูงสุด 6500 นิต และในรุ่น Pro ก็ยังมีการครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass ที่แข็งแกร่งกว่าหน้าจอแสดงผลแบบปกติ ทนทานต่อรอบขีดข่วนได้ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับหน้าจอแบบธรรมดา สำหรับ realme 15 5G ได้หน้าจอแบบแบนเรียบ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ถนัดการใช้งานหน้าจอโค้ง โดยรุ่นนี้ก็ให้หน้าจอพาเนล OLED มาให้ มีขนาดใหญ่ 6.77 นิ้ว ใช้งานได้เต็มตาเช่นกัน มีความคมัชด Full HD+ โดยยังแสดงผลสีได้เหมือนกับ realme 15 Pro 5G ทั้งหมดเลยด้วยด้านบนจะได้ไมโครโฟนในการตัดเสียงรบกวน รวมถึงเซ็นเซอร์อินฟราเรด ชิปเซ็ตระดับ Mid-Range ทรงพลัง ใช้งานได้ไหลลื่น realme 15 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมหน่วยประมวลผลตัวกลางของทั้ง Qualcomm และ MediaTek เลย โดยมาดูกันที่ realme 15 5G กันก่อนครับ รุ่นนี้ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300+ 5G แบบ Octa-core ความเร็ว 2.5GHz ซึ่งมาในขนาดเล็กแค่ 4nm ทำให้มีการประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าชิปตัวกลางรุ่นอื่นๆ ทำใหใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมก็ทำได้ลื่นๆ ไม่มีสะดุดจริงๆ ครับ ส่วนฝั่งของ realme 15 Pro 5G ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 ความเร็ว Clock สูงสุด 2.8GHz ซึ่งนี่เป็นชิปขนาด 4nm รุ่นใหม่ของ Qualcomm ได้คะแนน AnTuTu มากกว่า 1 ล้านแต้ม เล่นเกมปรับสุดได้จัดเต็ม ใช้งานทั่วไปก็สบายๆ หายห่วงเลยครับผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 10.5.2 ได้มาที่ 746,046 คะแนนผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 10.5.2 ได้มาที่ 1,086,831 คะแนนพามาดูการทดสอบการเล่นเกมกันหน่อย ในเกม ROV ทั้ง realme 15 5G และ realme 15 Pro 5G สามารถเปิดภาพกราฟิกและเฟรมเรทสูงสุดทั้งหมดตามเครื่องของตัวเอง ซึ่งรุ่น Pro มีความพิเศษตรงที่สามารถเปิดเฟรมเรท 120fps ได้ด้วยครับ แต่ทั้ง 2 รุ่นก็เล่นได้ลื่นๆ เฟรมเรทวิ่งเต็มที่ ไหลลื่น และไม่เหวี่ยงเลยrealme 15 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นจัดแบตเตอรี่ Titan มาให้ใช้งานกันด้วยความจุสูงถึง 7000mAh ซึ่งแม้ว่าตัวเลขนี้จะสูงมาก แต่ก็เป็น 2 รุ่นที่บางที่สุดในกลุ่มราคาเดียวกันด้วยครับ ทั้งนี้ ความจุ 7000mAh ยังช่วยให้ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน หรือถ้าเล่นเกมหนักๆ ก็อยู่ได้ 6 – 7 ชั่วโมง หรือจะดูวิดีโอก็ได้มากกว่า 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนความเร็วในการชาร์จก็เท่ากันที่ 80W Ultra Charge ที่ชาร์จจาก 0% – 50% ในเวลาเพียง 25 นาที และเต็ม 100% ในเวลารวมแค่ 61 นาทีเท่านั้น !! นอกจากนี้ แม้ว่าจะได้สเปคแบตเตอรี่ขนาดนี้ ก็ยังมาพร้อมแบตฯ ที่ทนทานมากๆ เพราะรองรับการมีสุขภาพแบตฯ เหลืออย่างน้อย 80% ในการชาร์จ 1,600 ไซเคิลครับ อย่างที่บอกไปว่ารุ่นนี้ก็เน้นการเล่นเกมเหมือนกัน ก็ยังมาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบบ Bypass ที่ให้ชาร์จไปเล่นเกมไปได้ โดยเครื่องไม่ร้อน และแบตฯ ไม่ลดด้วย เพราะจะเป็นการจ่ายไฟไปยังเมนบอร์ดของเครื่องโดยตรงไม่ผ่านแบตเตอรี่ครับกล้องหลัก 50MP ถ่ายคมชัด เก็บแสงยอดเยี่ยม ถ่ายย้อนแสงได้ ! ในเลนส์หลักของทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมความละเอียด 50MP เหมือนกัน ซึ่งจะแตกต่างกันที่เซ็นเซอร์ที่ใช้งาน การถ่ายภาพก็ให้ความสวยงามทั้ง 2 รุ่น แต่ก็อาจจะมีโทนสีและเฉดการประมวลผลของ AI ที่ต่างกันอยู่ ซึ่งในรุ่น realme 15 5G ที่ใช้ IMX882 จะให้ภาพรวมที่สว่างกว่าและความสดใสที่มากกว่า แต่ realme 15 Pro 5G ที่ใช้ IMX896 จะได้ความ Contrast ที่สูงขึ้นมา เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า และภาพรวมจะดูสมจริงกว่าครับ ซึ่งเราก็ขอเทียบให้ชมกันตามภาพด้านล่างนี้เลย !ในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ทำได้เก่งขึ้นทั้งคู่ มีระยะ 1x และ 2x ให้ใช้งานเหมือนกันเลย การตัดขอบทำได้เนียนมากขึ้นกว่าเดิม ปรับความสวยความบิวตี้ของใบหน้าทำได้ธรรมชาติอีกด้วย โดยที่การละลายฉากหลัง realme 15 Pro 5G จะดูละลายมากกว่าแม้เป็นค่ารูรับแสงเท่ากันครับ แต่ถ้าดู realme 15 5G ก็จะได้ความละลายพอกัน แต่ก็จะมีการละลายและเห็นฉากหลังมากกว่าครับ รอบนี้ realme 15 Series 5G ไม่ได้ให้มาแค่โหลด Portrait ทั่วไปเท่านั้น แต่ก็ยังมี AI Party Mode ที่เข้าให้ถ่ายภาพได้สนุกมากขึ้นกว่าเดิม มีการปรับโทนสีผิวให้เหมาะสมในสภาพแสงน้อยให้ดีกว่าเดิม ดูนุ่มนวลมากขึ้น และปรับโทนสีให้เหมือนเราอยู่ในงานปาร์ตี้จริงๆ ที่สำคัญก็ยังมาพร้อมกับเอฟเฟ็กต์ Glowing Light Effect ที่เพิ่มแสงโบเก้ให้แตกต่างจากปกติถึง 2 แบบ ได้แก่ Starburst Effect จะเป็นเอฟเฟ็กต์แสงดาว และ Heart Effect ที่เป็นเอฟเฟ็กต์หัวใจ นอกจากจะมีโหมดถ่ายภาพ AI Party Mode แล้ว ก็ยังให้ภาพถ่ายดูสนุกไปให้สุดด้วยลายน้ำพิเศษ Party Watermarks ที่เป็นกรอบลายน้ำช่วงเวลาแห่งการปาร์ตี้ที่ได้กรอบสีสันสดใสที่ปรับแต่งได้หลากหลายเลยทีเดียวครับบอกเลยว่านี่คือไม้ตายของการแก้ไขภาพที่อยู่ใน realme 15 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นเท่านั้น คือ AI Edit Genie ที่ปกติเราต้องกดบนหน้าจอเพื่อเลือกว่าจะแก้ไขอะไรในภาพบ้าง แต่ใน AI Edit Genie ให้เราได้พูดเพื่อสั่งให้ AI แก้ไขได้ตามคำพูดเลยครับ ซึ่งจุดนี้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ให้เราได้สร้างสรรค์และแก้ไขภาพได้แบบเหนือๆ จริงๆ หากเราต้องการเปลี่ยนเสื้อหรือเพิ่มวัตถุอะไรในภาพก็สามารถพูดออกไปได้เลย เช่น “เพิ่มหมวกบนหัวของคนนี้” หรือ “เปลี่ยนเสื้อเป็นสีชมพูและเพิ่มรถยนต์เข้าไปให้หน่อย” เป็นต้น และไม่ใช่แค่การพูดคำสั่งเสียงเพื่อให้ AI ปรับแต่งภาพให้เท่านั้น แต่ยังมีปุ่มกดให้อัลกอริทึม AI วิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อแก้ไขแสง ความคมชัด ความสว่าง และสีสันหรือโทนสีภายในภาพได้ในคลิกเดียวเลยครับใครที่ชอบถ่ายภาพมุมกว้าง Ultra Wide-Angle ใน realme 15 Pro 5G ให้ความคมชัดมาสูงถึง 50MP เลยทีเดียว ให้ภาพแบบเดียวกับเลนส์หลักเลย แต่จะเก็บองค์ประกอบในภาพนี้ได้ครบและกว้างมากๆ อยู่ที่ 115.6 องศา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ขอบภาพมีการบิดเบี้ยวจนเกินไปครับ ขณะที่ realme 15 5G ก็ให้มาที่ 8MP ยังถ่ายได้สวยงามเหมือนกันครับสรุปการใช้งาน realme 15 Series 5G realme 15 Series 5G ทั้ง realme 15 5G และ realme 15 Pro 5G เป็นรุ่นที่ใช้งานได้สนุกสมกับการเป็น “AI Party Phone” จริงๆ โดยเฉพาะฟีเจอร์กล้องหลังที่มี AI Party Mode ที่เพิ่ม Glowing Light Effect เสริมวความสนุกในการถ่ายภาพให้ดูสนุกมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยังมีฟีเจอร์ AI Edit Genie ที่ให้เราได้พูดเพื่อแก้ไขภาพหรือเปลี่ยนแปลงภาพตามที่ต้องการได้ง่ายๆ เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเลยทีเดียว ส่วนอื่นๆ ยังได้ชิปประมวลผลที่ใช้งานได้ไหลลื่น คุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ ทั้งชิป Dimensity7300+ 5G ใน realme 15 5G และ Snapdragon 7 Gen 4 ใน realme 15 Pro 5G รวมถึงยังได้กล้อง 50MP ในทุกเลนส์ และ 50MP Dual Lens ได้แบตเตอรี่ Titan ขนาดใหญ่ 7000mAh ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge และหน้าจอแสดงผลแบบไหลลื่นสุดถึง 144Hzrealme 15 5G มีให้เลือก 2 สี คือ Suit Titanium และ Suit Pink โดยมีราคาอยู่ที่ 12,999 บาทชัดขึ้น ! หลุดเครื่องจริง realme GT 8 Pro พร้อมสเปคหลักๆ แบบครบถ้วน7 หัวชาร์จ Anker น่าใช้ ปี 2025 พกอันเดียวจบ ครบทุกอุปกรณ์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
MUI Robotics บริษัท Deep Tech ไทย พัฒนา AI Nose & AI Tongue เลียนแบบประสาทสัมผัส มุ่งสู่ตลาดโลกMUI Robotics บริษัท Deep Tech สัญชาติไทยจากรั้วมหิดล พัฒนา Sensory AI หรือ 'AI Nose & AI Tongue' ปัญญาประดิษฐ์ที่เลียนแบบประสาทสัมผัสของมนุษย์ มุ่งระดมทุน Series A ขยายตลาดโลกและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
Read more »
แกะกล่องพรีวิว realme 15 Pro Game of Thrones Limited Edition กำเนิดตำนานรุ่นพิเศษเป็นครั้งแรกของโลก !แกะกล่องพรีวิว realme 15 Pro Game of Thrones Limited Edition กำเนิดตำนานรุ่นพิเศษเป็นครั้งแรกของโลก ! - Android News บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
realme เปิดตัว realme 15 Pro Game of Thrones Limited Edition: ปลดล็อกพลังคนรุ่นใหม่realme เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน “realme 15 Pro Game of Thrones Limited Edition” ที่ร่วมมือกับ Warner Bros. Discovery Global Consumer Products ในราคา 19,999 บาท พร้อมเทคโนโลยี Dragonfire Color-changing Design และดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Game of Thrones
Read more »
realme x RICOH GR เผยความร่วมมือใหม่ เตรียมยกระดับกล้อง realme GT 8 Pro เปิดตัวจริง 14 ต.ค.นี้!realme x RICOH GR เผยความร่วมมือใหม่ เตรียมยกระดับกล้อง realme GT 8 Pro เปิดตัวจริง 14 ต.ค.นี้! - Android News บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
เดือด! realme GT 8 Pro เวอร์ชั่น Global อาจเปิดตัวเร็วขึ้นกว่าที่คาด เพื่อตัดหน้า OnePlus 15!?เดือด! realme GT 8 Pro เวอร์ชั่น Global อาจเปิดตัวเร็วขึ้นกว่าที่คาด เพื่อตัดหน้า OnePlus 15!? - Android News บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
OPPO Reno14 Series 5G จับมือ NOW FEST 2025 เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ ชวนคนชิคสร้างไวป์สุดปัง เตรียมชาร์จความสนุกเต็มสปีด 11-12 ตุลาคมนี้!OPPO Reno14 Series 5G จับมือ NOW FEST 2025 เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ ชวนคนชิคสร้างไวป์สุดปัง เตรียมชาร์จความสนุกเต็มสปีด 11-12 ตุลาคมนี้! - ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
