Gentrification การแปลงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนชนชั้น เป็นคำที่ถูกแปลโดยราชบัณฑิตยสภา แต่เชื่อว่าอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก มีหลายคนพยายามแปลให้เข้าใจง่าย แต่ที่น่าจะใกล้เคียงที่สุดก็คือ “การทำให้เมืองเป็นย่านผู้ดี” ที่แปลโดยบุญเลิศ วิเศษปรีชา
สำหรับประเทศไทยเองก็หนีไม่พ้นการเกิดขึ้นของ Gentrification ตั้งแต่ในอดีตย่านบางลำพูและถนนข้าวสาร เรื่อยมาในย่านพระราม 9 จนปัจจุบันตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแม้แต่ในย่านที่ผ่านปรากฏการณ์ดังกล่าวมาแล้วอย่างจากตัวอย่างที่กล่าวมา ทำให้เห็นว่า Gentrification ทำให้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นย่านเดิมถูกทำลายหรือลบเลือน ขณะที่ ผู้อยู่อาศัย เดิมที่มีรายได้ต่ำ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากค่าที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมไปถึงสวัสดิภาพจากความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่มุ่งคุ้มครอง ผู้อยู่อาศัย ใหม่ที่เป็นชนชั้นสูงและเลือกปฏิบัติต่อ ผู้อยู่อาศัย เดิม ส่งผลให้เกิดการเบียดขับ ผู้อยู่อาศัย เดิมออกไปยังพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่ส่งแต่ผลลบอย่างเดียว Gentrification ได้ทำให้บริเวณนั้นเกิดการพัฒนา เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เมืองหรือย่านนั้นเกิดการยกระดับในมิติต่าง ๆ เช่น การศึกษา ความสะอาด ความปลอดภัย ฯลฯ ขณะที่ครอบครัวเกิดใหม่มีตัวเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังทำให้ท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้จากการเก็บภาษีที่สูงขึ้นตามมูลค่าทรัพย์สิน การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ สอดคล้องกับผลการวิจัยหลายชึ้น เช่น รายงานของธนาคารกลางแห่งฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาพบว่า Gentrification แทบไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจย้ายออกจากพื้นที่ของ ผู้อยู่อาศัย เดิม และจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างประชากรราว 170,000 คน พบว่าส่วนใหญ่ที่ย้ายออกไปก็มีคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้เสนอ แนวทางสำหรับท้องถิ่นในกระบวนการ Gentrification อย่างยั่งยืน 4 ข้อ ไว้อย่างน่าสนใจว่าให้เห็นว่า พื้นที่ใดของตนเองที่ถูก Gentrification ไปแล้ว หรือมีแนวโน้มที่จะถูก Gentrification ในอนาคตบ้าง รวมถึงระบุให้ได้ว่าประชากรกลุ่มใดในย่านเหล่านั้นที่มีแนวโน้มจะถูกเบียดขับออกไปหลังการ Gentrification .
สำหรับประเทศไทยเองก็หนีไม่พ้นการเกิดขึ้นของ Gentrification ตั้งแต่ในอดีตย่านบางลำพูและถนนข้าวสาร เรื่อยมาในย่านพระราม 9 จนปัจจุบันตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแม้แต่ในย่านที่ผ่านปรากฏการณ์ดังกล่าวมาแล้วอย่างจากตัวอย่างที่กล่าวมา ทำให้เห็นว่า Gentrification ทำให้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นย่านเดิมถูกทำลายหรือลบเลือน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยเดิมที่มีรายได้ต่ำ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากค่าที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมไปถึงสวัสดิภาพจากความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่มุ่งคุ้มครองผู้อยู่อาศัยใหม่ที่เป็นชนชั้นสูงและเลือกปฏิบัติต่อผู้อยู่อาศัยเดิม ส่งผลให้เกิดการเบียดขับผู้อยู่อาศัยเดิมออกไปยังพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่ส่งแต่ผลลบอย่างเดียว Gentrification ได้ทำให้บริเวณนั้นเกิดการพัฒนา เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เมืองหรือย่านนั้นเกิดการยกระดับในมิติต่าง ๆ เช่น การศึกษา ความสะอาด ความปลอดภัย ฯลฯ ขณะที่ครอบครัวเกิดใหม่มีตัวเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังทำให้ท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้จากการเก็บภาษีที่สูงขึ้นตามมูลค่าทรัพย์สิน การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ สอดคล้องกับผลการวิจัยหลายชึ้น เช่น รายงานของธนาคารกลางแห่งฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาพบว่า Gentrification แทบไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจย้ายออกจากพื้นที่ของผู้อยู่อาศัยเดิม และจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างประชากรราว 170,000 คน พบว่าส่วนใหญ่ที่ย้ายออกไปก็มีคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้เสนอ แนวทางสำหรับท้องถิ่นในกระบวนการ Gentrification อย่างยั่งยืน 4 ข้อ ไว้อย่างน่าสนใจว่าให้เห็นว่า พื้นที่ใดของตนเองที่ถูก Gentrification ไปแล้ว หรือมีแนวโน้มที่จะถูก Gentrification ในอนาคตบ้าง รวมถึงระบุให้ได้ว่าประชากรกลุ่มใดในย่านเหล่านั้นที่มีแนวโน้มจะถูกเบียดขับออกไปหลังการ Gentrification
ผังเมือง มหานคร คอลัมนิสต์ ผู้อยู่อาศัย Economicwealth มองเมืองต่างมุม Gentrification ย่านผู้ดี การแปลงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนชนชั้น ย่านเสื่อมโทรม
