นายอนุทิน ชาญวีรกูล เผยชื่อ นายเอกนิติ และนางศุภจี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย พร้อมชื่นชมศักยภาพในการทำงาน และเน้นย้ำถึงการให้ความอิสระในการบริหารงานแก่ทีมงาน
ส่วนนาง ศุภจี นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้ทาบทาม แต่บังคับให้มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการหาแคนดิเดตให้ครบถ้วน 3 คน เนื่องจากแต่ก่อนพรรค ภูมิใจไทย ยังเป็นพรรคเล็ก จึงมีตนเป็น แคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ตอนนี้พรรคน่าจะดีขึ้น และใหญ่ขึ้น เราก็น่าจะมีคนช่วยทำงาน นายอนุทินย้ำ ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่า นาย เอกนิติ และนาง ศุภจี จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ภูมิใจไทย ไทยก็ได้ ซึ่งทั้งสองคนตนมองว่า เป็นคนทำงาน และตอนที่เชิญมาร่วมงาน ทั้งสองคนก็อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เวลาก็มีน้อย จากที่รัฐมนตรีหลายคนที่เข้ามาทำงาน ทั้งคนนอกและคนใน ต้องบอกว่า เก๋าเกม เมื่อเข้ามาก็สามารถทำงานได้เลย เป็นนักบริหารมืออาชีพ และเมื่อได้รับการมอบหมายงานก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทุกวันนี้แทบไม่ได้เจอหน้ารัฐมนตรีหลายคน มีเพียงแค่การยกหูโทรศัพท์หากันเท่านั้น หากมีปัญหาอะไร แม้อยู่ที่ไหนของมุมโลก ก็สามารถติดต่อหากันได้เมื่อถามว่า สามารถพูดได้หรือไม่ว่า ขณะนี้พรรค ภูมิใจไทย ไทยมี แคนดิเดตนายกฯ พลัส นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าว เราได้คนที่เก่งๆ คนที่ดีมาทำงานให้บ้านเมือง เราก็สบาย ประเทศก็ดี ประชาชนก็ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ได้คนที่เข้าใจคนที่มีประสบการณ์มากเข้ามาทำงาน แล้วเราจะไปมัวหวงอำนาจทำไมมากมาย ไม่ได้หรอกนายอนุทิน กล่าวอีกด้วยว่า ตนเห็นจากการทำงานและความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ได้ทำออกมารวมถึงความคิด ความอ่าน และความรวดเร็วในการทำงาน ต่างคนต่างรักษาคำพูด หากส่งงานออกมาได้ดี ตนจะไม่แทรกแซง และให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งสนับสนุน และผลักดัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำออกมาเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ได้หมายถึงแค่ 2 คนนี้ แต่หมายถึงรัฐมนตรีคนอื่นในรัฐบาลนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา.
ส่วนนางศุภจีนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้ทาบทาม แต่บังคับให้มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการหาแคนดิเดตให้ครบถ้วน 3 คน เนื่องจากแต่ก่อนพรรคภูมิใจไทยยังเป็นพรรคเล็ก จึงมีตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว แต่ตอนนี้พรรคน่าจะดีขึ้น และใหญ่ขึ้น เราก็น่าจะมีคนช่วยทำงาน นายอนุทินย้ำ ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่า นายเอกนิติและนางศุภจี จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยไทยก็ได้ ซึ่งทั้งสองคนตนมองว่า เป็นคนทำงาน และตอนที่เชิญมาร่วมงาน ทั้งสองคนก็อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เวลาก็มีน้อย จากที่รัฐมนตรีหลายคนที่เข้ามาทำงาน ทั้งคนนอกและคนใน ต้องบอกว่า เก๋าเกม เมื่อเข้ามาก็สามารถทำงานได้เลย เป็นนักบริหารมืออาชีพ และเมื่อได้รับการมอบหมายงานก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทุกวันนี้แทบไม่ได้เจอหน้ารัฐมนตรีหลายคน มีเพียงแค่การยกหูโทรศัพท์หากันเท่านั้น หากมีปัญหาอะไร แม้อยู่ที่ไหนของมุมโลก ก็สามารถติดต่อหากันได้เมื่อถามว่า สามารถพูดได้หรือไม่ว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยไทยมีแคนดิเดตนายกฯ พลัส นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าว เราได้คนที่เก่งๆ คนที่ดีมาทำงานให้บ้านเมือง เราก็สบาย ประเทศก็ดี ประชาชนก็ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ได้คนที่เข้าใจคนที่มีประสบการณ์มากเข้ามาทำงาน แล้วเราจะไปมัวหวงอำนาจทำไมมากมาย ไม่ได้หรอกนายอนุทิน กล่าวอีกด้วยว่า ตนเห็นจากการทำงานและความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ได้ทำออกมารวมถึงความคิด ความอ่าน และความรวดเร็วในการทำงาน ต่างคนต่างรักษาคำพูด หากส่งงานออกมาได้ดี ตนจะไม่แทรกแซง และให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งสนับสนุน และผลักดัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำออกมาเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ได้หมายถึงแค่ 2 คนนี้ แต่หมายถึงรัฐมนตรีคนอื่นในรัฐบาลนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา
ภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เอกนิติ ศุภจี
