บทบรรณาธิการวิเคราะห์ประเด็นการปฏิรูปกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวจากการจำกัดเวลาขาย และเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกฎหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงของการเกิดนักดื่มหน้าใหม่ และความจำเป็นในการกำหนดนิยามที่ชัดเจนในกฎหมายเพื่อป้องกันการตีความที่แตกต่างกัน
เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติเอง หากนั่งรับประทานอาหาร จิบไวน์ คุยธุรกิจกันไป บ่าย 2 บุ๊ปถูกสั่งให้หยุดดื่ม หยุดซื้อ อารมณ์ก็อาจจะค้างๆ คาๆ ได้ เพราะเขาเองไม่เข้าใจในข้อกฎหมายของไทย เมื่อปลดล็อกให้ขายได้อย่างถูกต้อง โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่ไม่ได้ดื่มกันแบบเอาเป็นเอาตาย ก็น่าจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ สิ่งเดียวที่ยังคงต้องเฝ้าระวังคือ การเกิด นักดื่มหน้าใหม่ ซึ่งความพยายามในการปกปิด กีดกั้น จำกัดการเข้าถึง อาจจะเป็นวิถีหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลอดระยะเวลาที่มีการปิดกั้น ห้ามโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การกำหนดโซนนิ่ง ตัวเลข นักดื่มหน้าใหม่ ก็ไม่ได้ลดลงในทางกลับกันกลุ่มนักดื่มที่มีอายุระหว่าง 17-20 ปี ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องของการปฏิรูป กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก๊อกสอง ก๊อกสาม ยังมีการบ้านที่บอร์ดควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะความชัดเจนในข้อกฎหมาย การกำหนดนิยามของการสื่อสารการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ เพราะทั้ง 3 เรื่องล้วนมีความเกี่ยวเนื่อง และมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ หากเส้นแบ่งทางกฎหมายยังไม่ชัดเจน หากไม่มีระเบียบที่ชัดเจน อาจนำไปสู่การตีความของเจ้าหน้าที่ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และสร้างความหวาดกลัวต่อผู้ผลิตรายย่อย ที่สุดแล้วการปฏิรูป กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปรียบเสมือนการสร้างสะพานเชื่อม เศรษฐกิจ กับสังคม สัญญาณไฟจราจรเปิดแล้ว แต่หากป้ายบอกทางยังคลุมเครือ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวก็ไม่อาจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ บทบรรณาธิการ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐาน เศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,150 วันที่ 20 - 22 พฤศจิกายน พ.
ศ. 2568
กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การท่องเที่ยว การขายสุรา ข้อจำกัดเวลา นักดื่มหน้าใหม่
