ปิดคดี “ทุจริตเงินทอนวัด” ฝากขังยาว “นพรัตน์” อดีตผอ.พศ.

คดีทุจริตเงินทอนวัด News

ปิดคดี “ทุจริตเงินทอนวัด” ฝากขังยาว “นพรัตน์” อดีตผอ.พศ.
ปิดฉากคดีทุจริตเงินทอนวัดนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ส่งตัวอดีตผอ.พศ.ผู้ร้ายข้ามแดน
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 329 sec. here
  • 17 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 170%
  • Publisher: 51%

ในวัย 72 ปี ตัว “นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์” อดีต ผอ.สำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ผู้ต้องหา “คดีทุจริตเงินทอนวัด” ถูกส่ง ตัว “ผู้ร้ายข้ามแดน” จากเท็กซัสตะวันออก สหรัฐฯ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ เบียดบังทรัพย์วัดพนัญเชิงวรวิหาร และวัดในจังหวัดชายแดนใต้ 65 แห่งโดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 29 ก.ย.

ในวัย 72 ปี ตัว “ นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ” อดีต ผอ.สำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหา “ คดีทุจริตเงินทอนวัด ” ถูกส่ง ตัว “ผู้ร้ายข้ามแดน” จากเท็กซัสตะวันออก สหรัฐฯ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังป.ป.

ช.ชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ เบียดบังทรัพย์วัดพนัญเชิงวรวิหาร และวัดในจังหวัดชายแดนใต้ 65 แห่ง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อัยการและป.ป.ช.ภาค 7 ได้นำตัว นายนพรัตน์ส่งศาลฯเพื่อฝากขัง และคัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว ทั้ง 2 คดีต่อศาลอาญาทุจริตทั้ง 2 คดี นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า ผู้ต้องหา ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายศาล 2 คดี คือ ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151 และ 157 ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.72/2566 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 162/2568 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ในส่วนของการกระทำความผิดตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ จ.24/2566 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2566 เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดีหมายเลขดำที่ อท 110 /2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท 76/2567 และคดีหมายเลขดำที่ อท 133/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท 125/2567 ของศาลนี้ โดยศาลมีคำพิพากษาในทั้งสองคดีดังกล่าวแล้ว แต่มีรายละเอียดและเอกสารพยานหลักฐานจำนวนมาก ต้องใช้เวลาตรวจสอบและเรียบเรียงฟ้องให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงว่า ความผิดฐานใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาขาดอายุความหรือไม่ เป็นรายกรรมไป หากมีความผิดฐานใดที่ขาดอายุความหรือมีข้อเท็จจริงใดเปลี่ยน แปลงไปจากเดิม ก็จะต้องเสนอสำนวนตามลำดับชั้นถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอีกครั้งก่อนยื่นฟ้องคดี โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ถูกกล่าวหา กำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย-10 ต.ค. 2568 แต่เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและจำนวนเงินที่ผู้ถูกกล่าวหากับพวกร่วมกันเบียดบังเงินของรัฐไปเป็นของตนจำนวนมาก และมีพฤติการณ์หลบหนี จึงได้คัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราว ไว้แล้วทั้งสองคดี หากพลิกแฟ้มคดีทุจริตเงินทอนวัด พบว่า เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 เนื่องจากมีวัดแห่งหนึ่งร้องเรียนมายัง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประ พฤติมิชอบ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากพบความผิดปกติของการจัดสรรเงินงบ ประมาณเพื่ออุดหนุนในการสร้างโบสถ์จำนวน 10 ล้านบาท แต่วัดกลับได้รับเงินจากสำนักงานพระพุทธศาสนา จริงเพียง 1 ล้านบาท นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่า ขบวนการทุจริตเงินทอนวัดเกิดขึ้นก่อนปี 2558 โดยพฤติการณ์แห่งคดี คือ มีเจ้าหน้าที่สำนักงาน พศ.เข้าไปติดต่อเจ้าอาวาสวัด ในแต่ละจังหวัดเพื่อเสนอเงินอุดหนุนให้แก่วัด โดยมีเงื่อนไขว่าทางเจ้าอาวาสวัดจะต้อง เขียนโครงการเข้ามาเพื่อเสนอของบประมาณกับสำนักงานพศ.พิจารณาอนุมัติ โดยผู้ที่ร่วมกระทำความผิดได้ใช้หลายวิธีการเพื่อเบียดบัง นำทรัพย์สินและงบประมาณที่ต้องใช้ ผ่านรูปแบบเงินอุดหนุนที่พ.ศ.ให้การสนับสนุนพัฒนา เพื่อวัดทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ใช้ในการบูรณซ่อมแซม ปฏิสังขรณ์วัด และใช้ในกิจกรรมเผยแพร่ศาสนา รวมทั้งการศึกษาพระปริยัติธรรมจำนวน 65 แห่ง รวมถึงวัดวัดพนัญเชิงวรวิหาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินย้อนหลังของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และส่งสำนวนให้ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด“นพรัตน์” อดีตผอ.พ.ศ. พบว่า มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี 2563 โดย “สุภา ปิยะจิตติ” กรรมการป.ป.ช. ในขณะนั้น เป็นประธานการไต่สวน ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ “นพรัตน์” ดำรงตำแหน่งผ.อ.พ.ศ ระหว่าง วันที่ 1 ต.ค.2553 - 30 ก.ย. 2557 พบเงินฝากและทรัพย์สินต่าง ๆ ของเขา นางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ และบุคคลใกล้ชิด คือ นางธาริณี ดิตถ์วัชรไพศาล บุตรหลาน และบุคคลอื่นโดยคณะกรรมการไต่สวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้ง 8 คน ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว แต่ไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ จำนวน 8 รายการประกอบด้วย ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ จำนวน 98,659,925.59 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 13 บัญชี เป็นเงิน 71,974,350.59 บาท, เงินลงทุน จำนวน 4 รายการ เป็นเงิน 12,580,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 12 กรมธรรม์ มูลค่า 14,105,575 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ จำนวน 196,039,741.59 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 22 บัญชี เป็นเงิน 122,921,190.40 บาท, เงินลงทุน จำนวน 3 รายการ เป็นเงิน 6,815,695.39 บาท, ที่ดินในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 1 แปลง มูลค่า 760,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,809,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 10 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 61,733,855.80 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางธาริณี ดิตถ์วัชรไพศาล จำนวน 131,437,217.45 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 56 บัญชี เป็นเงิน 105,151,313.88 บาท, เงินลงทุน จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 25,235,903.57 บาท และยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,050,000 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายธนรัตน์ ดิตถ์วัชรไพศาล จำนวน 26,726,284.56 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 10 บัญชี เป็นเงิน 20,843,037.56 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ มูลค่า 1,800,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,014,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 4 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 3,069,247 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวพิมพ์ภัสสร ดิตถ์วัชรไพศาล จำนวน 68,307,397.14 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 31 บัญชี เป็นเงิน 50,597,774.14 บาท, เงินลงทุน จำนวน 19 รายการ เป็นเงิน 9,750,000 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 รายการ รวมมูลค่า 5,856,489 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 2,103,134 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาววรัทยา พรหมมาศ จำนวน 500,000 บาท ได้แก่ ห้องชุด จำนวน 1 ห้อง ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 500,000 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายปิยชาติ ศรีจันทร์ จำนวน 4,500,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 4,500,000 บาท ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวณัฎฐาภรณ์ ทุน จำนวน 49,000,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 49,000,000 บาท รวมทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 575, 170, 566. 33 บาท นอกจากนี้ คณะ กรรมการ ป.ป.ช. ยังมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวแล้วจำนวน 176,032,978.79 บาท หลังคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด ทางอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องนายนพรัตน์และพวก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลแล้ว ส่วนนายนพรัตน์ ได้หลบหนีก่อน ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ไปอาศัยอยู่เท็กซัสตะวันออก สหรัฐอเมริกา นานเกือบ 10 ปี แต่ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ป.ป.ช.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานกับทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เจ้าหน้าที่ US Marshals ส่งและรับตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา คดีนี้คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลอา ญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาคดี ให้มีคำพิพากษาเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 122แห่งพ.ร.บประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ถือเป็นการปิดฉากมหากาพย์คดีทุจริตเงินทอนวัด หลังจากผู้ต้องหาหลบหนีคดีไปนานเกือบ 10 ปี...ไม่ว่าจะอย่างไร กฎหมายและกฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

ปิดฉากคดีทุจริตเงินทอนวัด นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ส่งตัวอดีตผอ.พศ.ผู้ร้ายข้ามแดน ปปช.ชี้มูลอดีตผอ.พศ.ร่ำรวยผิดปกติ ฝากขังนพรัตน์ ค้านประกันตัวอดีตผอ.พศ. นพรัตน์อดีตผอ.พศ. ข่าวอาชญากรรมวันนี้ล่าสุด ข่าวอาชญากรรมวันนี้ เจาะข่าวจริงกับไทยพีบีเอส

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ตร.บางใหญ่ รวบหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ อ้างถูกเพื่อนผู้รับเหมาโกงค่าแรงตร.บางใหญ่ รวบหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ อ้างถูกเพื่อนผู้รับเหมาโกงค่าแรงตร.บางใหญ่ รวบหนุ่มวัย 29 ปี ตระเวนลักทรัพย์หลายพื้นที่ กล้องวงจรปิดจับภาพขณะงัดตู้หยอดเหรียญร้านซักผ้าไว้ได้ สอบสวนเจ้าตัวอ้างถูกเพื่อนที่เป็นผู้รับเหมาโกงค่าแรง ไม่มีเงินใช้จ่าย พบประวัติติดคุก 10 ปี เพิ่งพ้นโทษปี 65
Read more »

สมศักดิ์ศรี! กรุงเทพมหานคร คว้าแชมป์ Thai Women's League 1 ฤดูกาล 2566สมศักดิ์ศรี! กรุงเทพมหานคร คว้าแชมป์ Thai Women's League 1 ฤดูกาล 2566วันที่ 29 กรกฎาคม 2566 เวลา 18:00 น. ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี ฝ่ายฟุตบอลหญิง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
Read more »

เช็กชื่อด่วน 20 จังหวัด 72 อำเภอ ตัวท็อปเสี่ยงน้ำท่วม 29 ส.ค.-3 ก.ย.66เช็กชื่อด่วน 20 จังหวัด 72 อำเภอ ตัวท็อปเสี่ยงน้ำท่วม 29 ส.ค.-3 ก.ย.66ตามประกาศของ 'กรมอุตุนิยมวิทยา' ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พ.ค.66 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ก็กินเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ล่าสุด กองอำนวยการน้ำแห
Read more »

29 ชาติร่วมวัดฝีเท้าศึกตะกร้อคิงส์คัพหนที่ 37 ที่เมืองโคราช29 ชาติร่วมวัดฝีเท้าศึกตะกร้อคิงส์คัพหนที่ 37 ที่เมืองโคราชศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทาน 'คิงส์คัพ' ครั้งที่ 37 จัดใหญ่ 1-8 ก.ย.นี้ ที่เมืองโคราช มี 29 ประเทศ ร่วมชิงชัย ร่วมฉลองปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา
Read more »

เปิดสถิติข้อมูลรั่ว 9 เดือน รัฐ-เอกชนโดนร้อง 342 รายเปิดสถิติข้อมูลรั่ว 9 เดือน รัฐ-เอกชนโดนร้อง 342 รายหน่วยงานรัฐถูกร้องข้อมูลรั่วมากสุด 63 ราย รองลงมาด้านการเงิน 29 ราย ประกันชีวิตประกันภัย 23 ราย ย้ำองค์กรใดทำข้อมูลรั่วต้องแจ้ง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง
Read more »

สคส.สั่งผับดังย่านบางใหญ่ 3 วันแจงปมถ่ายบัตรประชาชนสคส.สั่งผับดังย่านบางใหญ่ 3 วันแจงปมถ่ายบัตรประชาชนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สั่งการให้ผับบางใหญ่เร่งแก้ไขเหตุการณ์ถ่ายรูปบัตรประชาชนผู้เข้าใช้บริการ ภายใน 72 ชม. หลังผู้เสียหาย 65 คนเข้าแจ้งความ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 09:37:03