บราซิลนำทีม 12 ประเทศ จัดตั้งกองทุน 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อนุรักษ์ป่าฝน

สิ่งแวดล้อม News

บราซิลนำทีม 12 ประเทศ จัดตั้งกองทุน 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อนุรักษ์ป่าฝน
อนุรักษ์ป่าฝนTFFFCOP30
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 198 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 100%
  • Publisher: 63%

บราซิลนำทีม 12 ประเทศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่ออนุรักษ์ป่าฝนเขตร้อน โดยมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุม COP30 โครงการนี้มีชื่อว่า Tropical Forest Forever Facility (TFFF) ซึ่งมีเป้าหมายในการระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปลงทุนในตลาดการเงินโลก และใช้กำไรตอบแทนประเทศป่าฝน รวมถึงมอบส่วนหนึ่งให้กับชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น

กำลังนำทีม 12 ประเทศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อ อนุรักษ์ป่าฝน เขตร้อน โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศเดือนพฤศจิกายนนี้คือ โครงการหลักของบราซิลด้านธรรมชาติและการเงินสำหรับการประชุม COP30 หากประสบความสำเร็จ TFFF อาจสามารถส่งต่อเงินทุนได้มากถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีให้กับประเทศป่าฝน โดยส่วนหนึ่งจะมอบให้ ชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่นซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องผืนป่าโลก องค์กร Global Witness บันทึกการโจมตีถึงชีวิตต่อผู้ปกป้อง สิ่งแวดล้อม และที่ดินกว่า 2,100 ครั้งระหว่างปี 2012 ถึง 2023 โดยความรุนแรงมักมุ่งเป้าไปยังชุมชน ชนพื้นเมือง และลูกหลานชาวแอฟริกัน รวมถึงผู้พิทักษ์ป่าTropical Forest Forever Facility คืออะไร และทำงานอย่างไร TFFF เป็นกองทุนการลงทุนโดยพื้นฐาน ออกแบบมาเพื่อผสมผสานองค์ประกอบของการระดมทุนเพื่อการพัฒนาแบบดั้งเดิม เช่น เงินช่วยเหลือ ทุน หรือความช่วยเหลือทางการเงินอื่น ๆ เข้ากับกลไกที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินได้ เป้าหมายของ TFFF คือการรวบรวมเงินจากภาครัฐและเอกชนไว้ในกองกลาง เพื่อนำไปลงทุนในตลาดการเงินโลก และใช้กำไรที่ได้มาตอบแทนประเทศป่าฝนที่ปกป้องผืนป่าของตน โดยการจัดสรรจะพิจารณาจากพื้นที่ป่าทั้งหมดของแต่ละประเทศ การจ่ายเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมอบให้รัฐบาลระดับประเทศ โดยมีข้อเสนอให้กัน 20% ของยอดทั้งหมดให้กับ ชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่น TFFF ตั้งเป้ากองทุนเริ่มต้นที่ 1.

25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ จะมาจากภาคเอกชน และส่วนที่เหลือจากรัฐบาลและแหล่งการกุศล แม้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าตัวเลขสุดท้ายอาจต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนยังอยู่ระหว่างพัฒนา แต่แนวทางปัจจุบันมุ่งลงทุนในพันธบัตรของประเทศตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา โดยพยายามเลือกพันธบัตร “สีเขียว” หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเมื่อเป็นไปได้ เพื่อคงความน่าเชื่อถือด้านสภาพภูมิอากาศ Global Witness แนะนำให้ TFFF หลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายป่าสูง และภาคส่วนอื่น ๆ เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ขัดต่อเป้าหมายของกองทุน เวอร์ชันล่าสุดของ TFFF ดูเหมือนจะปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ โดยห้ามลงทุนในกิจการที่ก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมรุนแรง เช่น การตัดไม้ทำลายป่า ถ่านหิน พีต น้ำมัน และก๊าซ จากการคาดการณ์ของรัฐบาลบราซิล กองทุนมูลค่า 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนี้อาจสร้างรายได้สูงสุดถึง 4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อมอบให้ประเทศที่มีป่าหนาทึบในรูปแบบ “การชำระเงินรายปีเพื่อป่า” ที่คิดเป็น 4 ดอลลาร์ต่อเฮกตาร์ของป่าที่คงอยู่ นั่นหมายความว่า หากประเทศใดเพิ่มพื้นที่ป่าของตน พวกเขาจะได้รับเงินมากขึ้น ในทางกลับกัน หากมีการตัดไม้ทำลายป่า การชำระเงินโดยรวมจะถูกหักลดลงTFFF มุ่งสร้างแรงจูงใจทางการเงินเพื่อการปกป้องป่า โดยพิจารณาจากอัตราการตัดไม้รายปี ไม่เหมือนกองทุนด้านสภาพภูมิอากาศอื่น ๆ การจ่ายเงินจะขึ้นอยู่กับพื้นที่เรือนยอดของป่าทั้งหมด โดยประเทศที่มีอัตราการตัดไม้ต่ำกว่า 0.5% และมีแนวโน้มคงที่หรือลดลงจะมีสิทธิ์ได้รับเงิน หนึ่งในความท้าทายหลักของการปกป้องป่าคือ รัฐบาลหลายประเทศได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการทำลายป่าเพื่อผลิตสินค้า เช่น ถั่วเหลือง เนื้อวัว น้ำมันปาล์ม หรือการขุดแร่ การปกป้องป่าโดยทั่วไปไม่ได้สร้างผลกำไรโดยตรง ทั้งที่ป่ามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การควบคุมฝน การกักเก็บคาร์บอน ไปจนถึงการรักษาเกษตรกรรมและแหล่งน้ำสะอาดหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ จะช่วยอุดช่องว่างด้านเงินทุนสภาพภูมิอากาศ และการขาดการลงทุนจากภาคเอกชนที่ชุมชนโลกพูดถึงมานาน โดยคาดว่ากองทุนจะมีอายุ 30 ปี และอาจเป็นแหล่งทุนที่มั่นคงระยะยาวสำหรับการอนุรักษ์ป่าในรุ่นต่อไปชุมชนชนพื้นเมืองถือเป็นผู้พิทักษ์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และสัตว์ป่าได้ดีที่สุด การตัดไม้ทั่วโลกมักเกิดจากการยึดครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย เมื่อชุมชนเหล่านี้ลุกขึ้นปกป้องตนเอง พวกเขามักต้องเผชิญความเสี่ยงสูง TFFF ยอมรับอย่างชัดเจนถึงบทบาทของชนพื้นเมืองในการปกป้องป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ และตามโครงสร้างปัจจุบัน พวกเขาจะได้รับอย่างน้อย 20% ของเงินทั้งหมดที่มอบให้ประเทศป่าฝน แต่หลายกลุ่มยังคงเรียกร้องให้เพิ่มสัดส่วนให้สอดคล้องกับบทบาทสำคัญของตน กลุ่มเหล่านี้จำนวนมากยังเรียกร้องให้เข้าถึงเงินทุนโดยตรง แทนที่จะผ่านรัฐบาล เพราะพื้นที่ป่าที่รัฐบาลได้รับผลตอบแทนภายใต้ TFFF ยังคงคงอยู่ได้เพราะชนพื้นเมืองได้ปกป้องไว้ เวอร์ชันล่าสุดของ TFFF เสนอ 2 กลไกทางการเงินเพื่อชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่มีผู้แทนเข้าร่วมอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หลายรัฐบาลยังไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของชนพื้นเมืองได้อย่างแท้จริง และในบางกรณีกลับส่งเสริมความเสี่ยงผ่านการเลือกปฏิบัติหรือการอนุญาตให้มีการยึดที่ดิน TFFF จะเคารพผลประโยชน์ระยะยาวของชุมชนได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะ “ผู้ร่วมกำหนดทิศทาง” ไม่ใช่เพียง “ผู้รับประโยชน์” เท่านั้น กองทุนนี้ยังต้องรับรองว่าทรัพยากรจะถูกนำไปใช้สนับสนุนการยอมรับสิทธิทางกฎหมายของชนพื้นเมืองเหนือที่ดินของพวกเขาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ TFFF มีความน่าเชื่อถือ การออกแบบต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกขับไล่เพิ่มขึ้น และต้องสะท้อนความเป็นจริงของชุมชนเหล่านี้ โดยยอมรับภาวะผู้นำที่พวกเขามีอยู่แล้วในการปกป้องป่าTFFF ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ภาคการเงินเอกชน และกลุ่มสำคัญ เช่น ชนพื้นเมืองและภาคประชาสังคม จึงจะประสบความสำเร็จ หลายประเทศได้ส่งสัญญาณพร้อมสนับสนุนกองทุนนี้ เช่น ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจีน ส่วนประเทศป่าฝนอย่างโคลอมเบีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกานา กำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบราซิลในการออกแบบกลไกของกองทุน แม้ TFFF จะมีศักยภาพเป็นเส้นเลือดใหม่ในการปกป้องป่า แต่กองทุนทั้งหมดอาจถูกบั่นทอน หากเงินทุนเอกชนยังคงหลั่งไหลไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า เงินจำนวนมากเหล่านี้มาจากธนาคารและผู้จัดการสินทรัพย์ในประเทศที่กำลังพิจารณาจะลงทุนใน TFFF แม้จะมีข้อตกลงระดับโลกให้ยุติการสนับสนุนทางการเงินต่อการทำลายป่า

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

อนุรักษ์ป่าฝน TFFF COP30 ชนพื้นเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สหรัฐฯ เล็งผ่อนปรนการขายชิป NVIDIA ขั้นสูงให้จีนในอนาคตสหรัฐฯ เล็งผ่อนปรนการขายชิป NVIDIA ขั้นสูงให้จีนในอนาคตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดการณ์ถึงโอกาสในการผ่อนปรนข้อจำกัดการขายชิป Blackwell ขั้นสูงของ NVIDIA ให้จีนและประเทศอื่น ๆ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นไปอีก โดยอาจเกิดขึ้นภายใน 12-24 เดือน
Read more »

วันลอยกระทงปีมะเส็ง: สืบสานประเพณีคู่ไทย พร้อมน้อมรำลึกพระพันปีหลวงวันลอยกระทงปีมะเส็ง: สืบสานประเพณีคู่ไทย พร้อมน้อมรำลึกพระพันปีหลวงวันลอยกระทงปีมะเส็ง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีวัตถุประสงค์เพื่อขอขมาพระแม่คงคา และในปีนี้ยังเป็นโอกาสแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
Read more »

PERSES ระเบิดความมันส์! โชว์ “KITTY SWAG” ครั้งแรก เสิร์ฟความน่ารักแบบเหมียวๆPERSES ระเบิดความมันส์! โชว์ “KITTY SWAG” ครั้งแรก เสิร์ฟความน่ารักแบบเหมียวๆPERSES เปิดตัวเพลงใหม่ “KITTY SWAG” บนเวที Monster Music Festival 2025 พร้อมเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่ ผสมผสานท่าเต้นน่ารักแบบแมวเหมียว เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์! จั๋ง ลีดเดอร์ของวงโปรดิวซ์เพลงเอง เตรียมปล่อย MV 12 พฤศจิกายนนี้
Read more »

GC ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ให้ผลตอบแทน 4.40% ต่อปี พร้อมเปิดจองปลายพฤศจิกายนนี้GC ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ให้ผลตอบแทน 4.40% ต่อปี พร้อมเปิดจองปลายพฤศจิกายนนี้GC เตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ให้ผลตอบแทน 4.40% ต่อปี ในช่วง 5 ปี 6 เดือนแรก เปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน และ 1-3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท
Read more »

เอกนิติ ตั้งคณะทำงาน Data Bureau ลุยเช็กเส้นทางเงินเทา ขีดเส้นจบ ธ.ค.นี้เอกนิติ ตั้งคณะทำงาน Data Bureau ลุยเช็กเส้นทางเงินเทา ขีดเส้นจบ ธ.ค.นี้เอกนิติ สั่งตั้งคณะทำงาน Data Bureau บูรณาการเชื่อมโยง 12 หน่วยงาน เชื่อมโยงข้อมูลการเงินทุกหน่วยงาน แก้ปัญหาเงินเทาทั้งระบบ ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานสากล FATF ให้เสร็จสิ้นภายใน ธ.ค.2568
Read more »

Galaxy S26 Series ตั้งเป้ายอดขาย 35 ล้านเครื่องต่อปี หวังสานต่อยุคทองของมือถือ SamsungGalaxy S26 Series ตั้งเป้ายอดขาย 35 ล้านเครื่องต่อปี หวังสานต่อยุคทองของมือถือ SamsungSamsung Electronics ได้ประกาศว่าปี 2026 จะเป็นยุคทองสำหรับธุรกิจสมาร์ทโฟนของบริษัทอีกครั้ง หลังเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วง 12-13 ปีก่อนที่ Samsung ได้กลายเป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟน
Read more »



Render Time: 2026-04-01 16:54:52