นุนชี่ พลังแห่งการสังเกตชีวิต (The Power of Nunchi) “ความสามารถในการอ่านอารมณ์...ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น”

United States News News

นุนชี่ พลังแห่งการสังเกตชีวิต (The Power of Nunchi) “ความสามารถในการอ่านอารมณ์...ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น”
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 480 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 195%
  • Publisher: 63%

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต “ความสามารถในการเรียนรู้ด้านลึก แห่งตัวตนของผู้อื่น คือศักยภาพที่น่านับถือซึ่งซ่อนลึกอยู่ในใจของคนเราทุกคน มันคือวิถีจริตแห่งการสืบค้นและเชื่อมั่นในสัญชาตญาณอันสูงค่า มันคือรากฐานอันแน่นหนักของการปลูกสร้างสัมพันธภาพ..อันมั่นคง..ถึงขนาด เชื่อกันว่าเมื่อไร้ “นุนชี่” อันหมายถึง..

“ความสามารถในการเรียนรู้ด้านลึก แห่งตัวตนของผู้อื่น คือศักยภาพที่น่านับถือซึ่งซ่อนลึกอยู่ในใจของคนเราทุกคน มันคือวิถีจริตแห่งการสืบค้นและเชื่อมั่นในสัญชาตญาณอันสูงค่า มันคือรากฐานอันแน่นหนักของการปลูกสร้างสัมพันธภาพ.

.อันมั่นคง..ถึงขนาด เชื่อกันว่าเมื่อไร้ “นุนชี่” อันหมายถึง..ความสามารถในการอ่านอารมณ์ ซึ่งใครๆก็สามารถเรียนรู้ได้ เพียงแค่ใช้สองตาและสองหู..” ...เราก็อาจจะต้องเสียเพื่อนหรือพร้อมที่จะแตกหักกับคนรอบตัวได้..เหตุนี้เราจึงจำเป็นที่จะต้องเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง.. “สัมผัสใช้” ด้วยสองหูเพื่อที่จะฟัง สองตาเพื่อที่จะมอง และ หนึ่งปากเพื่อที่จะพูด..นี่คือพลังวิเศษของชาวเกาหลี..ที่ใช้ประกอบสร้าง..ความสัมพันธ์กับผู้อื่น โยงใยในการทำงาน..และเยียวยา..ผู้ที่ขี้กังวล..” ปฐมบทของหนังสือ.. “นุนชี่ พลังแห่งการสังเกตชีวิต” ...ศิลปะแห่งการอ่านคนและมวลอารมณ์ในอากาศ เพื่อสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นๆ..ได้อย่างกลมกลืนและเป็นสุข..งานเขียนของ “Euny Hong” ..เจ้าของหนังสืออันโด่งดัง “กำเนิดกระเเสเกาหลี” ด้วยวิถีแห่งความเป็นศิลปะของชีวิต.. “นุนชี่” คือการประเมินหรือการอ่านสถานการณ์ด้วยสายตาว่า..คนคนอื่นกำลังคิด ตระหนัก หรือ รู้สึกอะไรอยู่..ทั้งนี้เพื่อสรรค์สร้างความกลมกลืน ความไว้วางใจ และ สัมพันธภาพกับผู้คนรอบข้าง.. อีกนัยหนึ่ง “นุนชี่” หมายถึง ศักยภาพแห่งชีวิต..ในการอ่านอารมณ์ที่ใครๆก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยสองตา สองหู..ด้วยการมองเห็นและรับฟัง ด้วยการเฝ้าจับสังเกตผู้อื่น มากกว่าการเอาใจใส่เรื่องของตัวเอง.. ในระยะสั้นๆ อาจเป็นไปได้ว่า.. “นุนชี่” อาจช่วยประคับประคองเราไม่ให้เผลอทำตัวเปิ่นๆ หรือ..ไม่ไปเผลอทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่สมควรกระทำเวลาเข้าสังคม.. ในระยะยาว “นุนชี่” อาจเปิดประตูแห่งโอกาสบานใหม่ๆ..ที่เราไม่เคยรู้ว่ามี ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น ผ่านภาษากาย ถ้อยคำ หรือกระทั่งสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ที่จะช่วยให้เราได้คาดคะเนถึงว่า..สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเป็นเช่นไร จนสามารถที่จะเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เหมาะสมต่อการกระทำได้.. แท้จริงแล้ว.. “นุนชี่” อยู่ในวิถีของคนเกาหลีมากว่า 5,000 ปี..จนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นสัมผัสที่หกของคนเกาหลีเลยทีเดียว..มันสามารถนำพาให้ประเทศฟื้นคืนจากความตกต่ำยากจน..จนขึ้นมาสู่ความเป็นประเทศแถวหน้าของโลก..เป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและส่งออกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า..ในที่สุด “นุนชี่” ให้ผัสสะในการสัมผัสสำนึกที่่ไม่หนักอึ้งเท่าปรัชญาญี่ปุ่นอย่าง “วะบิซะบิ” หรือ “คินสึงิ” ที่มีแก่นแกนเป็นศิลปะมากกว่า.. “นุนชี่” คล้ายดั่ง “อิคิไก” ที่สาระแห่งลีลาของมัน สามารถนำมาสร้างและใช้ประโยชน์ได้ กับทั้งการทำงานและข้อปฏิบัติในชีวิตจริง.. “การสังเกตและรักษาความสมดุลของภาพรวม..ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ...จะมีคนเพียงน้อยนิด หรือ มีคน จำนวนมากมาย..ทั้งหมดเปรียบดั่งมวลรวมแห่งความเป็นศิลปะของการใช้ชีวิตในสังคม..” “ณิชารีย์ ผาติทิต” ในฐานะผู้แปลหนังสือเล่มนี้..ได้แสดงทรรศนะเอาไว้อย่างเป็นประโยชน์และน่ารับฟังว่า.. นุนชี่ ..คือการใช้สัญชาตญาณผนวกกับการฝึกสังเกต เพื่อจับอารมณ์ของฝ่ายตรงข้าม ที่ไม่ใช่แค่ฝ่ายตรงข้าม เป็นเพราะว่าบางทีสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่ง ก็จะสามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของคนรอบๆได้..เช่น.. “เวลามีคนที่ทำตัวแย่คนหนึ่งในคาเฟ่หรือในตู้รถไฟฟ้าบรรยากาศที่เหลือของคนอื่นก็พลอยแย่ไปด้วย..นุนชี่ ไม่ได้สอนให้เรายอมไปหมดทุกอย่าง แต่ได้สอนให้เราเซฟตัวเอง..และช่วยให้เราได้มา ซึ่งจุดประสงค์ของเราโดยวิธีบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น” “Euny Hong” ..ได้เน้นย้ำว่า..นุนชี่..คือการวัดด้วยสายตา เป็นเหมือนศิลปะแห่งการคาดเดา ความคิดและความรู้สึกของผู้อื่น เพื่อสร้างความกลมกลืน อันเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากนุนชี่..และถือเป็นแก่นของนุนชี่ด้วย.. “ณิชารีย์” ได้กล่าวสรุปในฐานะผู้แปล..อย่างเห็นสภาวะรอบด้านของ “นุนชี่” ว่า.. “คนเราไม่สามารถเลี่ยงการเข้าสังคมได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีนุนชี่ เราสามารถจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการเข้าสังคมได้ ไม่ว่าจะตอนเรียน ตอนทำงาน หรือ ตอนใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว..นุนชี่ช่วยให้คนๆหนึ่งช่างสังเกตมากขึ้น และรับรู้ได้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์..ช่วยให้เรามีความละเอียดอ่อนในการสังเกตสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เข้ากับคนอื่นได้อย่างราบรื่นขึ้น โดยที่เรายังสามารถรักษาจุดยืนของเราอยู่ได้..ส่วนจุดด้อยของนุนชี่..ด้วนคอนเซ็ปต์ที่มีไว้เพื่อรักษาความกลมกลืน ทำให้ต้องยอมฝืนบางอย่างเพื่อให้เข้ากับสังคมที่เราอยู่ด้วยในตอนนั้น..และต้องคอยระวังตนเองว่า..วันนี้เราใช่นุนชี่..หรือเรากำลังไม่จริงใจกับตัวเองอยู่..”1.ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ต้องมีมารยาท ..เป็นเพราะมารยาทดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับกฎกติกาในเกมกีฬา การ มีมารยาทดีเป็นการเตือนให้เรานึกถึงความสบายใจของผู้อื่น ช่วยนำบรรยากาศที่สงบมาให้ อีกทั้งมารยาทยังเป็นตัวกำหนดกติกาให้กับคนอื่น..เป็นดั่งการเชื้อเชิญให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ บนพื้นฐานแห่งมารยาทเดียวกัน 2.ต้องพยายามอย่าเผลอสร้างความเสียหายโดยไม่ตั้งใจ..นั่นหมายถึงว่า การทำผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจอาจทำให้ใครรู้สึกแย่พอๆกับเจตนา..แม้จะเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุและไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่นั่นก็ไม่อาจลบล้างความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้นได้..วิธีที่ดีสุดหลังจากที่เราทำอะไรผิดพลาดไปเพราะการขาดนุนชี่ หรือไม่ได้สังเกตอะไรให้รอบคอบ จึงไม่ใช่การพยายามขอโทษตามไปอีกหลายครั้ง แต่ต้องเป็นการคอยระวังและหมั่นสังเกตบริบทรอบข้างให้ดีขึ้น..เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำสอง.. 3.ทำตัวให้ปราดเปรียวและว่องไว..ในวัฒนธรรมเกาหลี หากต้องการชมใครสักคนว่าเก่งในเรื่องนุนชี่ ก็มักจะไม่ชมกันว่ามีนุนชี่ที่ดี...แต่ก็มักจะบอกว่าเขามีนุนชี่ที่ว่องไว..และคนที่เก่งนุนชี่ก็ไม่ใช่คนที่นิสัยดีหรือจิตใจดีเสมอไป..แต่เป็นคนที่เก่งในการอ่านคน อ่านสถานการณ์ และ ประเมินมันได้อย่างถูกต้อง..ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นต้องอาศัยคุณสมบัติที่ปราดเปรียวและว่องไว.. 4.สังเกตบริบทและอ่านความหมายที่ซ่อนอยู่....หากอยากรู้ว่าคนอื่นกำลังคิดอะไร ให้หรี่เสียงลง นั่นหมายความว่า..เราไม่จำเป็นต้องถามย้ำหลายๆครั้งเพื่อที่จะเข้าใจคนอื่น..เพราะเราสามารถเข้าใจคนอื่นได้ด้วยการสังเกตบริบทและอวัจนภาษาของอีกฝ่ายหนึ่งที่ซ่อนอยู่..มันไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องตอบคำถามในทุกๆคำถามว่าใช่หรือไม่ใช่...เพราะอย่างน้อยไป หากเราไม่รู้ว่าคนถามเป็นใคร..นับถือศาสนาใด..เราก็ควรจะสังเกตว่าเขาอาจจะมีประเด็นบางอย่างที่ข้องเกี่ยวกับศาสนานั้นๆก็เป็นได้ 6.พลังของความเงียบทำให้ตอบโดยไม่ต้องถาม.. ..คนที่พูดเสียงดังที่สุดในการต่อลอง ไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป เพราะคนที่เงียบแต่หนักแน่นที่สุดต่างหากที่ทำให้คนเสียงดังเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และพ่ายแพ้ให้แก่การต่อรอง บางครั้งคนที่เงียบอาจไม่ได้หมายความว่า..เขาไม่รู้หรือไม่มีความคิดเห็น..แต่เพราะกำลังเก็บข้อมูลและพูดใน สิ่งที่จำเป็น ทำให้ส่วนใหญ่พวกเขาแทบจะไม่ต้องถามอะไร..แต่มักได้คำตอบที่ต้องการเสมอ..เพราะคนที่พูดมากที่สุดได้มอบข้อมูลทุกอย่างมาให้แล้วนั่นเอง.. 7.ให้เกียรติห้อง ก่อนให้เกียรติคน..การมีความสามารถประเมินสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในห้อง..ได้ด้วยสายตาที่ว่องไว คอยสังเกตและรู้จักปรับเปลี่ยนการประเมินอยู่เรื่อยไป ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป..นั่นคือการให้เกียรติห้องนั้น..ก่อนที่จะให้เกียรติคนในห้อง หรือคอยคิดว่าคนอื่นกำลังคิดอะไรกับเราอยู่ตลอดเวลา.. ..นั่นคือ..แทนที่เราจะพยายามทำตัวให้โดดเด่นหรือพยายามสร้างสีสันในห้องนั้น ก็ขอเเค่เราเข้าไปอยู่ในห้องนั้นเฉยๆ..ประเมินสถานการณ์ และ ทำจิตใจให้ว่าง..ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่า เรามาถึงแล้ว..เพราะตามหลักนุนชี่..เพียงแค่เราเข้าไปในห้อง..ก็ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนได้.. 8.เรียนรู้การปล่อยใจให้ว่าง..เมื่อใจเราเต็มไปด้วยสมมติฐานที่มีต่อคนอื่น และความเชื่อมั่นว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเรา ทำให้บางครั้ง การมองสถานการณ์ตรงหน้าได้ผิดเพี้ยนไป จนปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม..วิธีที่ดีก็คือว่า..ต้องเรียนรู้การปล่อยใจให้ว่างและพยายามอย่าไปคิดแทนว่า..คนอื่นกำลังคิดอะไร..เพราะเราอาจจะตีความผิดไป และคิดไปเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นถูกต้องและทุกคนชอบ แม้จริงๆแล้วหลายคนอาจไม่ชอบ แต่ต้องทำตามมารยาท เหมือนเช่น..พนักงานใหม่ที่พยายามเอาใจทุกคนในวันแรกที่เข้าทำงาน..ด้วยหลงคิดไปว่าจะทำให้ทุกคนชอบ..แต่ก็อาจทำให้ผู้อยู่มาก่อนมองว่า..พยายามจะซื้อใจคนอื่นมากกว่าการมุ่งหวังตั้งใจที่จะทำงานอย่างจริงใจ.. ตัวอย่างบุคคลสำคัญของโลกที่มีนุนชี่ในการทำธุรกิจ..ได้แก่.. “เจฟฟ์ เบโซส” ..บุคคลที่เชื่อมั่นใน"วิสัยทัศน์" แม้จะถูกทุกคนมองว่าบ้าก็ตาม..ตอนเริ่มแรกที่เขาเริ่มทำธุรกิจแอมะซอน ซึ่งขาดทุนมา 14 ปี..เขาได้ยืนกรานว่า เป้าหมายที่แท้จริงนั้นไม่ใช่กำไร..แต่เป็นการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แล้วกำไรจะตามมาทีหลัง ในเวลานั้นหลายคนมองว่าเขาบ้าไปแล้ว..แต่เขาเข้าใจความคิดของลูกค้าในแบบของนุนชี่..ทำให้สุดท้ายแอมะซอนเป็นบริษัทแรกของโลกที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางที่ประสบความสำเร็จและได้กำไรมหาศาล..จนทำให้บริษัทอื่นๆต้องทำตาม.. “บิล เกตส์..."ผู้มองเห็นอนาคตแม้ไม่มีใครเห็นด้วย..โดยในปีคศ.ศ.2001 เขาผลักดันตลาดวีดิโอเกมด้วยการปล่อยสินค้าอย่าง Xbox โดยเขาทำนายว่าตลาดของวีดีโอเกมจะใหญ่กว่าตลาดภาพยนตร์ จนกระทั่งปีค.ศ.2004 คำทำนายของเขาก็เป็นจริง..รายได้ต่อปีของวีดีโอเกมแซงหน้ารายได้ของธุรกิจภาพยนตร์และเพลงดิจิตอลรวมกันเสียอีก..ซึ่งการมองไกลอย่างนี้คือวิถีของนุนชี่..ที่ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอัจฉริยะด้านเทคโนโลยี แต่เป็นเพราะความสามารถ..ในการประเมินสถานการณ์ของคนส่วนใหญ่..และรู้ทิศทางลมว่ากำลังจะพัดไปในทางไหน..ซึ่งทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยการประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องนั่นเอง.. “สตีฟ จ็อบส์” ...เขาเป็นคนที่แปรปรวนและมักแสดงออกอย่างตรงๆในเรื่องที่ไม่ชอบอย่างเปิดเผย..แต่เขาเป็นคนที่มีนุนชี่สูงมาก..และมีความสามารถในการเข้าใจผู้คน..ได้มากกว่าคนอื่น..ช่วงแรกค่าทำการตลาดกับไอพอด..แอปเปิลได้ใช้เงินมากกว่าร้อยเท่าเพื่อลงทุนกับการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง..นอกจากนี้เขายังมีกฏที่ไม่สามารถยืดหยุ่นได้สำหรับผู้ออกแบบพัฒนาไอพอด .ว่าผู้ใช้งานจะกดคลิกไม่เกินสามครั้งหากต้องการหาเพลงในไอพอด..เขารู้ได้ทันทีว่า..อะไรที่ทำให้ผู้ใช้งานรำคาญโดยไม่จำเป็น..ต้องมีใครบอก.. สิ่งนี้คือนุนชี่อย่างแท้จริง.. สุดท้ายแล้ว..เราก็ได้ข้อสรุปว่า..วัฒนธรรมเกาหลีเป็นวัฒนธรรมที่อ้างอิงบริบทสูงมาก การสื่อสารจึงไม่ได้แสดงออกมาแค่คำพูด แต่สื่อผ่านบริบทต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยอันหลากหลาย ..ไม่ว่าจะเป็น การแสดงออกทางสีหน้า ภาษากาย ธรรมเนียมต่างๆ หรือแม้แต่..ความเงียบ..สำหรับในเกาหลีแล้ว.."นุนชี่"คือความสามารถในการอ่านใจคนอื่น..คือศิลปะในการทำความเข้าใจความคิดและความรู้สึกของคนรอบข้างโดยรวดเร็ว..อย่างที่ได้กล่าวถึงไว้แต่ต้น..ทั้งนี้เพื่อนำมาพัฒนาสัมพันธภาพในชีวิตประจำวัน.รวมทั้งการแสดงออกอย่างเหมาะสม..อันจะเป็นผลดีต่อชีวิตในด้านต่างๆตลอดไป..ผมถือเอาหนังสือเล่มนี้ เป็นแรงขับภายใน..ในการปลุกตื่นศรัทธาแห่งชีวิตที่ทั้งล้ำสมัย..และล้ำค่า..มันเปรียบดั่งเครื่องค้ำยันจิตวิญญาณให้โลดทะยาน..ต่อสู้กับปรากฏการณ์นานาของโลกอย่างหาญกล้า..ผ่านการใคร่ครวญ และปฏิบัติอย่างอุตสาหะและรัดกุม เป็นหนังสือที่เหนี่ยวยึดชีวิตให้เกิดพลังต่อการหยั่งรู้ชีวิต..ด้วยพัฒนาการอันเหมาะสม..กระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่มีคุณค่า..อเนกอนันต์..และสำคัญต่อการรับรู้และเรียนรู้..ยิ่งล้ำ.. "สิ่งที่ไม่พูดออกไปนั้น สำคัญพอๆกับสิ่งที่พูดออกมา..และคนที่ตั้งใจฟังเพียงคำพูด จะได้รับข้อมูลเพียงครึ่งเดียว..ในขณะที่การรับข้อมูลด้วยการกระทำนั้น..จะทำให้เข้าใจสถานการณ์..อย่างแท้จริง..!"

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ยุบพรรค-ยุบกอ.รมน.'?'ยุบพรรค-ยุบกอ.รมน.'?กอ.รมน.คืออะไร? คือ 'วิตามินรวม' ในรูป Bio-power 'ชีวอำนาจ' สร้าง 'อมตภูมิ' ให้ชาติไทย
Read more »

'ไชยา' จุดประกาย Soft Power ดัน 'ผ้าขิดสลับหมี่' หนองบัวลำภู สู่ตลาดโลก'ไชยา' จุดประกาย Soft Power ดัน 'ผ้าขิดสลับหมี่' หนองบัวลำภู สู่ตลาดโลก'รมช.ไชยา' จุดประกาย Soft Power 'ผ้าขิดสลับหมี่' หนองบัวลำภู ผลักดันสู่ตลาดโลก สั่งการกรมหม่อนไหมจัดเตรียมต้อนรับ ครม.สัญจร วันที่ 2 พ.ย.
Read more »

รมช.เกษตรคิดนอกกรอบดันภูมิปัญญาอีสานจุดบั้งไฟ ทำฝนเทียมรมช.เกษตรคิดนอกกรอบดันภูมิปัญญาอีสานจุดบั้งไฟ ทำฝนเทียม'ไชยา พรหมา' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คิดนอกกรอบ ดันภูมิปัญญาอีสาน'จุดบั้งไฟทำฝนเทียม' มีผลวิจัยรองรับ ยกเป็น SOLF POWER เผยผลปฏิบัติการฝนหลวง ทั่วไทย เติมน้ำเต็มอิ่มเข้าเป้า 100% เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ อ.เมือง จ.
Read more »

Marathon ทดสอบการขุด Bitcoin ด้วยไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซมีเทนในหลุมขยะฝังกลบMarathon Digital บริษัทเหมืองขุดคริปโทได้เริ่มโครงการนำร่องในการทำเหมืองขุดคริปโทที่รัฐยูทาห์ โดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตมาจากการดักจับก๊าซมีเทนในหลุมขยะฝังกลบ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและความร่วมมือจาก Nodal Power และได้เริ่มโครงการทดสอบด้วยขนาดกำลังผลิต 280 กิโลวัตต์...
Read more »

กลยุทธ์การตลาด เจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวชาวจีนในงาน “Unlock the Power of Digital Marketing to Chinese Travelers with the New Visa Policy”กลยุทธ์การตลาด เจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวชาวจีนในงาน “Unlock the Power of Digital Marketing to Chinese Travelers with the New Visa Policy”V-Click Technology Ltd (V-Click) บริษัทเทคโนโลยีการตลาดในประเทศไทยที่เชื่อมโยงแบรนด์ต่างๆทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับตลาดยักษ์ใหญ่จีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตอบรับต่อนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล จึงจัดงานสัมมนา “China’s Travel Rebound: Unlock the Power of Digital Marketing to Chinese Travelers with the New Visa Policy”...
Read more »

นุนชี่ พลังแห่งการสังเกตชีวิต (The Power of Nunchi) “ความสามารถในการอ่านอารมณ์...ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น”นุนชี่ พลังแห่งการสังเกตชีวิต (The Power of Nunchi) “ความสามารถในการอ่านอารมณ์...ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น”ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต “ความสามารถในการเรียนรู้ด้านลึก แห่งตัวตนของผู้อื่น คือศักยภาพที่น่านับถือซึ่งซ่อนลึกอยู่ในใจของคนเราทุกคน มันคือวิถีจริตแห่งการสืบค้นและเชื่อมั่นในสัญชาตญาณอันสูงค่า มันคือรากฐานอันแน่นหนักของการปลูกสร้างสัมพันธภาพ..อันมั่นคง..ถึงขนาด เชื่อกันว่าเมื่อไร้ “นุนชี่” อันหมายถึง..
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:46:41