นักวิชาการ ชี้พ่นละอองน้ำลดฝุ่น PM2.5 ไม่เห็นผลต่าง-ไม่คุ้ม จี้ต้องแก้ต้นตอ PM25 กทม กรุงเทพมหานคร ฝุ่น ฝุ่นPM25 ฝุ่นพิษ มลพิษทางอากาศ อินโฟเควสท์
กรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อค้นพบจากนักสืบฝุ่น ในประเด็นต้นตอที่แท้จริงของการเกิดฝุ่นในกรุงเทพฯ และการล้างถนนและฉีดพ่นน้ำสามารถลดฝุ่นได้หรือไม่ โดยมีนักวิจัย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเข้าร่วม พร้อมเปิดเผยเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.
5 ของ กทม. ที่ผ่านมา และทิศทางต่อไปในการขับเคลื่อนตามแผนวาระแห่งชาติ ณ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมาผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงต้นตอฝุ่นในช่วงนี้ว่า มาจากการเผาไหม้ชีวมวลจากภายนอกและลอยเข้ามาในกทม. เพราะในช่วงเวลานี้อากาศไม่นิ่ง จึงมีฝุ่นลอยเข้ามาในช่วงประมาณกลางวันและจมตัวลงในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ บวกกับฝุ่นที่มีในกทม. ซึ่งมาจากการจราจร ทำให้เห็นตัวเลขของฝุ่นขึ้นไปสูงมาก อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาการเผาไหม้ที่อยู่ข้างนอกจะต้องลดลง เดิมใช้มาตรการห้ามเผาแต่ก็มีการเลี่ยงไปเผาได้ช่วงอื่น จึงต้องชั่งน้ำหนักว่า จะใช้วิธีการห้ามเผา หรือกำหนดช่วงเวลาในการจัดการแทน เช่น การกำหนดช่วงเวลาที่เผาได้และช่วงเวลาที่ห้ามเผา ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการจัดการที่ดีที่สุดที่ให้ประชาชนอยู่ได้ ในขณะเดียวกัน ฝุ่นก็ต้องไม่กระทบในภาพรวมด้วย ส่วนเรื่องมาตรการการเก็บภาษี เป็นเรื่องที่พยายามคุยกัน แต่ในเชิงของทางด้านเศรษฐศาสตร์มีขั้นตอนในการทำมาตรฐานที่จะนำเรื่องของการเผาเข้าไปคิด ที่ทำได้ง่ายคือเรื่องของการเผาอ้อย ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้วบางส่วนเกี่ยวกับการไม่รับซื้ออ้อยที่มาจากการเผา โดยสามารถทำได้และช่วยลดการเกิดฝุ่นละอองได้ ผศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาความพยายามของประเทศไทยโดยหน่วยงานรัฐ จะเห็นได้ว่าดีขึ้นมากจากฮอตสปอตที่เกิดขึ้น แต่ฮอตสปอตนอกประเทศไทยอยู่นอกเหนือการควบคุมที่จะสามารถเข้าไปจัดการได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ อาเซียน และหลายองค์กรร่วมมือกัน ทั้งนี้ อาจบังคับไม่ได้ แต่ต้องมีมาตรการจูงใจ ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรรศ.ดร.เอกบดินทร์ วินิจกุล คณะสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และการพัฒนา กล่าวว่า จากการที่ได้ทดลองฉีดพ่นละอองน้ำ ที่โรงเรียนวิชูทิศ พบว่า มีผลการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ถ้าเทียบกับปริมาณน้ำและค่าไฟฟ้าที่เสียไป โดยพบว่าค่าเฉลี่ยในชั่วโมงระหว่างที่เปิดสเปรย์น้ำ กับไม่เปิดน้ำ ค่าฝุ่นต่างกันแค่ประมาณ 1-2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วงปกติค่าผันผวนของปริมาณฝุ่นจะอยู่ที่ 3-4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่แล้ว จึงไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่ามีผลแตกต่าง ดังนั้น ถ้าเทียบกับความคุ้มแล้วจึงคิดว่าไม่คุ้ม พร้อมย้ำว่าหลักการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองมีความชัดเจนว่า จะต้องมีการแก้ไขที่แหล่งกำเนิดฝุ่น ซึ่งในกทม. หลักๆ มาจากรถยนต์ ส่วนข้างนอกมาจากการเผา และอาจจะมีมาจากแหล่งกำเนิดอื่นๆ ด้วย ในส่วนของการฉีดน้ำเป็นการจัดการที่ปลายทาง ในทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าไม่คุ้มค่า รศ.ดร.เอกบดินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับการวิจัยที่บอกที่มาแหล่งกำเนิดของฝุ่น โดยมีการใช้เครื่องมือหลายตัว มีการทำบัญชีการระบายมลพิษ เพื่อบอกว่าฝุ่นในพื้นที่มีแหล่งกำเนิดอะไรบ้าง มาจากแหล่งใดบ้าง รวมไปถึงการทำ chemical composition เพื่อดูว่าในฝุ่นมีองค์ประกอบทางเคมีอะไรบ้าง และใส่เข้าไปในโมเดลเพื่อทราบว่าฝุ่นที่ลอยเข้ามา และฝุ่นที่มีอยู่ในพื้นที่ มีต้นตอมาจากอะไร อย่างไรก็ดี ขณะนี้เหลือเพียงว่า จะนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นจริงๆ ได้อย่างไร ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้รวบรวมเครื่องมือและข้อมูลเหล่านี้ มาสร้างเป็นแนวทางในการปฏิบัติซึ่งจะเป็นการวิจัยในตัวถัดไปนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในส่วนของกทม. ได้พยายามทำตามอำนาจหน้าที่ที่มีอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การตรวจต้นตอฝุ่นและคุมเข้ม ป้องกันสุขภาพ แจ้งเตือนประชาชน และมีการเปิดคลินิกฝุ่น เพื่อให้บริการกับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยมีผู้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง สำหรับองค์ประกอบฝุ่นใน กทม. จาก 90 มคก./ลบ.ม. พบว่า 30 มคก./ลบ.ม. แรก มาจากการจราจร, 30 มคก./ลบ.ม. ต่อมา มาจากสภาพอากาศ และ 30 มคก./ลบ.ม. สุดท้ายมาจากการเผาชีวมวล อย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดสำคัญมาจากการจราจรและยานพาหนะ อยู่ในส่วนของ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแรก เป็นเรื่องที่กทม. ทำโดยลำพังไม่ได้ จะต้องมีภาคีที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งแผนวาระแห่งชาติการจัดการมลพิษทางอากาศ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กทม. พร้อมที่จะประสานเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ในส่วนของนโยบายนักสืบฝุ่นที่กทม. ได้ริเริ่มไว้ หากจังหวัดอื่นประสงค์จะรับไปทำก็ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะทุกอย่างที่ทำต้องอ้างอิงจากข้อมูล ปัจจุบันมีข้อมูลที่สามารถจะนำไปวิเคราะห์หรือนำไปใช้ต่อ ซึ่งมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการฉีดน้ำ และแหล่งกำเนิดของฝุ่น การจัดการเรื่องยานพาหนะ ควันดำ การจัดการการเผาชีวมวลต้องทำทั้งปีไม่ใช่เฉพาะช่วงหน้าฝุ่น ทั้งนี้ กทม. ฝากถึงรัฐบาลถัดไป ในการให้ความสำคัญกับแผนจัดการฝุ่นแห่งชาติ ซึ่งต้องเน้นในประเด็นต่างๆ อาทิ เน้นเรื่องภาคการเกษตร การจราจร การพิจารณาพื้นที่ Low Emission Zone การย้ายท่าเรือคลองเตย เป็นต้น “ขณะนี้ทางพรรคการเมืองต่างๆ ได้เปิดนโยบายเรื่องฝุ่น PM 2.5 ทางสื่อสาธารณะอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะสอดคล้องกับที่กทม. เสนอ 2-3 เรื่องหลักที่ต้องให้ความสำคัญ จึงได้ฝากไปถึงรัฐบาลชุดหน้าในการเข้ามาผลักดัน”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเร่งบังคับใช้กม. ยกระดับแก้ปัญหา PM2.5 : อินโฟเควสท์พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจ ยกระดับเพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกินมาตรฐาน ที่มีมาจากหลายสาเหตุ ทั้งการคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่งแจ้ง การเกิดไฟป่า ภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และหมอกควันต่างๆ ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังทุกหน่วยให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. เพิ่มความเข้มตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กับผู้ที่นำรถยนต์ที่มีลักษณะปล่อยพิษควันดำมาใช้บนถนน ออกคำสั่งห้ามใช้รถที่ก่อให้เกิดมลพิษ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับขนส่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 2. เพิ่มมาตรการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ให้ปล่อยมลพิษทางอากาศ และการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่น 3. ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาพืชไร่และพื้นที่เพาะปลูก การเผาในที่โล่งแจ้ง และกิจการที่ก่อให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ ยังสั่งให้สถานีตำรวจท้องที่ อำนวยความสะดวกการจราจรให้เกิดความคล่องตัว และห้ามจอดรถริมถนนในถนนสายหลัก ป้องกันปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อลดการปล่อยควันและสะสมฝุ่นละออง รณรงค์ ไม่ขับ…ช่วยดับเครื่อง และใช้ระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น รวมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจกับประชาชน ในการร่วมกันแก้ปัญหาฝุ่น PM […]
Read more »
เปิดตัว 'สวนเพลินจิต' โครงการพัฒนาที่ดิน รฟท. เพิ่มพื้นที่สีเขียวลด PM2.5 : อินโฟเควสท์“สวนเพลินจิต” ถนนดวงพิทักษ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อประโยชน์สาธารณะตามแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง สวนเพลินจิต เป็นโครงการความร่วมมือของกระทรวงคมนาคม โดย รฟท. และเอกชนคือบริษัท เวอริซายน์ จำกัด ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของ รฟท. บริเวณเลียบทางรถไฟทางด่วนเพลินจิต โดยโครงการเป็นการผสมผสานการพัฒนาในมิติของสุขภาพ คุณภาพชีวิตกับการคมนาคมขนส่ง เชื่อมให้การใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพง่ายขึ้น เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ท่ามกลางจุดเชื่อมต่อที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถนนหลัก 2 สาย นั่นคือถนนสุขุมวิท และ ถนนพระราม 4 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจ นอกจากนี้ ยังใกล้จุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ คือ รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มีเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสวนสาธารณะ 3 สวน ได้แก่ สวนลุมพินี สวนป่าเบญจกิตติ และสวนเบญจกิตติ เป็นเส้นทางวิ่งออกกำลังกาย ระยะทางรวมประมาณ 10 กม. และทุกพื้นที่ของสวนมีความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งระบบกล้อง CCTV ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง รวมทั้งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด […]
Read more »
อันตราย! ฝุ่นพิษฟุ้งทุกภาค อีสานหนักสุดทะลุ 116 มคก./ลบ.ม.วันนี้ (15 มี.ค.66) ทุกภาคยังเผชิญกับค่าฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณที่เกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ระบุว่า ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบ
Read more »
'บิ๊กป้อม' จี้แก้ไขปัญหา PM2.5 ใน 17 จังหวัดด่วน!'บิ๊กป้อม' จี้คณะกรรมการ.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คุมเข้มแก้ PM2.5 ป้องเสี่ยงสุขภาพประชาชน 17 จังหวัด
Read more »
ส.อ.ท.ห่วงปัญหา PM2.5 ฉุดท่องเที่ยว แนะภาครัฐเร่งแก้ไข : อินโฟเควสท์นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เห็นความสำคัญของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อประชาชน อีกทั้งจะกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอยู่ในขณะนี้ “ปัญหา PM2.5 ในปีนี้รุนแรงกว่าปีก่อน 97% ซึ่งควรประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะเป็นปัญหาที่บั่นทอนการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอยู่ในขณะนี้” นายเกรียงไกร กล่าว ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ฯ จึงผลักดันโครงการคลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5 โดยปีนี้เป็นการดำเนินการเป็นครั้งที่ 4 โดยเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.65 – เม.ย.66 มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 8-9 หมื่นรายแล้ว โดยการดำเนินโครงการ 3 ครั้งที่ผ่านมาสมาชิกกลุ่มฯ ได้ร่วมมือกันให้ส่วนลดค่าบำรุงรักษา เพื่อลดควันดำไปแล้วมากกว่า 252,414 คัน คิดเป็นงบประมาณมากกว่า 160 ล้านบาท สำหรับในปีนี้มีสมาชิกกลุ่มฯ 9 บริษัท และมากกว่า 1,774 ศูนย์บริการฯ รองรับรถยนต์เข้าร่วมโครงการฯ 426,000 คัน มอบสนับสนุนส่วนลดสำหรับค่าบำรุงรักษาเพื่อลดควันดำ อาทิ การตรวจสอบสภาพฟรี ส่วนลดน้ำมันเครื่อง ค่าแรง […]
Read more »
32 จังหวัดอ่วม! PM2.5 เกินค่ามาตรฐานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศเปิดจังหวัดที่มีค่า PM2.5 เกินมาตรฐาน พบมี 31 จังหวัดอ่วม กระจายในทุกภูมิภาคยกเว้นภาคใต้
Read more »
