ทีมพัฒนาเสื้อเซนเซอร์วัดการเอนของกระดูกสันหลังและแพลตฟอร์มวิเคราะห์ความเสี่ยงจากภาพถ่าย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและรักษาปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังในเด็กนักเรียน ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเยาวชนในการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาสุขภาพ
ทีมพัฒนาเสื้อที่ติดตั้งเซนเซอร์ Gyroscope เพื่อวัดระดับการเอนของ กระดูกสันหลัง แบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อนั่งผิดท่านานเกิน 5 วินาที ข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันที่แพทย์สามารถติดตามและนำไปประกอบการรักษาได้จริง จุดเด่นคือใส่ง่าย สบาย ใช้ได้ทุกวัน และที่สำคัญคือราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับเสื้อเกราะดัดหลังที่มีราคาสูงลิ่ว คุณแพรวลดา ทุมมากรณ์ ตัวแทนทีมเล่าว่า “พวกเราไม่เคยเขียนโค้ดเลย แต่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ เพราะเชื่อว่า Str8 up จะช่วยผู้คนได้จริง และอยากให้เข้าถึงคนได้กว้างขึ้นผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาลรัฐ”จากปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ เลือกหยิบปัญหาเดียวกันมาแก้ในมุมที่ต่างออกไป ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ปกครองหรือโรงเรียนถ่ายภาพหลังของเด็กตามกรอบที่กำหนด แล้วให้ระบบ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ จุดเด่นคือเข้าถึงง่าย ใช้ได้ทุกโรงเรียนเพียงแค่มีสมาร์ตโฟน และยังเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นส่วนตัว ปัจจุบันทดลองใช้จริงแล้วใน 3 โรงเรียน รวม 50 คน พบว่าสามารถรายงานความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา คุณเกียรติพงศ์ บุญญานุพงศ์ ตัวแทนทีมบอกว่า “การลงพื้นที่ถ่ายรูปหลังเด็กด้วยตัวเอง ทำให้เราตระหนักว่า นวัตกรรม ที่ดีต้องไม่ใช่แค่เจ๋ง แต่ต้องแก้ปัญหาให้คนได้จริง ๆ”ผลงานทั้ง 4 ชิ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องเรียนหรือบนหนังสือเรียน แต่เกิดจากการที่ เยาวชน เหล่านี้ลงพื้นที่จริง เห็นปัญหาจริง แล้วกลับมาคิดหาทางแก้ไขด้วย เทคโนโลยี และความมุ่งมั่น ทุกทีมต่างเผชิญความท้าทายในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การใช้ AI หรือการทำงานเป็นทีม แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการมีพี่เลี้ยงที่คอยช่วยเหลือและความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าเปิดพื้นที่การเรียนรู้ ทดลอง และมองหาโอกาสในการต่อยอด นวัตกรรม อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่น “Together for Tomorrow Enabling People” เพื่อผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะและเติบโตพร้อมรับอนาคตอย่างเข้มแข็ง และนี่คือการพิสูจน์ว่าเมื่อ เยาวชน ได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้จริง.
ทีมพัฒนาเสื้อที่ติดตั้งเซนเซอร์ Gyroscope เพื่อวัดระดับการเอนของกระดูกสันหลังแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อนั่งผิดท่านานเกิน 5 วินาที ข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันที่แพทย์สามารถติดตามและนำไปประกอบการรักษาได้จริง จุดเด่นคือใส่ง่าย สบาย ใช้ได้ทุกวัน และที่สำคัญคือราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับเสื้อเกราะดัดหลังที่มีราคาสูงลิ่ว คุณแพรวลดา ทุมมากรณ์ ตัวแทนทีมเล่าว่า “พวกเราไม่เคยเขียนโค้ดเลย แต่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ เพราะเชื่อว่า Str8 up จะช่วยผู้คนได้จริง และอยากให้เข้าถึงคนได้กว้างขึ้นผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับโรงพยาบาลรัฐ”จากปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ เลือกหยิบปัญหาเดียวกันมาแก้ในมุมที่ต่างออกไป ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ปกครองหรือโรงเรียนถ่ายภาพหลังของเด็กตามกรอบที่กำหนด แล้วให้ระบบ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ จุดเด่นคือเข้าถึงง่าย ใช้ได้ทุกโรงเรียนเพียงแค่มีสมาร์ตโฟน และยังเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นส่วนตัว ปัจจุบันทดลองใช้จริงแล้วใน 3 โรงเรียน รวม 50 คน พบว่าสามารถรายงานความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา คุณเกียรติพงศ์ บุญญานุพงศ์ ตัวแทนทีมบอกว่า “การลงพื้นที่ถ่ายรูปหลังเด็กด้วยตัวเอง ทำให้เราตระหนักว่านวัตกรรมที่ดีต้องไม่ใช่แค่เจ๋ง แต่ต้องแก้ปัญหาให้คนได้จริง ๆ”ผลงานทั้ง 4 ชิ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องเรียนหรือบนหนังสือเรียน แต่เกิดจากการที่เยาวชนเหล่านี้ลงพื้นที่จริง เห็นปัญหาจริง แล้วกลับมาคิดหาทางแก้ไขด้วยเทคโนโลยีและความมุ่งมั่น ทุกทีมต่างเผชิญความท้าทายในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การใช้ AI หรือการทำงานเป็นทีม แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการมีพี่เลี้ยงที่คอยช่วยเหลือและความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าเปิดพื้นที่การเรียนรู้ ทดลอง และมองหาโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่น “Together for Tomorrow Enabling People” เพื่อผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะและเติบโตพร้อมรับอนาคตอย่างเข้มแข็ง และนี่คือการพิสูจน์ว่าเมื่อเยาวชนได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้จริง
เทคโนโลยี สุขภาพ กระดูกสันหลัง นวัตกรรม เยาวชน
