โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำที่มีอายุมากที่สุดของสหรัฐฯ จะเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ซึ่งจะช่วยให้เห็นสภาพของทรัมป์ได้อย่างชัดเจน หลังเคยถูกลอบสังหารระหว่างหาเสียงเมื่อปีที่แล้ว
แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เข้ารับการตรวจร่างกายครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่ต้องดมยาสลบ ทรัมป์ ซึ่งจะมีอายุครบ 79 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความชื่นชอบอาหารจานด่วน แต่เขามักพูดถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงของตัวเองอยู่เสมอ ทรัมป์เขียนข้อความผ่านโซเชียล มีเดีย Truth Social ของเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศแผนตรวจสุขภาพว่า “เขาไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน แต่ถึงกระนั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น!” ซึ่งหลังจากการตรวจสุขภาพทรัมป์กล่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่าเขาได้รับการตรวจและทดสอบด้านร่างกายหลากหลายรายการ แต่เขามั่นใจว่าแข็งแรงกว่าไบเดนและผลตรวจของเขาจะแตกต่างจะไบเดนอย่างแน่นอน ลีวิตต์ กล่าวว่า ทำเนียบขาวจะแถลงรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีของประธานาธิบดีโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทรัมป์จะตรวจหลายอย่าง แต่จะไม่ได้รับการดมยาสลบระหว่างการตรวจ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำที่มีอายุมากที่สุดของสหรัฐฯ จะเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ซึ่งจะช่วยให้เห็นสภาพของทรัมป์ได้อย่างชัดเจน หลังเคยถูกลอบสังหารระหว่างหาเสียงเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ผลการตรวจร่างกายอาจช่วยให้เห็นสภาพของทรัมป์ได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก หลังจากที่หูของเขาถูกกระสุนปืนเฉี่ยวระหว่างการพยายามลอบสังหารในช่วงการหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทีมหาเสียงของทรัมป์ได้เผยแพร่รายงานของรอนนี่ แจ็คสัน อดีตแพทย์ประจำทำเนียบขาวของทรัมป์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส ซึ่งระบุว่าอาการบาดเจ็บไม่มาก โดยปกติแล้ว ทำเนียบขาวจะเป็นผู้กำหนดว่าข้อมูลใดที่จะเปิดเผยจากการตรวจสุขภาพของประธานาธิบดี ซึ่งทรัมป์ไม่ได้ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ และไม่มีรูปแบบสำหรับการตรวจสุขภาพของประธานาธิบดี ทรัมป์เองก็เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเขาเพียงเล็กน้อยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปีที่แล้ว ซึ่งแข่งกับโจ ไบเดน ที่ขณะนี้อายุ 82 ปีแล้ว และทรัมป์บอกว่า เขาหนุ่มกว่าและฟิตกว่าด้วย.
แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เข้ารับการตรวจร่างกายครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่ต้องดมยาสลบ ทรัมป์ ซึ่งจะมีอายุครบ 79 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความชื่นชอบอาหารจานด่วน แต่เขามักพูดถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงของตัวเองอยู่เสมอ ทรัมป์เขียนข้อความผ่านโซเชียล มีเดีย Truth Social ของเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศแผนตรวจสุขภาพว่า “เขาไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน แต่ถึงกระนั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น!” ซึ่งหลังจากการตรวจสุขภาพทรัมป์กล่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่าเขาได้รับการตรวจและทดสอบด้านร่างกายหลากหลายรายการ แต่เขามั่นใจว่าแข็งแรงกว่าไบเดนและผลตรวจของเขาจะแตกต่างจะไบเดนอย่างแน่นอน ลีวิตต์ กล่าวว่า ทำเนียบขาวจะแถลงรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีของประธานาธิบดีโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทรัมป์จะตรวจหลายอย่าง แต่จะไม่ได้รับการดมยาสลบระหว่างการตรวจ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำที่มีอายุมากที่สุดของสหรัฐฯ จะเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ซึ่งจะช่วยให้เห็นสภาพของทรัมป์ได้อย่างชัดเจน หลังเคยถูกลอบสังหารระหว่างหาเสียงเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ ผลการตรวจร่างกายอาจช่วยให้เห็นสภาพของทรัมป์ได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก หลังจากที่หูของเขาถูกกระสุนปืนเฉี่ยวระหว่างการพยายามลอบสังหารในช่วงการหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทีมหาเสียงของทรัมป์ได้เผยแพร่รายงานของรอนนี่ แจ็คสัน อดีตแพทย์ประจำทำเนียบขาวของทรัมป์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส ซึ่งระบุว่าอาการบาดเจ็บไม่มาก โดยปกติแล้ว ทำเนียบขาวจะเป็นผู้กำหนดว่าข้อมูลใดที่จะเปิดเผยจากการตรวจสุขภาพของประธานาธิบดี ซึ่งทรัมป์ไม่ได้ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ และไม่มีรูปแบบสำหรับการตรวจสุขภาพของประธานาธิบดี ทรัมป์เองก็เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเขาเพียงเล็กน้อยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปีที่แล้ว ซึ่งแข่งกับโจ ไบเดน ที่ขณะนี้อายุ 82 ปีแล้ว และทรัมป์บอกว่า เขาหนุ่มกว่าและฟิตกว่าด้วย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'ทรัมป์' สั่งโจมตีทางอากาศกลุ่มฮูตีในเยเมน เสียชีวิตแล้ว 24 คน'ทรัมป์' สั่งโจมตีฐานที่มั่นกลุ่มฮูตีในเยเมน ตอบโต้กรณีที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง พร้อมขู่อิหร่านให้ยุติการสนับสนุนกลุ่มฮูตีทันที โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้กรณีที่กลุ่มดังกล่าวโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ระบุผ่านทรูธโซเชียล...
Read more »
รมว.กต.เผยรอกำหนดวันเจรจา-ยืนยันจะประสานหน่วยงานสหรัฐฯเปิดเจรจาให้สำเร็จย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจวันที่ 9 เมษายน 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมาตรการกำแพงภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ tariff ว่า กระทรวงการต่างประเทศ มีบทบาทในกระบวนการเจรจาตั้งแต่ต้น ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศมาตรการทางภาษี เนื่องจากมาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก...
Read more »
ทรัมป์ จ่อขึ้นภาษีพัสดุจากจีน อีก 90% สกัด Shein -Temuสกัด Shein -Temu ทรัมป์ จ่อขึ้นภาษีพัสดุจากจีน อีก 90%
Read more »
ไทยรอวันเจรจาภาษีทรัมป์ รมว.กต.ย้ำชูประโยชน์ชาติ มั่นใจสัมพันธ์สหรัฐฯ แน่นแฟ้นนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมาตรการกำแพงภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือ tariff ว่า กระทรวงการต่างประเทศ มีบทบาทในกระบวนการเจรจาตั้งแต่ต้น ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศมาตรการทางภาษี...
Read more »
PCB รอความชัดเจนภาครัฐ หวั่นภาษี 'ทรัมป์' ฉุดโรงงานในไทยย้านฐานการผลิตอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์(PCB) หวั่นภาษี 'ทรัมป์' ฉุดโรงงานในไทย ย้านฐานการผลิตไปยังประเทศคู่แข่ง แม้มั่นใจยังเป็น buffer zone แต่ต้องการความชัดเจนจากรัฐบาล
Read more »
5 เป้าหมายกำแพงภาษี 'ทรัมป์' จ่อประกาศขึ้นภาษีนำเข้ายาครั้งใหญ่ความปั่นป่วนทั่วโลก จากกำแพงภาษีสหรัฐฯ นักเศรษฐศาสตร์มองแรงกดดันย้อนกลับไปที่ 'ทรัมป์' และกำลังเป็นแรงกดดันทางการเมืองด้วย ขณะที่เตรียมประกาศเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ หวังช่วยกดดันบริษัทยาต่างๆ ให้ย้ายฐานการผลิตเข้าสู่สหรัฐฯ ความปั่นป่วนทั่วโลก จากกำแพงภาษีสหรัฐฯ นักเศรษฐศาสตร์มองแรงกดดันย้อนกลับไปที่ 'ทรัมป์'...
Read more »
