ท่ามกลางความปั่นป่วนการค้าโลก หลังคลื่นภาษีสหรัฐที่ทยานขึ้นในเกือบทุกภูมิภาค คาดว่าระเบียบข้อบังคับทางการค้าจากนี้จะเพิ่มขึ้นและมีรูปแบบที่คาดเดาได้ยาก
“คณะกรรมาธิการมีความยินดีที่จะประกาศว่าคณะกรรมาธิการได้นำข้อบังคับการบังคับใช้เกี่ยวกับการอนุญาตให้ผู้แจ้ง CBAM ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2568 และเผยแพร่บนเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการแล้ว” สำหรับข้อมูลนี้ จะช่วยให้ผู้นำเข้าและตัวแทนศุลกากรสามารถยื่นคำร้องขอสถานะผู้แจ้ง CBAM ที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำเข้าสินค้า ที่กำหนดตามกฎ CBAM ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.
ค.2569 นอกจากนี้ จะมีการให้คำแนะนำที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการอนุญาตสามารถดูได้ในส่วน “โมดูลการจัดการการอนุญาต” “Authorisation Management Module” บนเว็บไซต์ CBAM ได้ ซึ่งเป็นไปตามที่ คณะกรรมาธิการได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะปรับปรุงระเบียบ CBAM ให้เรียบง่าย และรับข้อเสนอใหม่ๆเกี่ยวกับเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 50 ตันของมวลเข้าไว้แล้วด้วย ดังนั้นคณะกรรมาธิการขอสนับสนุนให้ผู้นำเข้าที่คาดว่าจะเกินเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการนำเข้าสินค้า CBAM ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตโดยเร็วที่สุดบทวิเคราะห์ของ บริษัท Morgan Stanley Capital International ระบุว่าตลาดเครดิตคาร์บอนที่หยุดชะงักอาจละลายลงเมื่อปี 2030 ใกล้เข้ามา ปัจจุบันมีโครงการคาร์บอนมากกว่า 6,200 โครงการที่ลงทะเบียนในทะเบียนเครดิตระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด 12 แห่ง ณ สิ้นปี 2567 โครงการเหล่านี้ออกเครดิต 305 MtCO2e ในปีที่ผ่านและปัจจุบันได้ออกเครดิตมากกว่า 2.1 พันล้านเครดิตแล้วนับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงปารีสในช่วงปลายปี 2016 เมื่อปีที่แล้ว เครดิต 180 MtCO2e ถูก “ยกเลิก” ซึ่งหมายความว่าเครดิตเหล่านี้ถูกลบออกจากตลาดอย่างถาวร เพราะบริษัทต่างๆ ได้ใช้เครดิตเหล่านี้ในภาคสมัครใจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านสภาพอากาศ หลังการเติบโตอย่างรวดเร็วจนถึงปี2566 “ส่งผลให้ขนาดของตลาดเครดิตคาร์บอนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในปี 2567 ที่ผ่านมาโดย บริษัทต่างๆ ใช้เครดิตมูลค่ารวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2566 ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์เล็กน้อย” อย่างไรก็ตาม พบว่า ยิ่งใกล้ปี 2573 ซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่บริษัทหลายแห่งได้ตั้งเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางการปลดปล่อยคาร์บอน แต่ในความเป็นจริงยังมีช่องว่างระหว่างเป้าหมายดังกล่าวกับขั้นตอนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จริง จึงทำให้บริษัทหลายแห่งความปรารถนาที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้สอดคล้องกับเป้าหมายจึงต้องจ่ายเงินสำหรับเครดิตคาร์บอนควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของตนเอง สถานการณ์จำลองของ MSCI Carbon Markets คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดการเคลื่อนย้ายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าการลดลง โดยปี 2573 อัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 4 ถึง 11 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอัตราลดลงจะอยู่ระหว่าง 1 ถึง 13 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน นอกจากนี้ ภายในปี 2593 บริษัทหลายแห่งจะต้องเผชิญหรือเลยกำหนดเวลาคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งหนทางเดียวที่จะทำตามคำมั่นสัญญาได้คือ การซื้อ เครดิต คาร์บอน ซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ หรือ 45,000 ถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับสถานการณ์ราคา คาร์บอน เครดิต ในปัจจุบัน จากข้อมูลของ Carbon Pricing Dashboard ของธนาคารโลก ระบุว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เฉลี่ยที่ 12.8 พันล้านตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในจำนวนนี้ได้รับการจัดการด้วยคาร์บอนเครดิต 24% แบ่งเป็น ตลาดETS19% และภาษคาร์บอน 6% โดยราคาคาร์บอนเครดิต อยู่ระหว่าง 0.46-167 ดอลลาร์ต่อตัน ราคาในระดับสูงอยู่ในยุโรป เช่น สวีเดนราคา 127.26 ดอลลาร์ ต่อ tCO2e, อิตาลี 61.30 ดอลลาร์ต่อ tCO2e ,เยอรมนี 48.37 ดอลาร์ต่อtCO2e ,ฝรั่งเศส 47.94 ดอลลาร์ต่อtCO2e,สหราชอาณาจักร 61.30 ดอลลาร์ต่อ tCO2e
