จับตากระแสหวานน้อย! สะเทือนส่งออกน้ำตาล คาดปี 66 โต 1-5% : อินโฟเควสท์

United States News News

จับตากระแสหวานน้อย! สะเทือนส่งออกน้ำตาล คาดปี 66 โต 1-5% : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 100 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 43%
  • Publisher: 68%

จับตากระแสหวานน้อย! สะเทือนส่งออกน้ำตาล คาดปี 66 โต 1-5% น้ำตาลทราย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ส่งออกสินค้าอาหาร เศรษฐกิจไทย อินโฟเควสท์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 65-66 น้ำตาลทราย จะเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทย โดยไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยืนตัวในระดับสูง ผลผลิตน้ำตาลทรายของไทยที่กลับมาฟื้นตัว และออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดในหลายประเทศและวิกฤตอาหารทั่วโลก ที่ส่งผลให้น้ำตาลทรายยังคงเป็นที่ต้องการ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน และสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ ทั้งนี้ คาดว่า ปี 66 มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทรายของไทย จะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 65 ที่อาจเติบโตได้ถึง 125% เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำตาลทรายในประเทศจากภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลเชิงบวกต่อไทยจากการหาตลาดทดแทนของคู่ค้าอินเดียที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซูดาน ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลทรายจากอินเดียในสัดส่วนที่สูง นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ซึ่งไทยค่อนข้างได้เปรียบด้านระยะขนส่งที่ใกล้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง สำหรับภาพรวมการส่งออกน้ำตาลทรายของไทย ก็พบว่า มีตลาดคู่ค้าใหม่หลายประเทศ ที่มีความต้องการนำเข้าน้ำตาลทรายจากไทยมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ อาทิ จีน แทนซาเนีย เคนยา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการส่งออกน้ำตาลทรายของไทย ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกับคู่แข่งสำคัญอย่าง บราซิล ซึ่งมีส่วนแบ่งการส่งออกราว 21% ของการส่งออกน้ำตาลทรายทั้งหมดของโลก ขณะที่การย่อตัวของราคาส่งออกน้ำตาลทรายไทยในปี 66 น่าจะอยู่ในกรอบที่จำกัด จากต้นทุนการผลิตที่ขยับสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ยและสารเคมี ค่าแรงงาน ค่าพลังงานและขนส่ง ฯลฯ จึงทำให้น้ำตาลทรายส่งออกจากไทยค่อนข้างเสียเปรียบคู่แข่ง โดยเฉพาะบราซิล ซึ่งมีราคาต่อหน่วยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า อีกทั้งยังพยายามที่จะขยายตลาดน้ำตาลทรายในฝั่งเอเชียให้ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหม่ที่ไทยกำลังเข้าไปทำตลาดด้วย 3.

ข้อสรุปที่ยังไม่แน่ชัดของร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่ อาจส่งผลต่อการผลิตและการส่งออกน้ำตาลทรายในระยะข้างหน้า: โดยยังต้องติดตามความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับผลพลอยได้ของการผลิตน้ำตาล ซึ่งปัจจุบันยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้เกี่ยวข้อง ทำให้แม้การทยอยเปิดหีบอ้อยและผลิตน้ำตาลทรายในปีการผลิต 66 จะสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา และการส่งออกก็คงดำเนินการไปตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การหาข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับได้สำหรับทุกฝ่าย หากลากยาวออกไป อาจเป็นความเสี่ยงสำหรับการผลิตและการส่งออกน้ำตาลทรายในปีการผลิตถัดๆ ไปได้ ดังนั้น แม้ว่าด้วยโอกาสทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ แต่ด้วยปัจจัยแวดล้อมเฉพาะธุรกิจที่ยังเต็มไปด้วยหลากหลายความท้าทาย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยปี 66 อาจอยู่ที่ระดับ 3,590-3,730 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือขยายตัว 1-5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากฐานที่สูงมากในปีก่อน โดยการเติบโตน่าจะเป็นผลมาจากปริมาณเป็นหลัก ซึ่งไทยน่าจะสามารถส่งออกได้เพิ่มในตลาดคู่ค้าหลักที่มีความต้องการต่อเนื่อง อาทิ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้รวมถึงอานิสงส์จากคู่ค้าใหม่ๆ ที่หาตลาดทดแทนน้ำตาลทรายจากอินเดีย และเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารในประเทศ เช่น จีน ซูดาน แทนซาเนีย และเคนยา เป็นต้น ขณะที่การเติบโตจากฝั่งราคา แม้ว่าทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะมีแนวโน้มปรับลดลง แต่ด้วยต้นทุนการผลิตของไทยที่มีแนวโน้มจะขยับขึ้น จึงทำให้ระดับราคาส่งออกน้ำตาลทรายของไทยอาจย่อตัวได้จำกัด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หากมองไปข้างหน้า นอกเหนือจากความท้าทายที่ได้กล่าวมาข้างต้น ผู้ประกอบการอาจต้องจับตาแนวโน้มการบริโภคน้ำตาลในหลายประเทศที่อาจลดลงตามเทรนด์สุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อน้ำตาลทรายของไทยในระยะต่อไปได้ ทั้งนี้ โดยเฉพาะคู่ค้าที่มีตลาดปลายทางอยู่ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป สหรัฐฯ ที่เริ่มมีการออกกฎหมายต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลทรายของตลาดคู่ค้า เช่น จีน หรืออินโดนีเซีย ซึ่งเร่งขยายกำลังการผลิตในประเทศให้มากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยในระยะข้างหน้าได้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ส่องเศรษฐกิจไทยปี 66 ยังฟื้นไม่ทั่วถึง หลายปัจจัยเสี่ยงส่อลากยาว : อินโฟเควสท์ส่องเศรษฐกิจไทยปี 66 ยังฟื้นไม่ทั่วถึง หลายปัจจัยเสี่ยงส่อลากยาว : อินโฟเควสท์นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 66 ไว้ที่ 3.2% เนื่องจากแนวโน้มที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 66 จะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะไม่เติบโต เป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในยุโรปด้วย ขณะที่แนวโน้มที่จีนจะเปิดประเทศในช่วงไตรมาส 2/66 มีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องติดตามสถานการณ์ในจีนหลังจากนี้ ทั้งจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต และความเพียงพอของระบบสาธารณสุข เนื่องจากยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเผชิญการแพร่ระบาดระลอกใหม่ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจจีน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อสถานการณ์การเปิดประเทศของจีนดังกล่าว โดยยังคงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 22 ล้านคน ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1/66 ไปแตะระดับ 5% หรืออาจสูงกว่านั้น ก่อนที่จะมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงตลอดทั้งปี 66 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในการประชุมอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในจังหวะขาขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านแนวโน้มเงินบาทในช่วงไตรมาสแรกของปี มีโอกาสแข็งค่าขึ้น หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากตลาดรับรู้ความเป็นไปได้ดังกล่าวแล้ว สำหรับภาคการเงิน ภาพแนวโน้มสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยปี 66 …
Read more »

โซลาร์รูฟทางออกยุคค่าไฟแพง CHOW วางเป้าปี 66 ดันยอดพุ่งเป็น 150 MW : อินโฟเควสท์โซลาร์รูฟทางออกยุคค่าไฟแพง CHOW วางเป้าปี 66 ดันยอดพุ่งเป็น 150 MW : อินโฟเควสท์นายปรมัตถ์ จุฬวนิช ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) บมจ.เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานในปี 66 มีทิศทางเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องจากปี 65 จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ภาคเอกชนรายใหญ่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และให้ความร่วมมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ โดยตั้งเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการส่งออก และภาครัฐให้การสนับสนุนทั้งมาตรการด้านภาษีในกลุ่มภาคธุรกิจ และโครงการการรับซื้อไฟฟ้าตามมาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Feed-in Tariff: FiT) อัตรารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี ในภาคประชาชน ที่นอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นแหล่งรายได้ทางเลือกของครัวเรือนอีกทางหนึ่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้ Solar Rooftop เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 66 โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายจะมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเพิ่มเป็น 150 เมกะวัตต์ จาก 80 เมกะวัตต์ในปี 65 “CHOW มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการต่อยอดธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ทั้งการลงทุนในรูปแบบ Private PPAและการให้บริการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(EPC)ให้แก่ลูกค้ารายใหญ่และกลุ่มลูกค้า SME ที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม …
Read more »

แบงก์ชาติ ปักธง Smooth take off จับตาสัญญาณครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์แบงก์ชาติ ปักธง Smooth take off จับตาสัญญาณครึ่งหลังปี 66 : อินโฟเควสท์นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2565 ว่า ในช่วงปีนี้ อัตราเงินเฟ้อของโลกปรับตัวขึ้นสูงมาก จากปัจจัยราคาพลังงานที่เป็นแรงกระแทกสำคัญ และทำให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเร็วและแรงอย่างพร้อมเพรียงกันมากสุดในรอบ 50 ปี ซึ่งมีผลต่อเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ นำมาซึ่งการตึงตัวของภาวะการเงินโลก ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกในปีนี้ชะลอตัวจากปีก่อน และเป็นการชะลอตัวมากสุดนับตั้งแต่ปี 2007 (พ.ศ.2550) ในขณะที่เศรษฐกิจของไทยในช่วงต้นปี เพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยยังมีความเปราะบาง การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง แต่ระยะถัดมา เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายด้วยตัวเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีความอ่อนไหวน้อยต่อสถานการณ์ด้านต่างประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ ธปท. มีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเน้นเฉพาะจุดแบบตรงกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับการเข้าไปดูแลค่าเงินในบางช่วง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถประคองตัวและเริ่มฟื้นกลับมาได้ดังเช่นในปัจจุบัน ส่วนการจะกลับมาเห็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบภาวะปกติ (Policy Normalization) ได้ในช่วงใดนั้น นายปิติ กล่าวว่า คงยังไม่สามารถเจาะจงได้ เพราะต้องขึ้นกับสถานการณ์ในปี 2566 ด้วย โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า จึงอาจจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเข้าใกล้กับจุดที่มีศักยภาพแล้วหรือยัง และเงินเฟ้อไม่ได้สร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ซึ่งหากทุกอย่างเข้าสู่ภาวะ …
Read more »

ศก.ไทยปี 66 เหลือท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียวขับเคลื่อน : อินโฟเควสท์ศก.ไทยปี 66 เหลือท่องเที่ยวเพียงเครื่องยนต์เดียวขับเคลื่อน : อินโฟเควสท์นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 66 จะขยายตัวที่ 3.4% สูงกว่าปี 65 ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.2% แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ จากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลง กระทบต่อภาคการส่งออก ซึ่งคาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวได้เพียง 1.2% เท่านั้น โดยเศรษฐกิจโลกในปี 66 มีแนวโน้มชะลอตัว บางเขตเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากภาวะการเงินที่ตึงตัว ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ขณะที่ต้นทุนสินค้าต่างๆ ยืนอยู่ในระดับสูง จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่คาดว่าจะยังดำเนินต่อไป รวมไปถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแนวนโยบายแบ่งขั้ว (de-globalization) ระหว่างกลุ่มประเทศ NATO กับรัสเซีย และสหรัฐฯ กับจีน ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวไปสู่ภาวะชะลอตัว หรือถดถอยแบบไร้ตัวช่วย ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง กรณีสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัว แต่อาจไม่เกิดภาวะถดถอย เนื่องจากตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ขณะที่ยุโรปเสี่ยงเผชิญภาวะถดถอย เพราะประสบกับปัญหาการขาดแคลนพลังงาน …
Read more »

PRTR ปักหมุดขาย IPO 150 ล้านหุ้น-เข้า SET ปี 66 ก้าวสู่ผู้นำด้าน HR ยุคดิจิทัล,JMART จ่อร่วมทุน : อินโฟเควสท์PRTR ปักหมุดขาย IPO 150 ล้านหุ้น-เข้า SET ปี 66 ก้าวสู่ผู้นำด้าน HR ยุคดิจิทัล,JMART จ่อร่วมทุน : อินโฟเควสท์นางสาวสุวิมล ศรีโสภาจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป (PRTR) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ PRTR ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลัง IPO แล้ว คาดว่าจะจัดงานนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงต้นปี 66 วัตถุประสงค์การระดมทุนครั้งนี้ PRTR จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการและจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ณ วันที่ 30 มิ.ย.65 PRTR มีทุนจดทะเบียนจำนวน 300,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 600,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท และมีทุนที่ชำระแล้วจำนวน 225,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 450,000,000 หุ้น …
Read more »

TVDH ทรานฟอร์มธุรกิจสำเร็จหนุน Q4/65 ฟื้น มั่นใจ Q1/66 เทิร์นอะราวด์ : อินโฟเควสท์TVDH ทรานฟอร์มธุรกิจสำเร็จหนุน Q4/65 ฟื้น มั่นใจ Q1/66 เทิร์นอะราวด์ : อินโฟเควสท์นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทีวีดี โฮลดิ้งส์ (TVDH) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ ซูเปอร์ โฮลดิ้ง คัมปานี และดำเนินกลยุทธ์การตลาดอย่างแข็งแกร่งเพื่อสร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิม (Organic Growth) ได้แก่ ทีวี ไดเร็ค, เอบีพีโอ, เอ็กซ์เพรสโซ่ และทีวีดี โบรกเกอร์ ซึ่งปัจจุบันมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเดินหน้าสร้างการเติบโตจากการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ (Inorganic Growth) ประกอบด้วย ทีวีดีเอ็ม ทีวีดีซีและทีวีดี เอ็กซ์ซูเซีย รวมทั้งการลงทุนธุรกิจแห่งอนาคตในกลุ่มสตาร์ทอัพ เช่น อี๊ตแล็บ, นาสเก็ต รีเทล เป็นต้น จึงคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4 จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และพลิกกลับมาเทิร์นอะราวด์ในไตรมาส 1/2566 สำหรับแผนธุรกิจบริษัททีวี ไดเร็ค (บริษัทย่อยของ TVDH) มุ่งวางกลยุทธ์นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้หลัก (Hero products) ตลอดจนนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ โดยอยู่ระหว่างการนำระบบแชทบอท (AI Robotic) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าตลอด …
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:10:00