ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. . ตั้งแต่วันที่ 2-18 ส.ค.67 จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนทั่วไป ผ่านทางเว็บไซต์ของ สศค.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ... ตั้งแต่วันที่ 2-18 ส.ค.67 จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนทั่วไป ผ่านทางเว็บไซต์ของ สศค. และผ่านระบบกลางของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่ง สศค.ได้สรุปผลความคิดเห็นในประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้มีความเห็นว่าชื่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถาบันเทิงครบวงจร มีความหมายกว้างเกินไป ไม่สะท้อนเป้าหมายหลักของกฎหมาย จึงเสนอให้แก้ไขชื่อเป็น"ร่าง พ.ร.บ.สถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจร" เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของประเทศอื่น ที่มองกิจการประเภทนี้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และน่าจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ในเชิงบวกต่อโครงการได้มากกว่าในร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถาบันเทิงครบวงจร ที่มีการกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกฯ เป็นรองประธาน และมีกรรมการโดยตำแหน่ง 9 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 6 คน กำหนดให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายของสถานบันเทิงครบวงจรทั้งหมด ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ การป้องกันแก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบ การกำหนดจำนวนใบอนุญาต และพื้นที่ประกอบการ ตลอดจนหลักเกณฑ์เงื่อนไขการขออนุญาต และเลิกประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ประเภทกิจการที่อาจดำเนินการได้ เวลาเปิด-ปิด หลักเกณฑ์ผู้ถือหุ้น การพิจารณาต่ออายุหรือเพิกถอนใบอนุญาต เป็นต้น ซึ่งมีความเห็นว่าคณะกรรมการฯ มีอำนาจมากเกินไป โดยควรกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหาร หรือมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของการประกอบสถานบันเทิงครบวงจรไว้ในร่าง พ.ร.บ.เลย - มีข้อเสนอว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ควรมาจากการเปิดรับสมัครสรรหาที่ตรวจสอบได้โดยประชาชน โดยมาจากหลายภาคส่วนทั้งด้านพัฒนาชุมชน, สิทธิมนุษยชนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผู้ทำงานด้านลดผลกระทบจากอบายมุข เศรษฐกิจมหภาค สังคมวิทยา ธุรกิจ SMEs และภาคประชาสังคมจากพื้นที่ตั้งสถาบันเทิงครบวงจร ตลอดจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกคณะกรรมการเพื่อความโปร่งใส - ควรมีคณะกรรมการบริหารระดับพื้นที่จังหวัดที่มีการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร- เสนอให้กำหนดเพิ่มจากการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.อย่างน้อย 4 ประเภท เป็น 7 ประเภท ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ หรือบาร์ สนามกีฬา ยอร์ช และครูซซิ่งคลับ สถานที่เล่นเกม สระว่ายน้ำและสวนน้ำ สวนสนุก พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้า OTOP กิจการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด)- ควรกำหนดการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการไว้อย่างชัดเจน และไม่ควรเก็บภาษีเงินได้จากผู้เล่น ทั้งที่เป็นคนไทย และคนต่างชาติ - ควรกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ผู้รับใบอนุญาตในช่วง 10 ปีแรก- ควรกำหนดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นไทยให้ชัดเจน เช่น สัดส่วนผู้ถือหุ้นไทย ควรมีอย่างน้อย 30-51% เพื่อสนับสนุนให้เอกชนในไทยมีรายได้มากยิ่งขึ้น - ควรกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนในไทย เพื่อป้องกันนอมินีต่างชาติ- มีความเห็นทั้งฝ่ายที่มองว่าการกำหนดอายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่ 30 ปีนั้น นานเกินไป ควรลดเหลือเพียง 10 ปี ในขณะที่บางฝ่ายมองว่า ใบอนุญาต 30 ปีสั้นเกินไป โดยสามารถต่ออายุได้อีก 30 ปี หรือกำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุ 50-60 ปี - ควรกำหนดให้ชัดเจนในร่าง พ.ร.บ. แต่ไม่ควรกำหนดให้มีใบอนุญาตมากเกินไป เช่น ไม่เกิน 3-7 ราย อีกทั้งควรกำหนดว่าในแต่ละพื้นที่มีใบอนุญาตได้กี่ใบ เช่น ในกรุงเทพฯ ไม่เกิน 2-3 ราย และนอกกรุงเทพฯ ไม่เกิน 5-7 ราย- ควรกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนใน พ.ร.บ. เช่น ต้องมีที่ตั้งนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล เพื่อกระจายรายได้ และควรกระจายไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง หัวหิน หรือ กทม. - ใน พ.ร.บ. มีการกำหนดค่าธรรมเนียมการเข้าเล่นกาสิโนของคนไทยไว้สูงเกินไปที่ 5,000 บาท ซึ่งควรกำหนดไว้ที่ 1,000-2,000 บาท และควรกำหนดค่าธรรมเนียมไว้คงที่สำหรับการเข้าเล่นของคนไทย เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ- ควรกำหนดพื้นที่การเล่นให้ชัดเจน ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยควรกำหนดสัดส่วนของพื้นที่กาสิโนไว้ที่ 5-20% และพื้นที่กาสิโน ควรเปิดทำการได้ตลอด 24 ชั่วโมง- ควรกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายฯ มีอำนาจกำหนดการเล่นชนิดอื่นเพิ่มเติมได้ เช่น มวย, ม้า และศึกษาประเภทของกาสิโนที่เล่นในต่างประเทศเทียบเคียงด้วย - ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องกำหนดห้ามการพนันออนไลน์ในร่าง พ.ร.บ. เนื่องจากการกระทำดังกล่าว ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการพนันอยู่แล้ว- มีการตั้งข้อสังเกตว่า สถานบันเทิงครบวงจรอาจกลายเป็นแหล่งของการฟอกเงิน นอกจากนี้ อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสังคม เช่น การติดพนัน ครอบครัวแตกแยก ปัญหาอาชญากรรม และความสงบเรียบร้อยของประเทศโดยก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า การพิจารณาหาข้อสรุปร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่อง Entertainment Complex คาดว่าจะมีข้อสรุปภายในเดือนต.ค.นี้ ก่อนนำรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบความคืบหน้าต่อไป
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
คลัง ถกกฎหมาย 'สถานบันเทิงครบวงจร' พรุ่งนี้ หลังประชาพิจารณ์เสร็จกระทรวงการคลัง เตรียมนัดประชุม 10 กันยายน นี้ พิจารณาความเห็นกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร Entertainment Complex ซึ่งมีกาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วย หลังประชาพิจารณ์เสร็จ คาดยกร่างกฎหมายชงรัฐบาลใหม่ไฟเขียว
Read more »
จุลพันธ์ เผยกฎหมาย Entertainment Complex เข้าสภาปี68 ไม่รู้ปักหมุด จังหวัดใดจุลพันธ์ เผยความคืบหน้า Entertainment Complex หลังประชาพิจารณ์ผ่านฉลุย คลัง นำกฎหมายปรับปรุง ระบุ ชงกฎหมายเข้าสภาฯต้นปี2568 มั่นใจ ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ กระจายความเจริญให้ประชาชน ไม่รู้กาสิโน ปักหมุดจังหวัดใดบ้าง ไม่ขอโต้ฝ่ายค้านเหน็บ แนวทางเอื้อประโยชน์ 3...
Read more »
เปิดแฟ้ม ครม. โยกย้ายข้าราชการล็อตใหญ่ 'คลัง' ของบฯกลาง 7 พันล้าน อุดหนุน EVเปิดแฟ้ม ครม.24 ก.ย.แพทองธาร นั่งหัวโต๊ะ จับตาโยกย้ายข้าราชการล็อตใหญ่ คลัง - เกษตร สรรพสามิตของบกลางฯ 7 พันล้านอุตหนุนรถ EV ตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ
Read more »
ครม.โยกย้าย 9 บิ๊กกระทรวงการคลัง 'เอกนิติ-ธนารักษ์,กุลยา-สรรพสามิต,ปิ่นสาย-สรรพากร'ครม.โยกย้าย 9 บิ๊กกระทรวงการคลัง 'เอกนิติ-ธนารักษ์,กุลยา-สรรพสามิต,ปิ่นสาย-สรรพากร' นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่ รมว.คลัง เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการคลัง (กค.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 9 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.
Read more »
พักหนี้รายย่อย 1.85 ล้านราย ครม.ไฟเขียวช่วยลูกหนี้ธ.ก.ส.คลัง เผย ครม.ไฟเขียว มาตรการพักหนี้ระยะ2 และ3 ช่วยลูกหนี้ธ.ก.ส.1.85 ล้านราย หวังช่วยปรับโครงสร้างหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ วันนี้ (24 ก.ย.
Read more »
'คลัง' เดินเครื่องชงครม.รีดภาษีคาร์บอน“คลัง” เดินเครื่องภาษีคาร์บอน คาดเตรียมชง ครม. เร็ว ๆ น […]
Read more »
