ดอกเบี้ย สงคราม ค่าเงินบาท ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาทอง คาดปี 67 ทองอาจทำสถิติราคาใหม่ ด้านคนไทยหันมาออมทองเพิ่มขึ้น แม้ราคาจะพุ่งแต่เน้นซื้อเก็บทีละน้อย
ที่ได้รับความนิยมสูง และยิ่งในช่วงเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ หรือ สงคราม ทองคำก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ เนื่องจากเป็นหลักประกันที่จับต้องได้ ทำให้ราคาก็มักจะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยความที่เป็นที่ต้องการมากขึ้น จึงกลายเป็นที่สนใจของหมู่นักลงทุนเป็นอย่างมาก หรือที่เรียกกันว่าแต่ทั้งนี้ทองคำก็นับเป็นสินทรัพย์การเงินที่มีความอ่อนไหวของราคาที่สูง มีปัจจัยใดๆ มา ก็อาจส่งผลให้ราคาเปลี่ยนแปลงไปอย่างง่ายดาย ดังนั้นการลงทุนทองคำจึงจำเป็นต้องอาศัยการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ซึ่งหากดูจะพบว่า “ราคาทองคำไทย” เคยราคาแค่เพียงบาทละ 416 บาทเมื่อปี 2510 แต่ปัจจุบัน ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 ราคาทองคำรูปพรรณซื้อบาทละ 32,806.
24 ขายออกบาทละ 34,000 ส่วนราคาทองคำแท่ง ซื้อบาทละ 33,400 ขายออกบาทละ 33,500 มองเทรนด์ราคาทองคำว่า ภาพรวมราคาทองคำจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูง โดยรวมมูลค่าการซื้อขายเติบโตขึ้นตามราคาทองที่ผันผวนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเข้ามาสนใจในตลาดค้าทองคำมากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเทรนด์ในการเติบโตของราคาทองจะเห็นได้ว่า เพิ่งผ่านจุดที่สูงสุดในตลาดเมืองไทยก็ว่าได้ จึงเป็นจุดหนึ่งที่นักลงทุนที่ออมเงินหันมาสนใจการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรมากขึ้น ท้ังนี้นักลงทุนรุ่นใหม่ยังมีการปรับตัวจากการเน้นซื้อทองรูปพรรณ มาเป็นการซื้อทองคำแท่งและลงทุนกับทองมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะด้วยความที่ทองถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุน หรือเก็บออมเพื่ออนาคต เพราะยิ่งเวลาผ่านไปมูลค่าทองก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มองว่า มีหลายปัจจัยที่จะต้องติดตาม ทั้งเรื่องของดอกเบี้ย สงคราม และเรื่องค่าเงินบาทอ่อนค่า ที่เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ราคาทองปรับขึ้น ดังนั้นราคาทองยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น แต่อาจจะต้องดูสถานการณ์สงคราม เงินเฟ้อ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนระยะเวลาสองเดือนที่เหลือนี้เป็นช่วงเวลาที่เดาตลาดได้ยาก เพราะอาจจะเกิดการผันผวน แต่หากมองในระยะยาวราคาทองจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะในหน่วยของเงินบาท หรือเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ในช่วงเดือนธันวาคมตลาดทองจะเริ่มเงียบ นอกจากจะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็จะต้องไปดูในปี 67 ในเรื่องของภาวะซบเซาของอเมริกาในตลาดช่วงราวๆ ไตรมาส 2 ว่าจะมีแนวโน้มชะลอตัวหรือไม่ และจะต้องดูว่า Asset อะไรที่นักลงทุนจะวิ่งเข้าหา หุ้น ทองคำ ฯลฯ อีกทั้งสภาวะเรื่องของเงินดอลลาร์ เงินบาท ว่าจะอ่อนหรือไม่ ซึ่งมองว่า ธนบัตรอาจจะกลับมา และทองคำอาจจะกลับมาอีกรอบหนึ่ง หากคุมเงินเฟ้อได้ “ปี 67 คิดว่าราคาทองจะขยับขึ้นจ่อนิวไฮ เนื่องจากทองคำไม่มีวันสิ้นสุด แต่ก็ต้องมาดูค่าเงินบาท ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์นโยบายการเงินของประเทศ ดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักๆ ส่วนโอกาสที่ราคาทองจะพุ่งสูงขึ้นหรือไม่มองว่ามีโอกาส แต่กระนั้นทองคำก็มีวงโคจร มีช่วงที่ซึม ลง ไม่ขยับเป็นปีๆ ก็มีด้วยเช่นกัน ดังนั้นราคาทองในตลาดจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แต่ถามว่าแนวโน้มมีโอกาสขึ้นสูงหรือไม่มองว่า “มี” แต่ต้องดูสถานการณ์ปัจจัยตอนนั้น ทั้งสถานการณ์โลก เศรษฐกิจ ตัวเลขดอกเบี้ย ตลาดหุ้น วิกฤติต่างๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีผลต่อราคาทอง” ส่วนประเภทของทองคำที่นิยมอย่าง ในอดีตคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ มักซื้อเก็บเป็นทองรูปพรรณ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นทองคำแท่ง กว่า 90% อีกทั้งออมทอง ที่ผ่านมาก็โตเรื่อยๆ ฉะนั้นหากโปรดักต์ทองสามารถเข้าถึงได้หลายๆ ช่องทาง ก็จะทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น รวมทั้งฐานลูกค้าที่ซื้อขายในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ที่มีกำลังซื้อ ส่วน Trading หรือออมทองจะเป็นหลายช่วงอายุ “ทองคำในระยะยาวยังไงก็โต เพราะจาก 20-30 ปีที่ผ่านมา ทองเฉลี่ยพุ่งสูงต่อเนื่อง ดังนั้นเทรนด์การออมทองยังคงไปอย่างต่อเนื่อง หากต้องการออมทอง แนะนำว่าซื้อในรูปของเงินบาทจะปลอดภัยที่สุด มั่นคง และค่อยๆ ขยับ เนื่องจากหน่วย USD มีความผันผวน ดังนั้นการออมทองเป็นสกุลเงินบาทจะมีความมั่นคงต่อการขยับของราคา ทำให้สามารถออมได้สม่ำเสมอ และราคาไม่เหวี่ยงมาก”มองว่า คนไทยเคยชินกับการออมทองมาแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้สามารถออมทองได้ทีละน้อยๆ เพียงหลักร้อย ทำให้ในปัจจุบันคนออมทองเยอะขึ้น เนื่องจากคนไทยมีความชื่นชอบทองคำอยู่แล้ว ดังนั้นทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในการออมสำหรับคนรุ่นใหม่ "พฤติกรรมของคนไทยนิยมซื้อเป็นทองคำรูปพรรณ 96.5% ดังนั้นหากต้องการซื้อเพื่อการออมแนะนำเป็นทองคำแท่งจะเสียค่าธุรกรรมน้อยกว่า มีสภาพคล่องสูงกว่า โดยที่ออมทองส่วนใหญ่คนนิยมเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท เน้นออมทีละน้อยๆ ซึ่งมีคนออมเดือนละหลักหมื่นก็มี แต่ของ GCAP เริ่มต้นออมได้ที่ 500 บาท รวมทั้งคนไทยเน้นถือทองคำเป็นสินทรัพย์ระยะยาว"
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รู้หรือไม่ ไทม์ไลน์ 'บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่' ดีเดย์ 1 ม.ค. 67 นี้กระทรวงสาธารณสุข เผยไทม์ไลน์ 'บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่' ดีเดย์ 1 มกราคม 2567 พร้อมบริการ 4 จังหวัดนำร่อง ครอบคลุมทั่วไทย 'เหนือ-กลาง-อีสาน-ใต้' ใช้บริการในทุกโรงพยาบาลทุกสังกัดในพื้นที่
Read more »
ผบ.ตร.เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สมาคมแม่บ้านตำรวจผบ.ตร.เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยสมาคมแม่บ้านตำรวจชูกลยุทธ์การดำเนินงาน “จากแม่บ้านตำรวจเพื่อชีวิตครอบครัวตำรวจ เพื่อพัฒนาคน เพื่อสังคม”
Read more »
Dr.CBD ขนทัพผลิตภัณฑ์ ร่วมงาน CBD Journey ที่ญี่ปุ่น พร้อมกางแผนส่งออกปี 2567Dr.CBD ขนทัพผลิตภัณฑ์ ร่วมงาน CBD Journey งานแสดงสินค้า นิทรรศการ การประชุม CBD และกัญชา ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกางแผนส่งออกปี 2567
Read more »
\'โหรฟองสนาน\' ทำนายดวงคนที่ลัคนาสถิตเมถุน เค้าโครงชีวิตปี 2567โหรฟองสนาน จามรจันทร์ โหรชื่อดังได้ออกมาทำนายดวงชะตาคนที่ลัคนาสถิตเมถุน เค้าโครงชีวิตปี 2567 โดยระบุไว้ดังนี้
Read more »
จะมาไทยแล้ว !? AIS ประกาศพร้อมใช้งาน Wi-Fi 7 ผ่าน AIS Fibre มกราคมนี้ !ในงาน AIS The Next Evolution ได้มีการการประกาศว่าในเดือนมกราปี 2567 นี้ ประเทศไทยจะใช้ Wi-Fi 7 ได้แล้ว ผ่านการร่วมมือกับ TP-Link
Read more »
'กลุ่มยานยนต์' สายเปย์โบนัสสูงสุดตลอดกาลสมาคม PMAT เปิดโผตัวเลขการขึ้นเงินเดือนและโบนัสเฉลี่ยปี 2566-2567 จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายใน 10 อุตสาหกรรม มีองค์กรเข้าร่วม 125 ราย หรือคิดเป็นจำนวนพนักงานทั้งหมด 80,000 คน
Read more »
