ข้าวเหนียว : เมื่อมิติความมั่นคงทางอาหารเป็นตัวกลางขับเคลื่อนโมเดล BCG : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย...รศ.ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4103
พื้นที่ปลูก ข้าวเหนียว นาปีในฤดูเพาะปลูก 2567/2568 ของไทยมีทั้งหมด 13.5 ล้านไร่ ซึ่งกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อยู่ในภาคอีสาน หลายจังหวัดปลูก ข้าวเหนียว เป็นหลัก และเหลือพื้นที่ปลูกข้าวเจ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่นในมุมมองของเกษตรกร คุณค่าของ ข้าวเหนียว มาจาก ความมั่นคงทางอาหาร และความเป็นปึกแผ่นของชุมชน เพราะเกษตรกรปลูก ข้าวเหนียว เพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นอันดับแรก ที่เหลือเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในฤดูกาลถัดไป และแบ่งปันกันใช้ในงานประเพณีของชุมชน แล้วจึงทยอยขายผลผลิตที่เหลือเพื่อเป็นรายได้ เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์ กข 6 และ สันป่าตอง เพราะรสชาติดี นุ่มหอม ส่วนพันธุ์พื้นเมือง เช่น เขี้ยวงู ข้าวก่ำ เล้าแตก ข้าวดอ จะปลูกในบางพื้นที่ และมักมีตลาดเฉพาะที่ให้คุณค่ากับ ข้าวเหนียว เหล่านี้ นาปีของประเทศเฉลี่ย 6 ล้านตันต่อปี ไทยผลิต ข้าวเหนียว ได้มากที่สุดในโลก แต่มีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยประมาณ 390 กก.
ซึ่งน้อยกว่าผลผลิตต่อไร่ของเวียดนาม ผลผลิตที่ได้เกือบทั้งหมดใช้บริโภคในประเทศ มีที่เหลือส่งออกเพียงประมาณ 140,000 ตันต่อปี ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยตรงเพราะทำให้ผลผลิตลดลง เจอปัญหาโรคพืชโรคแมลงมากขึ้น ความเสี่ยงจากอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่ผันผวนมากขึ้นจนยากจะรับมือ ทำให้ความมั่นคงทางอาหารสั่นคลอน และในขณะเดียวกันเกษตรกรก็ถูกมองในแง่ลบว่า นาน้ำขังที่ทำอยู่สร้างก๊าซมีเทน ไปเพิ่มความสาหัสให้ภาวะโรคร้อน ดังนั้น การผลักดันให้เกษตรกรยอมรับเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ มาตรฐานและมูลค่าผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ตามโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว ที่รัฐบาลประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2564 ก็น่าจะช่วยลดทั้งผลกระทบ ลดการก่อก๊าซมีเทน ลดการใช้ปุ๋ยยูเรียและสารเคมี เพิ่มคุณภาพเมล็ดพันธุ์ หากทำได้สำเร็จ ก็จะสามารถรักษาความมั่นคงทางอาหารไว้ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อีกหลายล้านครัวเรือน แล้วเกษตรกรพร้อมจะรับเทคโนโลยีหรือไม่ จุดสำคัญคือ เกษตรกรต้องเห็นประโยชน์ใกล้ตัวจากการทดลองใช้ ในช่วงเวลาที่ไม่นานเกินไปนัก เช่น เพิ่มผลผลิตต่อไร่ แก้ปัญหาโรคข้าวได้ หรือลดต้นทุนได้จริงในบริบทที่เขาอยู่หรือด้วยต้นทุนที่เขามี ดังนั้น ก่อนเริ่มถ่ายทอดเทคโนโลยี ผู้ถ่ายทอดควรจะมองให้ออกว่า เทคโนโลยีดีๆ ที่จะนำเข้าไปให้นั้นตรงกับสิ่งที่เกษตรกรต้องการ และเหมาะกับบริบทเกษตรกรและทุนชุมชนหรือไม่ เพราะเทคโนโลยีที่ดีแต่ถ้าไม่มีระบบนิเวศ ที่เหมาะสมรองรับก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ในทางกลับกัน หากเทคโนโลยีเหมาะสมและออกแบบแนวทางถ่ายทอดได้ดีจนเกษตรกรยอมรับจริง ก็จะส่งผลให้เทคโนโลยีนั้น แพร่กระจายและปักหลักได้ในชุมชน เพราะข้าวเหนียวเป็นความมั่นคงทางอาหารและความมั่นคงในชีวิต ผู้เขียนได้รับโอกาสในการศึกษากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียว จากพื้นที่จังหวัดเชียงราย ลำปาง อุดรธานี นครพนม ก่อนที่พวกเขาจะเข้าซึ่งเป้าหมายหนึ่งของโครงการคือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้กับเกษตรกร ผู้เขียนพยายามหาคำตอบว่า เดิมก่อนที่จะเริ่มโครงการ เกษตรกรที่ลงมือผลิตข้าวคุณภาพสูงอย่างข้าวอินทรีย์ หรือ ลดการใช้สารเคมี หรือเกษตรกรที่สามารถขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวคุณภาพดี ซึ่งจะได้ราคาสูงกว่าการขายข้าวเปลือกเราพบว่า เกษตรกรที่ผลิตข้าวอินทรีย์อยู่แล้ว หรือ พยายามลดการใช้สารเคมีมักเป็นเจ้าของที่ดินเอง ต้องการรักษาคุณภาพพื้นที่และสามารถใช้พื้นที่ตนทดลองแนวทาง หรือ เทคโนโลยีใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าที่ หรือว่าจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า และมักเป็นเกษตรกรที่ทำนาดำ ส่วนกลุ่มที่ทำนาหว่านไม่สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ได้ เพราะต้องจัดการวัชพืช แต่การปรับวิธีการทำนาต้องอาศัยความพร้อมเรื่องแรงงาน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่ายๆ เกษตรกรที่สามารถขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว มักจะทำนาดำเช่นกัน เพราะเกษตรกรจำเป็นต้องเดินแปลงเพื่อตัดพันธุ์อื่น ที่เข้ามาปะปนตลอดช่วงการเจริญเติบโตของข้าว ซึ่งนาดำจะทำได้ง่ายกว่า และมักใช้ที่ดินปลูกข้าวอย่างเดียวแบบเชิงเดี่ยว เพราะจะได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด และการจัดการเนื่องจากการผลิตเพื่อขายเมล็ดพันธุ์ต้องใช้แรงงาน และความประณีตในการตัดพันธุ์ปน แต่นั่นหมายความว่า เกษตรกรที่อยากทำเกษตรผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงพืชเชิงเดี่ยว ก็อาจไม่เหมาะกับการปลูกเพื่อขายเมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้ ยิ่งเกษตรกรปลูกข้าวเหนียวมานานมากเท่าไร โอกาสที่จะปรับเป็นผู้ขายเมล็ดพันธุ์ยิ่งน้อยลง และมีรายได้รวมจากภาคเกษตรน้อยลงด้วย ซึ่งเป็นไปได้ว่า เมื่อเคยชินกับการปลูกในรูปแบบเดิมๆ มานาน การปรับหาแนวทางเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือออกจาก comfort zone จำเป็นต้องมีแรงจูงใจที่สูงพอ ที่สำคัญคือ เกษตรกรที่มีระดับทุนมนุษย์สูง ทั้งความเชื่อมั่นในศักยภาพการแก้ปัญหาของตน ทักษะต่างๆ และชอบทดลอง มักเป็นกลุ่มที่ผลิตข้าวอินทรีย์ได้ หรือพยายามลดสารเคมี และสามารถสร้างรายได้จากข้าวเหนียวได้ ในทางกลับกัน เกษตรกรที่มีหนี้สินมาก ยิ่งกังวลต่อผลตอบแทน โอกาสที่จะลดการใช้สารเคมี หรือ จะหันมาทดลองใช้ความรู้ใหม่เพื่อขายเมล็ดพันธุ์ก็ทำได้ยาก ระดับทุนทางสังคม เช่น การแบ่งปันผลประโยชน์ในชุมชนที่เป็นธรรม และประเพณีการแลกเปลี่ยนแรงงาน สำคัญมากต่อการขายเมล็ดพันธุ์ ที่ต้องพึ่งพิงการรวมกลุ่มเกษตรกร เพื่อผลิตให้ได้ตามปริมาณที่ได้รับจัดสรรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เป็นแหล่งรับซื้อหลักของชุมชน ทุนโครงสร้างพื้นฐาน สำคัญต่อการขายเมล็ดพันธุ์ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพราะการพัฒนาคุณภาพ หรือการขายเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน เกษตรกรจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำและการขนส่งที่สะดวก ระดับทุนทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งอุดมสมบูรณ์มาก เกษตรกรจะต้องการลดการใช้สารเคมีเพราะได้ประโยชน์จากดินดี อาหารจากแปลงนาและไม่ต้องการให้สารเคมีส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเดิมอย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการผลิตข้าวอินทรีย์ และข้าวมาตรฐานการเกษตรที่ดี ยังไม่ได้เพิ่มรายได้ภาคเกษตรของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ แม้เกษตรกรจะสามารถขายผลผลิตอินทรีย์/GAP บางส่วนให้แหล่งรับซื้อที่ให้ราคาสูงกว่าโรงสี แต่ข้าวที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ยังต้องขายในราคาข้าวทั่วไป เมื่อผนวกกับต้นทุนการผลิตข้าว GAP ที่สูงกว่าข้าวทั่วไป อีกทั้งผลผลิตต่อไร่ของข้าวอินทรีย์ที่อาจต่ำกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มแรก ทำให้การผลิตข้าวคุณภาพสูงไม่ได้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเท่าใดนัก แต่เหตุผลหลักที่เกษตรกรยังผลิตข้าวอินทรีย์ คือ ประโยชน์ด้านสุขภาพที่ได้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ แหล่งรายได้ที่หลากหลายและผลผลิตต่อไร่ส่งผลทางบวกต่อรายได้รวมภาคเกษตรของเกษตรกร ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ควบคู่กับการสร้างรายได้จากกิจกรรมอื่นๆ บนฐานวัฒนธรรมข้าวเหนียว จะช่วยให้เกษตรกรอยู่รอดได้ การเข้าใจความต้องการของเกษตรกร ระดับทุนชุมชนและบริบทแวดล้อมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ผนวกกับการออกแบบกระบวนการถ่ายทอดที่ทำให้เทคโนโลยีจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เพื่อเสริมทุนด้านต่างๆ ในชุมชนควบคู่กันไป เช่น เสริมนวัตกรรมการเงิน เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรจัดการเรื่องทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น หรือหาองค์กรปลายน้ำที่สามารถเป็นช่องทางตลาดให้ผลผลิตคุณภาพสูงได้ ก็จะทำให้เกษตรกรเห็นประโยชน์ใกล้ตัว และมีแรงจูงใจที่จะออกจากความเคยชินมาทดลองและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะลดผลกระทบต่างๆ จากโลกร้อนและปลูกข้าวคุณภาพสูงได้ ในโอกาสหน้า ผู้เขียนจะมาเล่าให้ฟังถึงผลการยอมรับเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดจากโครงการ BCG- NAGA Belt Road *โครงการ “ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวด้วยเกษตรสมัยใหม่บนเส้นทางสายวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง สนับสนุนโดย สวทช.
ข้าวเหนียว BCG โมเดล BCG คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ ความมั่นคงทางอาหาร เขมรัฐ เถลิงศรี
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
จุลพันธ์ย้ำความร่วมมือภูมิภาค-หนุนบีซีจีจุลพันธ์ แสดงจุดยืนในเวทีการประชุม รมต. คลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ครั้งที่ 28 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ย้ำ ความร่วมมือภูมิภาค หนุน BCG Economy รับมือสังคมผู้สูงวัย
Read more »
การใช้ทฤษฎีใหม่ในการกำกับดูแลการควบรวมธุรกิจในยุโรปและสหรัฐการใช้ทฤษฎีใหม่ในการกำกับดูแลการควบรวมธุรกิจในยุโรปและสหรัฐ : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย รศ.ดร.จันทร์ทิพย์ บุญประกายแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Read more »
การเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ภายใต้บริบทความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ภายใต้บริบทความมั่นคงทางเศรษฐกิจ : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย ผศ.ดร.สินีนาฏ เสริมชีพ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4097
Read more »
อุทยานวิทย์ มช.หนุนธุรกิจไทยลุยเส้นทางคาร์บอนต่ำ BCGอุทยานวิทย์ มช. สร้างจุดเปลี่ยนใหม่ ดันธุรกิจไทยสู่เส้นทางคาร์บอนต่ำ ผนึกพันธมิตรลุยเป้าหมายเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก
Read more »
TSM Group รุกธุรกิจสีเขียวในงาน THAIFEX 2025 เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Sustainable CO₂ คว้า TOP Innovation AwardTSM Group เแสดงศักยภาพในฐานะผู้นำธุรกิจสีเขียวในงาน THAIFEX 2025 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ สู่ธุรกิจสีเขียวหมุนเวียนอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเทคโนโลยี Carbon Capture สู่อนาคตที่ยั่งยืน เปิดตัว...
Read more »
แค่เข้าใจการเงินพื้นฐานก็ช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้นจริงหรือ?แค่เข้าใจการเงินพื้นฐานก็ช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้นจริงหรือ? : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย รศ.ดร.อจลวรรธก์ วิริยะวิภาต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Read more »
