ดอกเบี้ยขาลงกดดัน NIM กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กูรูเตือนกำไรไตรมาส 2/68 มีแนวโน้มหดตัว รับผลกระทบสินเชื่อชะลอ-รายได้ดอกเบี้ยลด
ดอกเบี้ยขาลง กดดัน NIM กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กูรูเตือนกำไรไตรมาส 2/68 มีแนวโน้มหดตัว รับผลกระทบสินเชื่อชะลอ-รายได้ดอกเบี้ยลด จากสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งไทยและต่างประเทศที่มีความผันผวน และการกลับเข้าสู่วัฏจักร ดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้ นักลงทุน มีความกังวลว่าจากการที่ ธปท.
หั่นดอกเบี้ยไทยลง และมีแนวโน้มที่จะลดลงอีกหากไทยถูกกดดันจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ จะกระทบต่อผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มแบงก์เผยมุมมองต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่า ด้วยสินเชื่อสุทธิกลุ่มแบงก์ฯ ภายใต้หุ้น 8 ธนาคารที่ทางฝ่ายวิเคราะห์ ณ สิ้น เม.ย. 68 ชะลอตัว 0.6% จากเดือนก่อน ลดลง 2.0% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน หดตัวลง 1.1% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน จากสินเชื่อรัฐบาล และสินเชื่อรายย่อย อย่าง สินเชื่อเช่าซื้อ บ้าน และจำนำทะเบียนรถ เพราะการปล่อย สินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวัง ตามภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่ ของ TISCO และTTB ยังขยายตัว หากพิจารณารายธนาคาร พบว่ามีเพียงสินเชื่อของ TISCO ที่เติบโต 0.6% จากเดือนก่อน ลดลง 0.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.2% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน จากลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโรงไฟฟ้าโดยฝ่ายวิจัยคาดสินเชื่อช่วงไตรมาส 2-3/68 ยังซึม เพราะนโยบายสินเชื่อเข้มงวดของ ธ.พ. เพื่อลดปัญหา NPL ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค และทิศทางสินเชื่อกระตุกตัวขึ้นบ้างในไตรมาส 4 เป็นไปตามฤดูกาล องค์ประกอบรวมคงคาดสินเชื่อ ณ สิ้นปี 68 ทรงตัวเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ด้านเงินฝากกลุ่มฯ ณ สิ้น เม.ย. เพิ่ม 0.3% จากเดือนก่อน หลักๆ มาจาก KTB โดยรวม Loan to deposit ratio อยู่ที่ 85.1% เทียบกับ 85.9% ณ สิ้น มี.ค. 68 ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ อิงฐานข้อมูล ธปท. พบว่าทิศทางสินเชื่อ NPL ที่ตกชั้นใหม่ ระหว่าง ไตรมาส 1/68 ทั้งระบบสถาบันการเงิน อยู่ในระดับที่ต่ำลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 สะท้อนการคุมเข้ม สินเชื่อปล่อยใหม่และการทำ Balance sheet clean up หนี้ที่มีปัญหาตั้งแต่โควิด ของแต่ละธนาคาร ช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ตามความเห็นฝ่ายวิจัย แต่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ รวมถึงการชะลอตัวของภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ทุกกลุ่มลูกหนี้ระยะข้างหน้า ภาพดังกล่าวมองว่า ธ.พ. ที่มีระดับ Coverage ratio สูงสุดในกลุ่มฯ 3 อันดับแรกอย่าง BBL ตามด้วย KTB และ TISCO จะเป็นกันชนช่วยให้ภาระการตั้งสำรองในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี ไม่สูงขึ้นมาก จนกระทบกำไรสุทธิ เมื่อเทียบกับกลุ่มฯ ตามมุมมองของฝ่ายวิจัย ทั้งนี้ การเตรียมออกจากแผนฟื้นฟูของ THAI ซึ่งหากหลังออกจาก แผนฯ ยังชำระหนี้ได้ต่อเนื่อง น่าจะนำไปสู่การเลื่อนชั้นขึ้นจาก NPL ในลำดับถัดไป นั้น มองว่ามีโอกาสเป็นปัจจัยช่วยให้เจ้าหนี้ อาทิ BBL และ KTB สามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้คล่องตัวมากขึ้นในช่วงท้ายปีสำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิกลุ่มฯ ในไตรมาส 2/68 ลดลงจากไตรมาสก่อน และ เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ผลกระทบหลักๆ มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ ชะลอตัว ทั้งมุมมองสินเชื่อไม่เติบโต ประกอบกับการลดอัตราดอกเบี้ย M-Rate ของ ธ.พ. ใหญ่ ด้าน Credit cost ทรงตัวไตรมาสก่อน แม้ NPL Formation ตามที่ได้กล่าวในช่วงก่อนมีสัญญาณดีขึ้น แต่เศรษฐกิจมหภาคข้างหน้าดูอ่อนแอ ทั้งนี้ สมมติฐาน NIM ฝ่ายวิจัย รองรับการลงดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังปี 68 ภายใต้ NII ที่ถูกกดดัน รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมฝั่งธนาคารเติบโตจำกัดตามภาวะเศรษฐกิจ และ Credit cost ลดลงได้ยาก ทำให้การบริหารจัดการผลกระทบจากวงจรดอกเบี้ย มีเพียง 2 ช่องทาง คือ การบริหารค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ในกลุ่ม Capital market ด้วยสัดส่วนกำไรสุทธิกลุ่มฯ ไตรมาส 1/68 คิดเป็นสัดส่วน 27% ของประมาณการทั้งปี สอดคล้องกับทิศทางกำไรช่วงไตรมาสที่เหลือของปีชะลอตัว และทำจุดต่ำสุดไตรมาส 4 อันเป็นผลจากค่าใช้จ่าย ดำเนินงาน และ Credit cost เพราะการเร่งบริหารจัดการ NPL เพื่อลดความเสี่ยงด้าน NPL ในปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายประเมินว่าภาพรวมกลุ่มฯ มุม Valuation ไม่แพง บน PBV ต่ำ 1 เท่า และ Dividend Yield น่าสนใจ 6% ต่อปี โดยมองว่า ปัจจัยขับเคลื่อนข้างหน้ามาจากช่วงการจ่ายปันผลระหว่างกาล คงชอบธนาคารที่แนวโน้ม ROE ทำได้ดีกว่ากลุ่มฯ อย่าง KTB และ TISCO รวมถึงทั้งคู่ให้ Div yield ระดับ 7% -8% ต่อปีนักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า ภาพรวมสินเชื่อกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นเดือนเม.ย. 68 อยู่ที่ 10.7 ล้านล้านบาท ลดลง 0.4% จากเดือนก่อน กดดันจากสินเชื่อรัฐบาล สินเชื่อองค์กรและสินเชื่อรายย่อยปรับลดลง โดยธนาคารที่รายงานสินเชื่อหดลงตัว จากเดือนก่อน ได้แก่ KTB, KBANK, KKP, TTB, SCB และ BBL ในทางกลับกัน มีเพียง TISCO ธนาคารเดียวที่รายงานสินเชื่อเติบโตจากเดือนก่อน ฝ่ายวิจัยคาดว่าสินเชื่อน่าจะทรงตัวจากเดือนก่อน ในเดือนพ.ค. โดยคาดว่าทิศทางสินเชื่อของกลุ่มธนาคารจะเติบโตได้ในช่วงครึ่งหลังปี 68 จากความต้องการใช้สินเชื่อสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น จากการเข้าช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปลายปี ทั้งนี้ ปัจจุบันฝ่ายวิจัยเห็นความเสี่ยงจากสมมติฐานสินเชื่อปี 68 ของกลุ่มธนาคารราว 1-2% เนื่องจากประเมินว่าสินเชื่อของ KBANK, KTB และ TTB น่าจะมีความเสี่ยงของสินเชื่อในปีนี้ราว 1-3% จากสมมติฐานของฝ่ายวิจัย ส่วนแนวโน้มสินเชื่อของ BBL, KKP, SCB และ TISCO น่าจะสอดคล้องกับสมมติฐานของฝ่ายวิจัย จากการคำนวณของฝ่ายวิจัย คาดว่ากำไรสุทธิสำหรับเดือนเม.ย. 68 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ราว 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน นำโดยกำไรสุทธิของ KKP, TTB, KTB, KBANK และ SCB ที่ปรับเพิ่มขึ้นเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ในทางกลับกัน โดยคาดกำไรสุทธิของ BBL และ TISCO จะปรับลดลงเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ในเดือนเม.ย. 68บล.ดาโอ ระบุว่า มีมุมมองเป็นลบต่อสินเชื่อในเดือน เม.ย. 68 ที่กลับมาหดตัวที่ -0.42% จากเดือนก่อน จากเดือน มี.ค. 67 ที่เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน โดยการลดลงส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อภาครัฐที่ลดลงจากปีงบประมาณ และสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังลดลงตามยอดขายรถยนต์ที่มีการปรับตัวลดลง และจากกำลังซื้อชะลอตัว รวมถึงหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้กลุ่มธนาคารมีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่สินเชื่อรายใหญ่ยังคงทรงตัวได้ ขณะที่ทางฝ่ายคาดว่าสินเชื่อภาครัฐจะมี Momentum ที่เพิ่มขึ้นได้ในปีครึ่งหลังปี 68 ตามความคาดหวังว่าจะมีโครงการใหญ่ๆของภาครัฐที่จะเพิ่มขึ้นได้ตามปีงบประมาณ และจากเม็ดเงินเพิ่มเติมจากภาครัฐอีก 1.57 แสนล้าบาท ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังคงประมาณการการเติบโตของสินเชื่อรวมทั้งปี 68 ของกลุ่มไว้ที่ -1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ด้าน NPL คาดว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นไม่น่ากังวลมากนัก เพราะแต่ละธนาคารมีการตั้งสำรองฯ จำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีการทยอยขายหนี้เสียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยคาด NPL ในปี 68 จะอยู่ที่ 3.18% จาก 3.05% ในปี 67 อย่างไรก็ตาม ยังคงน้ำหนักเป็นเท่ากับตลาด เลือก KTB เป็น Top pick ขณะที่ TISCO จะได้รับผลบวกจากสินเชื่อที่เติบโตได้สูงสุดในเดือน เม.ย. 68 ทางฝ่ายให้น้ำหนักการลงทุนของกลุ่มธนาคารเป็นเท่ากับตลาด เพราะแนวโน้มกำไรปี 68 จะลดลงเล็กน้อยที่ -1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่อย่างไรก็ดี valuation ยังถูก โดยเทรดที่ระดับเพียง 0.65x PBV และทางฝ่ายยังคงเลือก KTB เป็น Top pick ขณะที่ TISCO จะได้รับผลบวกจากสินเชื่อที่เติบโตได้ในเดือน เม.ย. 68 สำหรับ KTB ราคาเป้าหมายที่ 25.00 บาท อิง 2025E PBV ที่ 0.75x เพราะภาพรวมของ NPL มีแนวโน้มที่ดีกว่ากลุ่มเพราะเน้นการปล่อยสินเชื่อให้ภาครัฐเป็นหลัก ประกอบกับแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/68 จะเพิ่มขึ้นเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากสำรองฯ ที่จะลดลง ประกอบกับมีการบริหารค่าใช้จ่าย ได้ดี ด้าน valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับต่ำเพียง PBV ที่ 0.65x ส่วนราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรรายไตรมาสที่ยืนเหนือระดับ 1 หมื่นล้านบาท อย่างต่อเนื่องมา 5 ไตรมาสติดกัน
กำไรแบงก์ ดอกเบี้ยขาลง หุ้นแบงก์ หุ้นกลุ่มแบงก์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กูรูส่องกลุ่มแบงก์ เผชิญความท้าทาย เศรษฐกิจเปราะบาง-ดอกเบี้ยขาลงโบรกชี้แม้หุ้น 8 กลุ่มแบงก์กำไรไตรมาส 1/68 รวมโต 5.9 หมื่นล้าน แต่ครึ่งปีหลังห่วงเจอศึกหนัก เศรษฐกิจเปราะ-ดอกเบี้ยขาลง ฉุด NIM ลด แบกภาระตั้งสำรอง NPL เพิ่ม
Read more »
TOA ชู 5 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนการดำเนินงานปี 68 เติบโตมั่นคงTOA เปิด 5 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนการดำเนินงานปี 68 เติบโตมั่นคง ส่วนผลงานไตรมาส 1/68 มีรายได้ 5,467 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 733 ล้านบาท
Read more »
กสิกร คาด NIM แบงก์ไทยจ่อร่วงแตะ 2.75% ในครึ่งปีหลัง ประเมินทิศทางดอกเบี้ยปรับลง แต่สินเชื่อยังฟื้นช้ากสิกร คาด NIM แบงก์ไทยจ่อร่วงแตะ 2.75% ในครึ่งปีหลัง มองทิศทางดอกเบี้ยปรับลง แต่สินเชื่อยังฟื้นช้า
Read more »
DITTO ชูกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 146 ล้าน กอดแบ็กล็อกแน่น 900 ล้านDITTO เปิดผลงานไตรมาส 1/68 กำไรสุทธิทะยาน 146 ล้าน เติบโต 40% จากปีก่อน พร้อมมั่นใจทั้งปี 68 รายได้โตตามเป้า 20-30%
Read more »
ผู้โดยสารพุ่ง 68 ล้านคน “ภาครัฐ” ดันสนามบินไทย ขึ้นแท่นฮับการบิน“ภาครัฐ” เผย ทอท.เปิดผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 68 ทุบรายได้แตะ 3.6 หมื่นล้านบาท หนุนผู้โดยสารทะลุ 68 ล้านคน ดันศักยภาพสนามบินไทย ขึ้นแท่นฮับการบินภูมิภาค
Read more »
NIM แบงก์ไทยไตรมาสแรกปีนี้ ต่ำสุดรอบ 8 ไตรมาสธปท. เผยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM ) แบงก์ไทยไตรมาสแรกปี 2568 ลดเหลือร้อยละ 2.8 ต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส ตามดอกเบี้ยที่ปรับลดลง และมองแนวโน้ม NIM ปรับลดลงได้อีก หากมีการแข่งขันมากขึ้น
Read more »
