กสม.ชี้คดี 'สารวัตรกานต์' ตร.ชุดระงับเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

กสม. News

กสม.ชี้คดี 'สารวัตรกานต์' ตร.ชุดระงับเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน
สารวัตรกานต์ล้อมจับตำรวจคลั่งตำรวจคลั่ง
  • 📰 ThaiPBSNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 254 sec. here
  • 12 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 126%
  • Publisher: 59%

กสม.ชี้คดี 'สารวัตรกานต์' คลุ้มคลั่งขังตัวเองในบ้านพักย่านสายไหมเมื่อปี 2566 ตร.หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ใช้ยุทธวิธีระงับเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน แนะเสริมความรู้การเผชิญเหตุการณ์วิกฤติ กรณีครอบครัวของ “สารวัตรกานต์” พ.ต.ท.

กสม. ชี้คดี " สารวัตรกานต์ " คลุ้มคลั่งขังตัวเองในบ้านพักย่าน สายไหม เมื่อปี 2566 ตร.หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ใช้ยุทธวิธีระงับเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน แนะเสริมความรู้การเผชิญเหตุการณ์วิกฤติ สังกัดศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าระงับเหตุกราดยิง ใช้อาวุธปืนยิงตกจากชั้น 2 ของบ้านพัก เขต สายไหม กทม.

จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต วันนี้ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงผลสอบคดีสารวัตรกานต์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 กระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เห็นว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงสารวัตรกานต์ โดยอ้างความจำเป็นเพื่อการป้องกันตัว เนื่องจากถูกสารวัตรกานต์ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ เป็นการกระทำที่มีอำนาจตามกฎหมายให้กระทำได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผลชันสูตรพลิกศพพบว่า กระสุนปืนของผู้ถูกร้องที่ 1 ถูกบริเวณร่างกายของสารวัตรกานต์ รวม 8 นัด ประกอบกับผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีภาวการณ์รับรู้ไม่ปกติ ไม่มีตัวประกัน หากปล่อยเวลาให้ทอดยาวออกไปผู้ก่อเหตุก็ต้องอ่อนเพลีย การที่เจ้าหน้าที่เร่งรัดเวลาเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้อาการของผู้ก่อเหตุกำเริบ และการให้ผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้ออกคำสั่งย้ายผู้ก่อเหตุไปทำหน้าที่เจรจา ทั้งที่ทราบว่าอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ก่อเหตุในครั้งนี้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม จึงเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นการกระทำที่เกินสมควรกว่าเหตุ ไม่ได้สัดส่วนตามที่กฎหมายบัญญัติ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนอกจากนี้ ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้นำโดรนและหุ่นยนต์ตรวจการณ์เข้าไปปฏิบัติงานภายในพื้นที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบว่าผู้ถูกร้องที่ 1 ได้บันทึกภาพ และเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะเข้าไปในบ้านเพื่อควบคุมตัวสารวัตรกานต์ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 จึงเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องที่ 1 ที่ไม่บันทึกภาพและเสียงดังกล่าวเป็นการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประเด็นต่อมา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลสายไหม ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์กล่าวหาว่าผู้ถูกร้องที่ 1 กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นทางคดีเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นจำเลยหรือไม่ สอบสวนคดีโดยล่าช้า หรือไม่นั้นเห็นว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ทำการสอบสวนคดีอันเป็นกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยการสอบสวนแบ่งออกเป็น 3 คดี ได้แก่ สำนวนคดีการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งมีการเสนอรายงานการสอบสวนต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อเสนอต่อศาลให้สอบสวนการตาย และต่อมาศาลอาญามีคำสั่งแล้วว่าสารวัตรกานต์ถึงแก่ความตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ สำนวนคดีอาญาที่กล่าวหาสารวัตรกานต์ ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียทรัพย์ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยใช่เหตุ ซึ่งคดียุติลงเพราะผู้ต้องหาเสียชีวิต สำนวนคดีอาญาที่กล่าวหาผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป กสม. เห็นว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้สอบสวนคดีที่เกิดขึ้นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้ อันถือว่าเป็นการสอบสวนอย่างถูกต้องแล้ว ประกอบกับเมื่อพิจารณาในรายละเอียดการสอบสวนคดีที่มีผู้ถูกร้องที่ 1 เป็นผู้ต้องหา พบว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้รับฟังและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนได้แจ้งความคืบหน้าของการสอบสวนให้ผู้เสียหายทราบ ถือว่าเป็นการสอบสวนอย่างเป็นธรรมแก่คู่กรณี นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาระยะเวลาที่ใช้ในการสอบสวน จนกระทั่งสรุปสำนวน ก็อยู่ภายในระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายจะพิจารณาต่อไปได้ แสดงให้เห็นว่าการสอบสวนคดีมิได้ล่าช้า จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 2 กระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กสม. มีความเห็นเพิ่มเติมว่า สารวัตรกานต์มีอาการคลุ้มคลั่ง หวาดระแวง เครียด และไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ เข้าข่ายป่วยทางจิต มีความเสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง กสม.เห็นว่า มเจ้าหน้าที่ได้กันมิให้ประชาชนเข้าไปในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุแล้ว รวมถึงไม่มีบุคคลใดตกเป็นตัวประกัน การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ระยะเวลาเจรจาต่อรอง ปิดล้อมพื้นที่ และใช้แก๊สน้ำตากดดันสารวัตรกานต์ เพียง 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติการภายในบ้านของสารวัตรกานต์ เป็นการปฏิบัติการภายใต้สถานการณ์วิกฤติที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับหลักการ และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรอง เนื่องจากใช้เวลาน้อยเกินไป ทั้งที่ควรใช้เวลาให้นานขึ้นจนกว่าสารวัตรกานต์ จะอ่อนเพลีย และหมดแรงลงไป เพื่อไม่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ควบคู่ไปกับการหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน เห็นว่าการกระทำ เป็นการใช้ยุทธวิธีระงับเหตุที่ไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อชีวิต และร่างกายของสารวัตรกานต์ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 รวมถึงให้เร่งพิจารณาสำนวนคดีอาญาที่ 233/2566 เพื่อเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และให้จัดอบรมเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับหลักการบริหารเหตุการณ์วิกฤติและการเจรจาต่อรอง แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องเผชิญเหตุก่อน รวมทั้งให้จัดนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อให้คำปรึกษา และประเมินสุขภาพจิตประจำปีให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีสภาพจิตใจไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ให้รีบบริหารจัดการด้วยการให้การรักษาและการเปลี่ยนหน้าที่ เพื่อป้องกันมิให้มีการก่อเหตุที่จะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น และให้พิจารณากำหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารเหตุ การณ์วิกฤติ และการเจรจาต่อรองเป็นการเฉพาะเพื่อรองรับการปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกันกับกรณีนี้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBSNews /  🏆 31. in TH

สารวัตรกานต์ ล้อมจับตำรวจคลั่ง ตำรวจคลั่ง ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 สายไหม ปิดล้อมสายไหม

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เปิดผลสอบ กสม. ชี้ รพ.ตำรวจ-เรือนจำ เอื้อประโยชน์ 'ทักษิณ' ปมนักโทษชั้น 14เปิดผลสอบ กสม. ชี้ รพ.ตำรวจ-เรือนจำ เอื้อประโยชน์ 'ทักษิณ' ปมนักโทษชั้น 14กสม. เปิดผลสอบ 'รพ.ตำรวจ-เรือนจำ' ชี้เลือกปฏิบัติ เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ 'ทักษิณ' ปมนักโทษชั้น 14 อาจเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
Read more »

กสม.ร่อนหนังสือถึง 'อุ๊งอิ๊ง' ให้ทบทวนแลนด์บริดจ์!กสม.ร่อนหนังสือถึง 'อุ๊งอิ๊ง' ให้ทบทวนแลนด์บริดจ์!กสม.ส่งหนังสือถึงนายกฯ กังวลโครงการแลนด์บริดจ์ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม​ -​ ไม่คุ้มค่าทางศก. แนะต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน
Read more »

พลิกโผ ‘อาวุโสลำดับ 1’ ? ผบ.ตร.คนที่ 15 ยุคนายกฯหญิงพลิกโผ ‘อาวุโสลำดับ 1’ ? ผบ.ตร.คนที่ 15 ยุคนายกฯหญิงจากบทเรียนการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ในครั้งที่ผ่านมา การเสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อาวุโสลำดับสุดท้าย ข้ามหัวแคนดิเดตหลายนาย ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกฟ้องร้องต่อ ป.ป.ช.
Read more »

หลอกซ้ำซาก!แก๊งคอลเซ็นเตอร์สุดแสบ ตุ๋นเหยื่อผ่านเพจปลอมช่วยเหลือประชาชนสุดแนบเนียนหลอกซ้ำซาก!แก๊งคอลเซ็นเตอร์สุดแสบ ตุ๋นเหยื่อผ่านเพจปลอมช่วยเหลือประชาชนสุดแนบเนียนตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร.(ผอ.ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผช.ผบ.ตร.(รอง ผอ.ศปอส.ตร.
Read more »

ยึดกฎอาวุโส นายกฯเสนอชื่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั่งผบ.ตร.คนที่15 ก.ตร.เห็นชอบยึดกฎอาวุโส นายกฯเสนอชื่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั่งผบ.ตร.คนที่15 ก.ตร.เห็นชอบนายกฯแพทองธาร ชินวัตร เคาะชื่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ นั่งผบ.ตร.คนที่15 มติก.ตร.เห็นชอบเสียงเอกฉันท์ ใช้เวลาประชุม ก.ตร.นาน30นาที โดยยึดกฎเหล็กลำดับอาวุโส
Read more »

'บิ๊กต่าย' สั่ง ตร. 2 กองบัญชาการ สอบธุรกิจ 'บอสพอล' เข้าข่ายความผิดใด'บิ๊กต่าย' สั่ง ตร. 2 กองบัญชาการ สอบธุรกิจ 'บอสพอล' เข้าข่ายความผิดใด'บิ๊กต่าย' สั่ง ตร. 2 กองบัญชาการ ดูกรณีธุรกิจ 'บอสพอล' ที่มีดาราเป็นผู้บริหาร เข้าข่ายความผิดใดบ้าง รองผู้การ ตร.ไซเบอร์ ระบุงานนี้เป็นงานช้างแน่ ขอให้อดใจดู ใครผิดฟันไม่เลี้ยง
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:13:40