กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณตรึงรอดูมาตรการรัฐ หลังหั่น GDP ปี 66 เหลือโต 2.8%

United States News News

กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณตรึงรอดูมาตรการรัฐ หลังหั่น GDP ปี 66 เหลือโต 2.8%
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 162 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 68%
  • Publisher: 68%

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่

คณะกรรมการนโยบายการเงิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของไทยในปี 66 เหลือ 2.

8% จากเดิม 3.6% ก่อนจะพุ่งเป็น 4.4% ในปี 67 นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กนง.ประเมินว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาจนถึงการประชุมครั้งนี้ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ส่วนการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่อาจได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้จะขยายตัวชะลอลงในปีนี้จากอุปสงค์ต่างประเทศ โดยอัตราการขยายตัวในปี 67 จะเพิ่มสูงขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 67 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับ แรงกดดันด้านอุปทานจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งนี้ ต้องติดตามแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ "คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ในบริบทที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ นโยบายการเงิน ควรดูแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน และช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว รวมทั้งรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้"ที่ประชุม กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 66 มีแนวโน้มขยายตัว 2.8% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 3.6% และเศรษฐกิจไทยปี 67 ที่ 4.4% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ 3.8% โดยมีแรงส่งสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชน สำหรับปีนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอลงจากภาคการส่งออกสินค้า และภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจจีนและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย จะเร่งสูงขึ้นในปี 67 จากอุปสงค์ในประเทศ ภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว อีกทั้งจะได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 1.6% และปี 67 อยู่ที่ 2.6% โดยเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำในปี 66 จากผลของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ และผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1.4% และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.0% ในปี 67 ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูง โดยเฉพาะจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐ และต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับสูงขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด นายปิติ กล่าวด้วยว่า ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุน และเงินสำรองที่เข้มแข็ง แต่ต้องติดตามพัฒนาการของคุณภาพสินเชื่อที่อาจได้รับแรงกดดันจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือนบางส่วนที่ยังเปราะบางจากภาระหนี้ที่สูงขึ้น และรายได้ที่ฟื้นตัวช้า คณะกรรมการฯ สนับสนุนการดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการเฉพาะจุด และแนวทางแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะมาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ด้านภาวะการเงินโดยรวมตึงตัวขึ้นบ้าง แต่ยังเอื้อต่อการระดมทุนของภาคเอกชน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนโน้มสูงขึ้น สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่สินเชื่อภาคเอกชนชะลอลง หลังจากที่เร่งไปมากในช่วงวิกฤต แต่ประเมินว่าจะฟื้นตัวสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ด้านตลาดการเงินมีความผันผวนสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับเพิ่มขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ส่วนหนึ่งตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกอบกับนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ที่อาจมีนัยต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านการคลังในอนาคต

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

กสิกรไทย หั่นจีดีพีปี 66 เหลือโต 3% ห่วงลูกหนี้โควิดกลุ่มรถยนต์หนี้เสียพุ่ง 40%กสิกรไทย หั่นจีดีพีปี 66 เหลือโต 3% ห่วงลูกหนี้โควิดกลุ่มรถยนต์หนี้เสียพุ่ง 40%ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการจีดีพีปี 66 เหลือโต 3.0% จาก 3.7% เหตุเศรษฐกิจโลก-จีนชะลอ กดดันภาคการส่งออกหดตัว -2.5% นักท่องเที่ยวมาไม่เต็มที่
Read more »

กนง. มีมติ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ 0.25% สู่ 2.50%กนง. มีมติ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ 0.25% สู่ 2.50%กนง.เอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 2.50% หวังคุมเงินเฟ้อ หลังคาดมีโอกาสเพิ่มขึ้นระยะข้างหน้า จากนโยบายภาครัฐ
Read more »

กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.50% ปรับจีดีพีปี 66 เหลือ 2.8%กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.50% ปรับจีดีพีปี 66 เหลือ 2.8%กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี ปรับจีดีพีปี 2566 เหลือ 2.8% จาก 3.6% ปี 2567 เพิ่มเป็น 4.4% จาก 3.8% วันที่ 27 กันยายน 2566
Read more »

กนง.มติเอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มีผลทันทีกนง.มติเอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มีผลทันทีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.25% ต่อปี มีผลทันที มองเศรษฐกิจไทยฟื้นใกล้ระดับศักยภาพ คาดเงินเฟ้อแนวโน...
Read more »

กนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สกัดเงินเฟ้อกนง.มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สกัดเงินเฟ้อกนง.ไฟเขียวเคาะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปีมีผลทันที เพื่อคุมเงินเฟ้อ-ช่วยเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว
Read more »



Render Time: 2026-04-02 09:39:26