กกร.คงคาดการณ์จีดีพีปี 67 โต 2.8-3.3% ไม่รวมผลดิจิทัลวอลเล็ต หั่นเงินเฟ้อเหลือ 1.2% จาก 2.2%

United States News News

กกร.คงคาดการณ์จีดีพีปี 67 โต 2.8-3.3% ไม่รวมผลดิจิทัลวอลเล็ต หั่นเงินเฟ้อเหลือ 1.2% จาก 2.2%
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 206 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 86%
  • Publisher: 63%

กกร.คงคาดการณ์จีดีพีปี 67 โต 2.8-3.3% ไม่รวมผลดิจิทัลวอลเล็ต หั่นเงินเฟ้อเหลือ 1.2% จาก 2.2% นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบประมาณการเดิมที่ 2.8-3.

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบประมาณการเดิมที่ 2.8-3.3% โดยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ Easy E-Receipt และการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 33- 34 ล้านคน ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ส่งผลให้ประมาณการเงินเฟ้อปรับลดลง เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาได้นำไปสู่การโจมตีเรือสินค้าในบริเวณคลองสุเอซและทะเลแดง ทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้นกดดันต้นทุนการผลิต ขณะที่สงครามรัสเซียและยูเครนยังไม่ยุติลง รวมถึงความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศปีนี้ เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน รัสเซีย และสหรัฐฯ ปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ ซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และทำให้ ต้องติดตามผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยที่พึ่งพาตลาดยุโรป ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ที่ประชุม กกร.

มองว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ตามศักยภาพ แต่ศักยภาพมีแนวโน้มด้อยลง และยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงในรูปแบบ K-Shape ยังมีบางกลุ่มที่รายได้ไม่ฟื้นตัวและมีกำลังซื้ออ่อนแอ จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ ประกอบการในระดับกลางและระดับล่าง ทั้งนี้รัฐบาลควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ โดยในระหว่างรองบประมาณ ปี 67 ภาคเอกชนเห็นว่าควรจัดทำมาตรการ เสริมกระตุ้นเศรษฐกิจ และควรมีการหารือกับรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำงบประมาณลงทุนที่แต่ละหน่วยงาน มีอยู่แล้วเร่งใช้งานไปพลางก่อน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อเนื่อง นอกจากนี้ที่ประชุม กกร.เห็นว่าควรมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนสินเชื่อในการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง โดยรัฐบาลสนับสนุนทุนจัดตั้งในระยะแรกก่อน แล้วนำดอกเบี้ยหรือเงินได้มาบริหารหมุนเวียนในกองทุนให้ตรงตามวัตถุ ประสงค์ เพื่อช่วยเหลือ SMEs โดยมีความยืดหยุ่นในการขอหลักประกันได้ สำหรับหนี้นอกระบบที่เป็นปัญหาของการเข้าถึงสินเชื่อ และเอาหนี้นอกระบบทางการค้าเข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่เป็นต้นทุนสูงได้ พร้อมมองว่า ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยเป็นระดับสูงสุดแล้ว ในระยะข้างหน้าดอกเบี้ยควรปรับทิศทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้ม ลดลงในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นจากทั้งในและนอกประเทศ ขณะที่เงินเฟ้อมีความผันผวนโดยมีแนวโน้ม ปรับลดลงต่อเนื่องในกรอบ 0.7-1.2% สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันยังมียอดภาระหนี้ที่สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลืออีกกว่า 3.4 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 6.1 ล้านบัญชี และตั้งแต่สถานการณ์โควิดมีต้นทุนทาง เครดิตที่เกิดขึ้นในระบบธนาคารพาณิชย์มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้านบาท หรือราว 6% ของสินเชื่อ และสถาบันการเงินจะยังคงให้ ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุม กกร.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของ เศรษฐกิจไทย จึงเสนอประเด็นสำคัญ 3 ประการที่อยากให้รัฐบาลขับเคลื่อนในปี 2567 ดังนี้ 1) สานต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 6 ด้านที่ กกร.เคยเสนอ ได้แก่ 1. Competitiveness 2. Ease of Doing Business 3. Digital Transformation 4. Human Development 5. SME 6. Sustainability เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาหลายปี และ/หรือมีศักยภาพลดลง สะท้อนจากมุมมองนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อศักยภาพ และความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจไทย จาก Price to book ratio ของธุรกิจใน SET100 ปรับลดลงในปี 2566 ขณะ ที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์มี Price to book ratio อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่ายาวนาน ดังนั้น ปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องเร่งแก้ไข เช่น ด้าน Competitiveness ควรเร่งเจรจาข้อตกลงทางการ ค้า FTA ที่ดำเนินการอยู่ให้แล้วเสร็จ รวมถึงแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้าน Ease of Doing Business ควรปฏิรูป กฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นต้น 2) ผันเศรษฐกิจนอกระบบมาอยู่ในระบบเศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่เกินไป เป็นต้นตอของหลายปัญหา โดยมีขนาดใหญ่ถึง 47.6% ต่อจีดีพี สูงกว่าประเทศคู่เทียบและมีแรงงานนอกระบบมากถึง 51% ของแรงงานทั้งหมด ขณะที่ยังขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น ขนาดของหนี้นอกระบบที่ข้อมูลทางการระบุว่ามีราว 1 แสนล้านบาท แต่หากประเมินด้วยวิธีอื่นอาจสูงถึงราว 3-4 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ IMF พบว่าการมีเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ เข้าไม่ ถึงสินเชื่อในระบบ และมีความเหลื่อมล้ำสูง 3) เร่งเครื่องในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญ หลังผลสำรวจพบว่าครัวเรือนมีโอกาสที่จะพึ่งพาหนี้นอกระบบมากขึ้น ดังนั้นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลจึงมาถูกทางเพื่อตัดวงจร หนี้ โดยที่ภาครัฐดำเนินการยึดหลัก market based มีฐานข้อมูลกลางที่เชื่อถือได้ ปฏิรูปข้อมูลหนี้ทั้งในและนอกระบบ เร่งให้สหกรณ์ เข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิตแห่งชาติให้ครบถ้วน และทำควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้ เพราะพบว่าการเป็นหนี้มีสาเหตุสำคัญจากการมี รายได้ไม่พอรายจ่าย โดยภาคการเงินจะสนับสนุนด้วยการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ส่งเสริมการเข้าถึงการเงินในระบบ และ ยกระดับ financial inclusion ผ่าน Risk based pricing และการใช้ alternative data รวมถึงการใช้ ecosystem ในการเชื่อมโยงรายใหญ่กับรายเล็ก เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจ/ครัวเรือน ให้มุ่งมั่นในการยกระดับผลิตภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสร้างความตระหนัก รู้ในการรักษา credit culture/discipline และหวงแหน credit score

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'คนหัวใจเพชร' เลิกเหล้าเข้าพรรษา เพราะคำพูดของสามี'คนหัวใจเพชร' เลิกเหล้าเข้าพรรษา เพราะคำพูดของสามีคนหัวใจเพชรงดเหล้าเข้าพรรษา จากคุณครูที่สามีขู่จะหย่ายื่นคำขาดให้เลิกเหล้า พร้อมถอดบทเรียน 2พื้นที่ เมืองสุพรรณบุรีใช้ 3 กลยุทธ์ช่วยคนงดเหล้า ขณะที่อ.นิคมคำสร้อย เพียงอำเภอเดียวประหยัดค่าเหล้าได้กว่า 1.2 ล้านบาท
Read more »

รู้ก่อนซื้อ! ผ่าอนาคต 'SPALI' กับแผนลงทุนหมื่นล้านบาทรู้ก่อนซื้อ! ผ่าอนาคต 'SPALI' กับแผนลงทุนหมื่นล้านบาท4 โบรกตบเท้าสแกน 'SPALI' หลังอัดฉีด 12,000 ล้านบาทร่วมลงทุน 12 โครงการใหม่ Australia คาดบันทึกกำไรขาดทุนตั้งแต่ไตรมาส 2/67 พร้อมมองอนาคตไกล ปี 67 น่าจับตา
Read more »

ธอส.ขานรับนโยบายรัฐบาลจัดทำ 3 มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนปี 67ธอส.ขานรับนโยบายรัฐบาลจัดทำ 3 มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนปี 67ธอส.ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดทำ 3 มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนปี 67 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.
Read more »

'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน'โหมโรงจัดใหญ่ก่อนเปิดศึกอภิปรายงบประมาณ 67 พรุ่งนี้'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน'โหมโรงจัดใหญ่ก่อนเปิดศึกอภิปรายงบประมาณ 67 พรุ่งนี้อภิปรายงบประมาณปี 67 ซีกรัฐบาลพร้อมแจงทุกข้อสงสัยและนำคำท้วงติงไปปรับ มั่นใจไร้ปัญหา ขณะที่ 'ก้าวไกล' ขอตรวจสอบเข้ม เมินเสียงห้ามแตะ 'ทักษิณ' ย้ำจะเป็นหรือเกี่ยวข้องก็ต้องพูด
Read more »

กกร.เตรียมถกปมดอกเบี้ย 10 ม.ค.นี้ หอการค้าฯชี้ ศก.ปี 67 โตต่อเนื่อง เสนอคุมดอกเบี้ยช่วย SMEsกกร.เตรียมถกปมดอกเบี้ย 10 ม.ค.นี้ หอการค้าฯชี้ ศก.ปี 67 โตต่อเนื่อง เสนอคุมดอกเบี้ยช่วย SMEsกกร.เตรียมถกปมดอกเบี้ยแพง 10 ม.ค.นี้ หอการค้าฯชี้ ศก.ปี 67 โตต่อเนื่อง เสนอคุม ดบ.ช่วย SMEs ฝ่าวิกฤติ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่องในปัจจุบัน ทำให้มีกระแสพูดถึงเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.
Read more »

กูรูมองต่างมุม ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยกูรูมองต่างมุม ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยจากกรณีมีกระแสการกดดันจากธนาคารพาณิชย์มีกำไรรวมกันกว่า 2.2แสนล้านบาทในปี 2566ทั้งที่เศรษฐกิจไทยและธุรกิจเอสเอ็มอียังย่ำแย่ จึงมีการเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ลดดอกเบี้ยไม่ให้ธนาคารพาณิชย์เอาเปรียบประชาชนมากจนเกินไปนั้น ล่าสุดวันนี้ (10ม.ค.
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:23:29