กกร. ประเมินน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจปี 68 เสียหาย 2-3 หมื่นล้านบาท ฉุด GDP โต 2% คาดเงินเฟ้อติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ( กกร. ) เปิดเผยถึงผลกระทบจากการประเมินของ กกร.
เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนธันวาคม 2568 ว่าคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาวะเศรษฐกิจในวงเงินประมาณ 20,000–30,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตลอดทั้งปี 2568 ขยายตัวได้เพียง 2% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้มีการคาดการณ์ถึงผลกระทบในระยะยาว โดยคาดว่าในปี 2569 ผลกระทบทางรายได้อาจสูงถึง 90,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกจำกัดมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ มาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ซึ่งส่งผลให้คาดการณ์การส่งออกในปีหน้าจะอยู่ในช่วงติดลบ 1.5% ถึงติดลบ 0.5% ทั้งนี้ กกร. ได้ประเมินแนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ในปีหน้าจะขยายตัวอยู่ที่ 1.6–2% นายเกรียงไกร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการ Reinvent Thailand เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจไทย สนับสนุนการใช้วัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตในประเทศ (Made in Thailand) และเสนอให้มีการบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต\ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทย โดยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2568 อาจติดลบในช่วง -0.15% ถึง -0.20% ซึ่งจะเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 ที่อัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่องมาจนถึงปี 2567 โดยในปี 2564 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.23%, ปี 2565 อยู่ที่ 6.08%, ปี 2566 อยู่ที่ 1.23% และปี 2567 อยู่ที่ 0.4% ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อติดลบในปี 2568 คือ ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีแนวโน้มลดลงตามราคาในตลาดโลก รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 100.15 ลดลง 0.49% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ที่ลดลง 0.22% เป็นต้นมา นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าในเดือนธันวาคม 2568 อัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องในช่วง -0.48% ถึง -1.08% และสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ก็จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงอีก 0.01–0.05% นายนันทพงษ์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 อาจติดลบนั้น ไม่ได้เกิดจากการที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง และมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ โดยหากพิจารณาเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่ไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน พบว่ายังคงมีการขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพิ่มขึ้น 0.66% จากเดือนตุลาคม 2568 ที่เพิ่มขึ้น 0.61% และรวม 11 เดือนเพิ่มขึ้น 0.86%\สำหรับแนวโน้มในปี 2569 สนค. ได้ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วง 0.0–1.0% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 0.5% โดยมีสมมติฐานจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 1.2–2.2% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 60–70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32–33 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ นายนันทพงษ์ ได้กล่าวถึงปัจจัยที่อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในปี 2569 ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการดำเนินนโยบายรักษาเสถียรภาพราคา สินค้าบางรายการที่มีปริมาณการเพาะปลูกน้อยลง ทำให้ปริมาณสินค้าในตลาดลดลง และภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 34.9 ล้านคน และมีรายได้รวม 2.79 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่อาจกดดันให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ราคาน้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2568 มาตรการลดค่าครองชีพต่างๆ ของภาครัฐ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารสาธารณะ และก๊าซหุงต้ม และแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.7% ซึ่งต่ำกว่าปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2% และเป็นการขยายตัวต่ำกว่า 3% ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 รวมถึงการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส
กกร. น้ำท่วม เศรษฐกิจ GDP เงินเฟ้อ การส่งออก Reinvent Thailand สนค.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สรุปมาตรการลดหย่อนภาษีปี 68 “พิเศษ” กว่าปกติมีอะไรบ้าง? “Easy E-Receipt 2.0-ท่องเที่ยว-งานศิลปะ”โค้งสุดท้ายก่อนยื่นภาษีปี 68 Thairath Money รวบรวมสิทธิในการลดหย่อนภาษี “พิเศษ” ที่ปีนี้มีประกาศเพิ่มเติมออกมา ไม่ว่าจะ Easy E-Receipt 2.0, การท่องเที่ยว, งานศิลปะ ฯลฯ
Read more »
สภาพอากาศวันนี้: ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาฯ ภาคเหนือยังหนาวเย็นกรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศทั่วไทย 3 ธ.ค. 68 อุณหภูมิสูงขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเตือนประชาชนดูแลสุขภาพและระมัดระวังการเดินทาง
Read more »
วิเคราะห์บอล อาร์เซน่อล vs เบรนท์ฟอร์ด 3 ธ.ค. 68 : จ่าฝูงลุ้นเฮลอนดอนดาร์บี้อาร์เซน่อล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เตรียมเปิดบ้านทำศึกลอนดอนดาร์บี้รับ เบรนท์ฟอร์ด คืนวันที่ 3 ธ.ค. 68 หลังเพิ่งเจ๊าเชลซี 1-1 ส่วนทีมเยือนกำลังมั่นใจจากชัยชนะเหนือเบิร์นลี่ย์ 3-1 เกมนี้ชี้ชะตาลุ้นพื้นที่ยุโรปและกระแสแรงบนตารางคะแนน
Read more »
วิเคราะห์บอล ลีดส์ vs เชลซี 3 ธ.ค. 68 : สิงห์ล่าชัยบุกถิ่นยูงทองเชลซี ของเอนโซ่ มาเรสก้า บุกเอลแลนด์โร้ด พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด คืนวันที่ 3 ธ.ค. 68 หลังเสมออาร์เซน่อล 1-1 ขณะที่ลีดส์เพิ่งแพ้แมนฯ ซิตี้ 2-3 เกมนี้ชี้ชะตาฟอร์มพรีเมียร์ลีกและโอกาสทำแต้มสำคัญ
Read more »
วิเคราะห์บอล แอธ.บิลเบา vs เรอัล มาดริด 3 ธ.ค. 68 : ราชันชุดขาวลุ้นคืนฟอร์มลาลีกาเรอัล มาดริด เตรียมบุก แอธเลติก บิลเบา คืนวันที่ 3 ธ.ค. 68 ลุ้นคว้าชัยลาลีกาครั้งแรกในรอบเดือน ขณะที่ราชันรั้งอันดับ 2 ไล่บาร์ซ่าจ่าฝูงเพียง 1 แต้ม เกมนี้สำคัญต่อการไล่แย่งแชมป์
Read more »
วิเคราะห์บอล นาโปลี vs กายารี่ 3 ธ.ค. 68 : อัซซูร่าล่าตั๋ว 8 ทีมโคปปา อิตาเลียนาโปลี แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา เตรียมเปิดบ้านรับ กายารี่ วันที่ 3 ธ.ค. 68 ในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบ 16 ทีม หลังชนะรวด 3 นัดติด ลุ้นเข้ารอบ 8 ทีมต่อไปเจอโคโม่หรือฟิออเรนตินา
Read more »
