workpointTODAY | What Works TODAY

United States News News

workpointTODAY | What Works TODAY
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 workpointTODAY
  • ⏱ Reading Time:
  • 299 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 123%
  • Publisher: 68%

สาระความรู้เพื่อวันนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่าน Digital Wallet ไม่ได้ประชุมเมื่อวานนี้ ว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้มีจุดประสงค์จะรับฟังความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ โดยเราได้รับเอกสารจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เพื่อรอเอกสารจาก ป.

ป.ช.มาพิจารณาพร้อมกัน จากนั้นจะได้กำหนดแนวนโยบายต่อไป ส่วนกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา หยิบยกหนังสือที่ระบุว่าเป็นของป.ป.ช. มาแถลงนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราได้ดูในรายละเอียดแล้ว เขียนค่อนข้างชัดเจนและแรงพอสมควรในการคัดค้านการเดินหน้าโครงการฯ ซึ่งเราก็รับฟังและนำมาพิจารณาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ก็ยังเช่นเดิม คือยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งเอกสารที่เห็นไม่ทราบว่าเป็นทางการหรือไม่อย่างไร หรือเป็นเอกสารที่เป็นจริงหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า จากที่ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาฯ โดยมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช. เป็นประธาน ได้ทำข้อเสนอแนะมา ซึ่งเราก็รับฟัง โดย น.ส.สุภา เป็นผู้ติดตามการทำนโยบายของรัฐบาลชุดนี้มาตลอด และทราบว่าก่อนที่จะเกษียณได้ส่งหนังสือฉบับนี้เข้าไปที่ คณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งเราก็ดูความชัดเจนว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาตัวหนังสือนี้เมื่อใด และจะส่งมาให้รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายฯ เมื่อใด ผู้สี่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายที่ได้เห็นเอกสารของคณะกรรมการกฤษฎีกาและ ป.ป.ช. ต่างแนะให้รัฐบาลทบทวนโครงการเงินดิจิทัลวอลล็อต เพราะเกรงจะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและหน่วยงานต่างๆ โดยคณะกรรมการนโยบายฯ เปิดรับความคิดเห็นที่หลากหลายอย่างเต็มที่ ตนไม่เคยพูดว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนว่า ขณะนี้เศรษฐกิจมันไม่ได้ดี เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากทุกฝ่ายเห็นตรงกันและสามารถเดินหน้าได้ ก็จะเป็นวัตถุประสงค์ที่เราคาดหวัง หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเราเห็นว่าหนังสือของคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นคำตอบเชิงกฎหมายไม่มีไฟเขียว ไฟแดงว่าควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งเขาไม่ได้ห้ามหรือสั่งการให้เดินหน้า เพราะไม่ใช่หน้าที่เป็นเพียงความเห็นข้อกฎหมายที่คณะกรรมการนโยบายฯ มีหน้าที่รับฟัง และนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เข้าสู่กรอบของกฎหมายให้ได้ในที่สุด แต่สำหรับหนังสือของ ป.ป.ช. นั้น ค่อนข้างชัดเจนว่ามีการวางธงไว้ชัดที่จะไม่ให้โครงการนี้เดินหน้าไปได้ นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามถึงแม้โครงการเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท จะได้รับการเห็นชอบจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง และมีการแถลงนโยบายในสภาไปแล้ว แต่ก็มีบางกลุ่ม เช่น ป.ป.ช. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย มีข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งอาจจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ หรืออาจจะยังมองไม่เห็นวิกฤตเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลพยายามจะบอก “วิกฤติขณะนี้ไม่ใช่วิกฤติการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ หรือวิกฤติด้านโครงสร้างเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นวิกฤติแห่งความเห็นอกเห็นใจต่อพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อน Democracy without empathy ทุนนิยมที่ไม่มีหัวใจ เข้าใจในผู้ที่เดือดร้อน แสดงให้เห็นมาตลอดว่าล้มเหลว วันนี้ผมต้องเรียนว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เราได้เดินทางพบปะประชาชนทั่วประเทศ ได้เห็นความเดือดร้อน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ไม่ได้เป็นการทำงานในห้องแอร์ ตอนนี้พี่น้องทั่วประเทศต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รัฐบาลไม่ได้มองเศรษฐศาสตร์เป็นแค่หนังสือแบบเรียน แต่มองในมิติของความเป็นจริง มิติชีวิตพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนด้วย ผมต้องเรียนว่า วันนี้หากดูกรอบเวลาคงไม่ทันเดือนพฤษภาคมจริงๆ แต่ยืนยันว่าเราต้องเดินหน้านโยบายแจกเงินดิจิทัลต่อไป”นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้จะไม่สามารถยืนยันกรอบเวลาในเดือน พ.ค.ตามที่เคยแถลงมาได้ เพราะหากดูจากข้อคิดเห็นที่ออกมาเป็นหนังสือ ขั้นตอนต่อจากนี้เราคงต้องรอให้ ป.ป.ช.ส่งหนังสือมาอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นฉบับนี้หรือฉบับแก้ไข แล้วเราจะเชิญคณะกรรมการนโยบายฯ มาประชุมเพื่อนำเอาความเห็นของ 2 หน่วยงานมาพิจารณาในคราวเดียวกัน และเริ่มกระบวนการในการฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ในการทำความเข้าใจกับหน่วยงานและองค์กรใดๆ ก็ตามที่ยังไม่เห็นเจตนาดีของรัฐบาล หรือยังมองไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน จะต้องสื่อสารจนทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกัน และเดินหน้านโยบายนี้ในที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐบาลดึงดันที่จะเดินหน้าต่อไปจนถึงที่สุด ไม่หวั่นใช่หรือไม่ที่จะเกิดประเด็นทางการเมืองตามมาทีหลัง รมช.คลัง กล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่ทำไมต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ ว่า สิ่งที่เราต้องเดินหน้ามี่เหตุผลคืออะไร และความเดือดร้อนของประชาชนคืออะไร รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นอนุบาลทางการเมือง เพราะเราเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร สิ่งที่พยายามทำให้มันเป็นคืออะไร เรามีหน้าที่พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลยึดเป็นธงหลัก เมื่อถามว่า การระบุว่าดำเนินการไม่ทันในเดือนพฤษภาคม จะมีการยกเลิก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ กลไกนี้สุดท้ายก็ต้องรอให้คณะกรรมการนโยบายฯ พูดคุยและตัดสินใจว่าจะใช้กลไกอะไร และเดินหน้าอย่างไร อาจจะเป็นในรูปแบบ พ.ร.บ. หรือช่องทางใด เวลานี้ตนยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่จากการพูดคุยในรายละเอียด และดูอุปสรรคที่เห็น เรามองว่ากลไกที่จะผลักดันให้อยู่ในช่วงเดือน พ.ค. ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยืนยันว่าจะพยายามให้มากที่สุด แต่ต้องยอมรับว่ากลไกหนึ่งที่เราไม่รู้ คือการตอบเอกสารของ ป.ป.ช.จะมาเมื่อไร และกลไกในการสร้างความเข้าใจต่อหน่วยงานต่างๆ ให้ตรงกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องใช้เวลาซึ่งตรงนี้ไม่มีกรอบเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่าหากหน่วยงานอื่นยังมองไม่เห็นวิกฤติตามรัฐบาลอ้าง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายฯ ที่ต้องทำความเข้าใจ แน่นอนว่าภาวะของเศรษฐกิจยังมีความไหลลื่นและไม่ได้อยู่ชุดเดียว และข้อมูลที่ได้อาจจะเป็นของช่วงปลายปีที่แล้ว หรือ Out date หรือเรียกว่าหมดความเป็นปัจจุบันไปแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจะต้องนำเอาสถานการณ์ปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนที่เป็นจริงมานำเสนอต่อสังคม และหน่วยงานเหล่านั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ยืนยันว่าถึงแม้เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยดิจิทัลวอลเล็ต จะต้องเลื่อนออกไป แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบที่จำกัดที่มี ให้แก้ความเดือดร้อนของประชาชนได้มากที่สุด เรามีปัญหา 100 เรื่องที่ต้องแก้ไข หากเรื่องนี้จำเป็นต้องเป็นอีกเรื่องที่ต้องชะลอไป เพื่อให้สามารถทำอีก 99 เรื่องได้ เราก็ยินดี ส่วนมีแผนสำรองหากโครงการเดินหน้าไม่ได้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบว่าโครงการนี้ไปไม่ได้ กลไกของภาครัฐมีมากมาย เรามีศักยภาพ เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นยังมีหนทางอีกมาก เมื่อถามว่ารัฐบาลมีแนวทางอื่น เช่น ลดวงเงินในการแจกลงหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย ซึ่งก่อนหน้านี้เรามีการลดมาแล้วรอบหนึ่ง หลังจากฟังความเห็นจากหลายหน่วยงาน โดยเห็นว่าการแจกเงินให้บางกลุ่มไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่ต้องการ เราจึงรับฟังและปรับลดลงมาเหลือ 50 ล้านคน ส่วนตัวเลขที่ออกมาว่าอาจจะลดเหลือ 30 ล้านคนนั้นตนไม่เคยได้ยิน ได้ยินจากสื่อเท่านั้น ยืนยันว่ายังเท่าเดิมคือ 50 ล้านคน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

workpointTODAY /  🏆 4. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »

workpointTODAY | What Works TODAYworkpointTODAY | What Works TODAYสาระความรู้เพื่อวันนี้
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:06:27