workpointTODAY | What Works TODAY

United States News News

workpointTODAY | What Works TODAY
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 workpointTODAY
  • ⏱ Reading Time:
  • 230 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 95%
  • Publisher: 68%

สาระความรู้เพื่อวันนี้

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีการถือหุ้น ITV ของนักการเมืองยังไม่ถึงทางลง หลังเมื่อวานนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พรรคก้าวไกล เข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในการนัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีพิธาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด ขณะนี้ที่พรรคก้าวไกลยังเจอมรสุมข้อหาล้มล้างการปกครองสืบเนื่องจากนโยบายแก้ไข ม.

112 ของพรรคที่อาจเสี่ยงจนถึงขั้นทำให้ต้องยุบพรรคการเมือง ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พูดคุยถึงกรณีความเป็นไปได้ในกรณีการถือหุ้นสื่อของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และการยุบพรรคก้าวไกลในข้อหาล้มล้างการปกครองใน TODAY LIVE ช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคม เพื่อคะเนทิศทางรอดของทั้งสส.และพรรคการเมือง 2. ต่อให้หุ้นที่พิธาถืออยู่เป็นสื่อ แต่การถือครองหุ้นในนามผู้จัดการมรดกถือว่าเป็นหุ้นหรือยัง และการถือครองหุ้นเพียง 0.0035 เปอร์เซ็นต์ จะยังนับว่าเป็นการถือหุ้นสื่อหรือไม่ ซึ่งในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาจากประเด็นเหล่านี้ ITV ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับใบอนุญาตในการทำสื่อกับพิธา โดยระบุว่า ITV ไม่มีใบอนุญาตในการทำสื่อ เนื่องจากได้คืนคลื่นไปแล้ว และในขณะนี้ Thai PBS ได้ใช้คลื่นดังกล่าว ดังนั้น ITV จึงไม่สามารถเป็นสื่อโทรทัศน์ได้ อย่างไรก็ตามผศ.ดร.ปริญญา ย้ำว่า ต้องไม่ลืมว่ากรณีของธนาธรกับการถือหุ้นวีลัคมีเดียมีวัตถุประสงค์ในการทำนิตยสารและหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์แบบเดียวกับ ITV ที่ระบุว่ายังคงทำสื่ออยู่ แม้ในทางปฏิบัติจะไม่ได้ทำสื่อจริง ขณะเดียวกัน คิมห์ สิริทวีชัย ผู้เป็นประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ITV ประจำปี 2566 บริษัทไอทีวี จำกัด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 ได้ตอบในที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 28 เมษายน ว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เนื่องจากว่าไอทีวียังคงมีคดีความอยู่ หลังจากมีผู้เข้าประชุมสอบถามว่าสถานะการดำเนินการของ ITV ว่ายังประกอบกิจการสื่ออยู่หรือไม่ แต่เมื่อตรวจสอบเอกสารบันทึกการประชุมกลับมีการระบุว่า ITV ยังดำเนินการตามวัตถุประสงค์ซึ่งมีเรื่องการทำสื่ออยู่ และข้อมูลในเอกสารบันทึกการประชุมก็ไม่ตรงกับวิดีโอที่ได้มีการบันทึกไว้ อีกทั้ง ITV ที่ทำเพียงสื่อโทรทัศน์ แต่ในการส่งงบประมาณไตรมาสแรกเมื่อปีที่แล้วกลับมีการระบุว่าตนเป็นสื่อโฆษณา จึงเกิดคำถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผศ.ดร.ปริญญา ชี้ว่า ประเด็นที่ผิดสังเกตต่อมา คือลักษณะการดำเนินการที่แปลก ๆ เช่น หากหลังวันที่ 28 เมษายน จนถึง 14 พฤษภาคม หรือหลังจากช่วงเวลานั้นไปอีกหน่อยพิธายังถือหุ้น ITV อยู่ และบริษัทไอทีวียังคงทำสื่อโฆษณา ITV ก็จะกลายเป็นสื่อโดยปริยายเนื่องจากมีการดำเนินการแล้ว ทว่ากรณีดังกล่าวจะมาตกหนักที่ประธานคิมห์ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาว่าเห็นความไม่ชอบมาพากลในประเด็นนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็ยืนยันว่าเอกสารบันทึกการประชุมนั้นเป็นเท็จแน่นอน ความเป็นจริงในการประชุมผู้ถือหุ้นวันนั้นอยู่ในวิดีโอที่ระบุว่า ITV ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ซึ่งการจะทำให้ ITV เป็นเรื่องที่ยากลำบาก เว้นแต่จะมีการตีความตามวัตถุประสงค์ว่าเป็นสื่อ อย่างไรก็ตามศาลรัฐธรรมนูญมีบรรทัดฐานวินิจฉัยคำร้องในปี 2563 หลังจากคดีของธนาธรผ่านไป 1 ปี โดยมี ส.ส. ฟากรัฐบาลถูกร้องถึง 29 คนซึ่งใน 29 คนนั้นมีจำนวนหนึ่งที่ถือหุ้นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ระบุว่าทำสื่อ ซึ่งศาลได้วางหลักเจตนารมณ์ตาม ม.98 ห้ามมิให้ สส. เป็นเจ้าของหรือว่าถือหุ้นสื่อ แต่ศาลก็ดูด้วยว่าบริษัทดังกล่าวมีการดำเนินการเป็นสื่อ และมีรายได้จากการทำสื่อหรือไม่ ดังนั้นกรณี ITV ที่มีวัตถุประสงค์ในการเป็นสื่อก็ต้องดูด้วยว่ามีการดำเนินการเป็นสื่อจริงหรือไม่ ซึ่งหากว่ามีการดำเนินการเป็นสื่อจริงก็จะเข้าองค์ประกอบผศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า เมื่อตรวจสอบความเป็นเจ้าของหุ้นของพิธา จะพบว่า พิธามีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งผู้จัดการมรดกคือการ ‘ถือแทน’ แม้จะเป็นผู้จัดการมรดกอันเป็นทายาทของผู้ถือครองหุ้นอยู่ด้วย แต่เนื่องจากมรดกนั้นยังไม่ได้มีการแบ่งแต่อย่างใดจึงไม่ทราบว่าใครอยู่ในส่วนไหนของมรดกนั้น ซึ่งตามกฎหมายแพ่งไม่นับว่าถือหุ้น อีกทั้งจำนวนการถือหุ้นของพิธานนั้นน้อยมาก ประมาณ 0.0035% ซึ่งมีคำวินิจฉัยที่เป็นบรรทัดฐานของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งคดีของชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.นครนายก ที่ถูกระบุว่าถือหุ้น AIS โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหุ้นที่ชาญชัยถือนั้นมีจำนวนน้อย ไม่สามารถมีอิทธิพลใด ๆ กับสื่อได้ จึงไม่นับเป็นการถือหุ้นสื่อ หากเอาบรรทัดฐานนี้มาใช้กับกรณีของพิธาที่สัดส่วนผู้ถือหุ้นเพียง 0.0035% คำวินิจฉัยก็จะเหมือนกัน คือไม่นับว่าถือหุ้นสื่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นศาลต้องเอาเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นตัวตั้ง การบอกว่าถือหุ้นจะน้อยจะมากก็คือถือหุ้นแล้วนั้นแปลว่าไม่สนใจเจตนารมณ์ของกฎหมายผศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า ข่าวกรณีพิธาถือหุ้นสื่อมีมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 66 ซึ่งหาก กกต.ตรวจพบขณะนั้น และส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าควรสิทธิ์ในการรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ศาลฎีกาก็จะวินิจฉัยพิธาในบรรทัดฐานเดียวกันกับคดีของชาญชัย ทว่า กกต.ก็ปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึงการเลือกตั้ง ซึ่งในช่วงก่อนเลือกตั้งนั้นอำนาจการวินิจฉัยคดีต่าง ๆ เป็นของศาลฎีกา แต่หลังเลือกตั้งเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ คำถามคือ 2 ศาลจะมีมาตรฐานคำตัดสินโดยใช้บรรทัดฐานเดียวกันหรือไม่ นี่คือปัญหาเพราะแก้ไขม.112 ผศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า การแก้ไขไม่เท่ากับล้มล้าง โดยยกการแก้ไข ม.112 โดยคณะปฏิวัติ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 หลัง พล.อ.สงัด ชลออยู่ ประกาศยึดอำนาจ และออกคำสั่งที่มีเนื้อหารวมการแก้ไข ม.112 โดยเพิ่มโทษจำคุกจากเดิมไม่เกิน 7 ปี และหากศาลเห็นว่าการกระทำเป็นสถานเบาจะลงโทษต่ำกว่านั้นก็ได้ เป็นโทษสูงสุด 15 ปี ซึ่งหากว่าการแก้ไข ม.112 เท่ากับล้มล้าง แปลว่าพฤติการณ์ของคณะปฏิวัติ 6 ตุลาคมก็เท่ากับล้มล้างการปกครองหรือไม่?

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

workpointTODAY /  🏆 4. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 14:27:39